01เรื่องที่ควรรู้ก่อนเข้าวัด
แต่งกายสุภาพ · สำรวมในมณฑปและพลับพลาพระบรมรูป · ไม่ขีดเขียนโบราณสถาน · ไม่ทิ้งขยะบนเขา
เปิดทุกวัน ควรขึ้นช่วงกลางวันถึงก่อนค่ำ
เดินบันไดช่วงเช้าก่อน 09:00 หรือหลัง 16:00 แดดไม่แรง และรอชมพระอาทิตย์ตก
ตักบาตรเทโว (แรม 1 ค่ำ เดือน 11 ราว ต.ค.) · พิธีถวายราชสักการะพระบรมรูป 6 เม.ย. · งานนมัสการพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ (ขึ้น 3–4 ค่ำ เดือน 4)
ไฮไลต์ห้ามพลาด
01
02
03
04
057 วันข้างหน้า
ไปวันไหนดี
ในสัปดาห์นี้
แตะการ์ดวันที่อยากไป เพื่อดูรายละเอียดอากาศ ฝน ฝุ่น และรายชั่วโมงของวันนั้น
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ช่วงดีที่สุด 06:00–14:00 ฝนน้อย
อาจมีฝนบางช่วง ถนนขึ้นเขาอาจลื่น ระวังทางโค้ง
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ช่วงดีที่สุด 06:00–15:00 ฝนน้อย · อาจมีละอองฝนบางช่วง
อาจมีฝนบางช่วง ถนนขึ้นเขาอาจลื่น ระวังทางโค้ง
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
เขาสะแกกรัง
เขาสะแกกรังเป็นเขาลูกโดดกลางเมืองอุทัยธานี มีบันไดนาคราว 449 ขั้นจากวัดสังกัสรัตนคีรีขึ้นสู่มณฑปพระพุทธบาทจำลอง ระฆังใหญ่ และพระบรมรูปสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก พระราชบิดาของรัชกาลที่ 1
ที่นี่มีชื่อเสียงจากประเพณีตักบาตรเทโวหลังวันออกพรรษา ซึ่งพระสงฆ์ราว 500 รูปเดินลงบันไดจากยอดเขามารับบาตร
- เดินบันได อากาศเย็น วิวเมืองยามเช้า
- ไหว้พระในวิหารและมณฑป
- ชมพระอาทิตย์ตกจากยอดเขา
ควรถึง เดินบันไดช่วงเช้าก่อน 09:00 หรือหลัง 16:00 แดดไม่แรง และรอชมพระอาทิตย์ตก
- บันไดนาคหน้าวัดมองขึ้นเห็นบันไดทอดสู่ยอดเขาเช้า
- ยอดเขาวิวเมืองอุทัยธานีและแม่น้ำเย็น
- หน้ามณฑปมณฑปกับระฆังใหญ่สาย
แกลเลอรี
ภาพจาก Wikimedia Commons และผู้ร่วมเผยแพร่ · เครดิตเต็มดูได้ที่หน้าแบบเดิม
ข้อควรรู้เฉพาะที่นี่
บันไดราว 449 ขั้น พักเป็นช่วง ๆ และพกน้ำ
ช่วงเที่ยงร้อนจัด โดยเฉพาะ มี.ค. – พ.ค.
ช่วงตักบาตรเทโว ถนนรอบวัดปิดบางช่วงและที่จอดเต็ม
เป็นศาสนสถาน ควรแต่งกายสุภาพ
- เดินบันไดช่วงเช้าหรือเย็น พกน้ำ
- ขี้เกียจเดินขับรถขึ้นถึงลานพระบรมรูปได้
- ตีระฆังใหญ่หน้ามณฑปเป็นสิริมงคล
- อยากเห็นพระเดินลงบันไดมาช่วงตักบาตรเทโว
ผู้ใหญ่ 0 บาท · รถยนต์ 0 บาท · ใช้เวลาเที่ยว 1–2 ชั่วโมง
ตักบาตรเทโวราว ต.ค. และวันที่ 6 เม.ย.
| เข้าชมวัดและขึ้นเขา | ฟรี |
| ทำบุญ / ซื้อดอกไม้ธูปเทียน ไม่บังคับ | ตามสะดวก |
เงินสดเป็นหลัก · ราคาอาจเปลี่ยนตามฤดูกาล ควรเช็กกับสถานที่
- มีเด็ก เด็กเดินบันไดได้ หรือขึ้นรถถึงลานพระบรมรูป
- ผู้สูงอายุ ขับรถขึ้นถึงลานพระบรมรูป เดินต่อราว 200 ม.
- วีลแชร์ บันไดและทางลาดบนเขาไม่สะดวกสำหรับวีลแชร์
- สัตว์เลี้ยง ไม่ควรนำสัตว์เลี้ยงเข้าเขตวัด
- ร้านค้าบริเวณลานวัดสังกัสรัตนคีรีเครื่องดื่มและของว่าง
- ตัวเมืองอุทัยธานีอาหารพื้นบ้านและเมนูปลาแรด
- แต่งกายสุภาพ
- สำรวมในมณฑปและพลับพลาพระบรมรูป
- ไม่ขีดเขียนโบราณสถาน
- ไม่ทิ้งขยะบนเขา
- บันไดชันและลื่นช่วงฝน
- แดดแรงช่วงกลางวัน
- ช่วงงานคนหนาแน่น ระวังทรัพย์สิน
ตักบาตรเทโว (แรม 1 ค่ำ เดือน 11 ราว ต.ค.) · พิธีถวายราชสักการะพระบรมรูป 6 เม.ย. · งานนมัสการพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ (ขึ้น 3–4 ค่ำ เดือน 4)
ไปเดือนไหนดี
แตะแต่ละเดือนบนวงล้อเพื่อดูอากาศ ฝน ฝุ่น และความหนาแน่นของคน จากสถิติย้อนหลัง 10 ปี
ช่วงที่ดีที่สุด · พ.ย. – ก.พ. อากาศเย็นสบาย เดินบันไดไม่ร้อน ฟ้าใส และช่วงตักบาตรเทโวราว ต.ค. รวมถึงพิธี 6 เม.ย. ที่ดอกฝ้ายคำบาน
ควรระวัง · มี.ค. – พ.ค. ร้อนจัด เดินบันไดกลางวันเหนื่อยมาก ควรขึ้นเช้าหรือเย็น ช่วงฝนบันไดลื่น
21°ม.ค.
22°ก.พ.
25°มี.ค.
27°เม.ย.
27°พ.ค.
26°มิ.ย.
26°ก.ค.
25°ส.ค.
25°ก.ย.
24°ต.ค.
23°พ.ย.
21°ธ.ค.
ต.ค. ตามสถิติ 24–31°C · ฝนเฉลี่ย 226 มม. (20 วันฝนตก) · ฟ้าโปร่ง 4 วัน · PM2.5 เฉลี่ย 11
เรื่องราวของที่นี่
เขาสะแกกรังเป็นเขาลูกโดดกลางเมืองอุทัยธานี ใกล้แม่น้ำสะแกกรัง ที่เชิงเขาคือวัดสังกัสรัตนคีรี มีบันไดนาคทอดจากลานวัดขึ้นสู่ยอดเขาราว 449 ขั้น (บางแหล่งระบุ 499 ขั้น) บนยอดเขามีมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง ระฆังใหญ่ และพระบรมรูปสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก พระราชบิดาของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ภาพมณฑปบนเขาลูกนี้ยังปรากฏอยู่ในตราประจำจังหวัดอุทัยธานีด้วย
อ่านต่ออีก 20 ย่อหน้า
วิกิพีเดียภาษาอังกฤษสรุปประวัติเมืองอุทัยธานีว่า เดิมชาวมอญและลัวะเป็นผู้ตั้งถิ่นฐาน สมัยสุโขทัยมีเมืองอุไทย ซึ่งภายหลังร้างไปเพราะแม่น้ำเปลี่ยนทางเดิน สมัยอยุธยามีชาวกะเหรี่ยงฟื้นฟูเมืองขึ้นใหม่ในที่ตั้งปัจจุบันเพื่อเป็นด่านชายพระราชอาณาเขต รัชกาลที่ 1 เปลี่ยนชื่อเมืองอุไทยเป็นอุทัยธานี ต่อมา พ.ศ. 2435 รัชกาลที่ 5 ทรงรวมเข้ากับมณฑลนครสวรรค์
ตัวเมืองอุทัยธานีปัจจุบันเดิมคือ “บ้านสะแกกรัง” บทความ “190 ปี บ้านสะแกกรัง” ในหนังสือพิมพ์แนวหน้าเล่าว่า ราว พ.ศ. 2376 สมัยรัชกาลที่ 3 เจ้าเมืองอุไทยธานีคนใหม่เห็นว่าการคมนาคมทางน้ำที่สะแกกรังสะดวกกว่าเมืองเก่าซึ่งอยู่บนที่ดอนห่างแม่น้ำ จึงขอตั้งบ้านเรือนและศาลาว่าการเมืองที่นี่ ชื่อสะแกกรังมาจากต้นสะแกใหญ่กลางชุมชน ก่อนหน้านั้นป่าสะแกถูกตัดทำถ่านใช้ถลุงเหล็กที่ท่าซุง เมื่อเลิกถลุงเหล็ก คนงานชาวจีนและผู้คนจากหนองเต่า หนองแก ทัพทัน โกรกพระ และที่อื่น ๆ ย้ายมาตั้งถิ่นฐานจนเป็นตลาดใหญ่ พ่อค้าตั้งยุ้งฉางรับซื้อข้าวที่ชาวนาบรรทุกเกวียนมาส่งริมน้ำ ชาวจีนเรียกชุมชนนี้ว่า “ซีเกียงกัง” ต่อมา พ.ศ. 2391 มีการแบ่งเขตเมืองใหม่เป็น 4 แขวง และบ้านสะแกกรังกลายเป็นแขวงอุทัยใหม่ ใน พ.ศ. 2569 จังหวัดจัดงาน “วิจิตรธานี ถิ่นนี้อุทัย” ครั้งที่ 4 ฉลอง 193 ปีบ้านสะแกกรัง
ชื่อเมืองเองก็มีหลายทฤษฎี ศิลปวัฒนธรรมอธิบายว่าอาจมาจาก “อู่ไทย” หมายถึงถิ่นที่อยู่ของชาวไทยท่ามกลางชนชาติอื่น เอกสารเก่าเขียนว่า “อุไทย” “อุไทธานี” และนักประวัติศาสตร์บางท่านคาดว่าการเปลี่ยนมาใช้ “อุทัยธานี” เกิดในรัชกาลที่ 6 ซึ่งต่างจากข้อมูลที่ว่ารัชกาลที่ 1 เป็นผู้เปลี่ยนชื่อ สมัยอยุธยาเมืองนี้เป็นเมืองด่านชั้นนอกคอยสอดส่องกองทัพพม่า มีด่านสำคัญ เช่น ด่านเมืองอุทัย (คลองค่าย) ด่านทัพเสลา ด่านแม่กลอง และด่านหนองหลวงในเขตอุ้มผางปัจจุบัน
ความผูกพันระหว่างเขาสะแกกรังกับราชวงศ์จักรีมาจากสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก มีพระนามเดิมว่าทองดี ประสูติที่บ้านสะแกกรัง ท่านรับราชการในกรุงศรีอยุธยาเป็นหลวงพิพิธอักษร จนได้เป็นพระอักษรสุนทร เสมียนตรากรมมหาดไทย เมื่อพม่าล้อมกรุงศรีอยุธยาได้พาครอบครัวไปรับราชการที่เมืองพิษณุโลก ได้เป็นเจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์ และถึงแก่อนิจกรรมที่นั่น บุตรของท่านได้แก่ทองด้วง ประสูติ 20 มีนาคม พ.ศ. 2279 ต่อมาคือรัชกาลที่ 1 และบุญมา ประสูติ 8 กันยายน พ.ศ. 2286 ต่อมาคือกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท
เมื่อสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (ทองด้วง) ปราบดาภิเษกเมื่อ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 ทรงนำนามตำแหน่ง “เจ้าพระยาจักรี” มาตั้งเป็นนามราชวงศ์ และใน พ.ศ. 2338 ทรงสถาปนาพระอัฐิพระราชบิดาเป็น “สมเด็จพระชนกาธิบดี” อุทัยธานีจึงได้สมญาว่า “เมืองพระชนกจักรี” นักเขียนประวัติศาสตร์บางท่าน เช่น โรม บุนนาค ยังเสนอว่าสายสกุลนี้สืบมาจากเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) โดยอ้างพระราชหัตถเลขาของรัชกาลที่ 4 ถึงเซอร์จอห์น เบาว์ริง เมื่อ พ.ศ. 2396 ซึ่งเป็นการตีความของผู้เขียน
วัดสังกัสรัตนคีรีเกิดจากพระครูประไพคุณาจารย์ (ใจ) เจ้าอาวาสวัดทุ่งแก้ว (วัดมณีธุดงค์) ซึ่งพบซากโบราณสถานบนยอด “เขาแก้ว” หรือเขาสะแกกรัง และเชื่อว่าเคยเป็นวัดมาก่อน จึงชักชวนชาวพุทธร่วมกันสร้างทางและบันไดขึ้นเขา ปีสร้างยังระบุไม่ตรงกัน บางแหล่งว่าเริ่มสร้าง พ.ศ. 2433 ส่วนฐานข้อมูลแหล่งศิลปกรรมของ สผ. ระบุว่าแล้วเสร็จ พ.ศ. 2443 ท่านเป็นองค์เดียวกับพระสุนทรมุนี (ใจ คังคสโร) อดีตเจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี วัดเดิมชื่อ “วัดสังกัสรัตนคีรีมงคลประไพอุทัยเขตร์” คำว่า “สังกัส” มาจากเมืองสังกัสสนคร ที่พุทธประวัติระบุว่าพระพุทธเจ้าเสด็จลงจากเทวโลก
สิ่งก่อสร้างยุคแรกหลายชิ้นยังเหลืออยู่ ระฆังใหญ่หน้ามณฑปหล่อด้วยสำริดเมื่อ พ.ศ. 2443 สูง 141 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 120 เซนติเมตร หนักราว 2 ตัน ผู้มาเยือนนิยมขึ้นไปตีเป็นสิริมงคล พ.ศ. 2446 ขุนกอบกัยกิจ (นายอุ้ยสุ่น แซ่ตั้ง) สร้างวิหารพระพุทธรัตนมุนีเป็นอาคารตึกศิลปะจีน ประตูหน้าต่างประดับปูนปั้นลายเครือเถาและมังกร ภายในมีพระพุทธรูปรวม 7 องค์ รวมพระแก้วมรกตที่ว่าอัญเชิญมาจากจีน และเจดีย์ทองเหลือง 5 องค์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ต่อมา พ.ศ. 2448 จึงสร้างมณฑปบนยอดเขาพร้อมศาลาปรก โดยข้อมูลท่องเที่ยวระบุว่ารอยพระพุทธบาทจำลองย้ายมาจากวัดจันทาราม
วัดยังได้รับการทำนุบำรุงต่อเนื่อง หอระฆังทรงศาลาไทยตกแต่งลายจีนสร้างเมื่อ พ.ศ. 2464 และแขวนระฆังสำริดขนาดกลางที่หล่อใน พ.ศ. 2465 ปีเดียวกันขุนกอบกัยกิจและพุทธบริษัทสร้างศาลาการเปรียญศิลปะผสมไทย–จีน หน้าบันเป็นลวดลายเรื่องรามเกียรติ์ และใน พ.ศ. 2465 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เสด็จประพาสอุทัยธานีและนมัสการพระพุทธบาทในมณฑปบนเขา
มณฑปหลังแรกถูกไฟป่าไหม้ เอกสารที่ สผ. อ้างระบุเหตุการณ์ใน พ.ศ. 2478 และมีการสร้างมณฑปใหม่โดยเจ้าคุณสุนทรมุนี (พุฒ) เจ้าคณะจังหวัดในขณะนั้น ส่วนมณฑปองค์ปัจจุบันเริ่มสร้าง พ.ศ. 2497 และแล้วเสร็จ พ.ศ. 2511 ด้วยเงินบริจาคของชาวอุทัยธานีและการอุปถัมภ์ของจอมพล ป. พิบูลสงคราม รูปทรงจำลองจากมณฑปพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี บานประตูแกะสลักรูปเทวดาผู้รักษาทิศทั้งสี่ ปีต่าง ๆ ของมณฑปในเอกสารยังไม่สอดคล้องกันทั้งหมด
บนยอดเขายังมี “หมุดศูนย์กำเนิดพื้นฐาน” หมุดหลักฐานทางแผนที่ที่ใช้คำนวณและกำหนดค่าพิกัด สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระบุว่าเป็น 1 ใน 3 หมุดลักษณะนี้ในทวีปเอเชีย อีก 2 แห่งอยู่ในอินเดียและเวียดนาม ข้อมูลท่องเที่ยวระบุว่าหมุดอยู่ห่างพระบรมรูปไปทางหลังเขาราว 200 เมตร และสร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2475 ทางเดินไปหมุดผ่านป่าใช้เวลาราว 20 นาที
พระบรมรูปสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกเป็นรูปหล่อประทับนั่งขนาด 2 เท่าพระองค์จริง ประดิษฐานในพลับพลาจัตุรมุขบนยอดเขา มีแผ่นหินจารึกพระราชประวัติทั้งสองด้านของแท่น งานก่อสร้างเริ่มเมื่อ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 เททององค์พระที่กรมศิลปากรเมื่อ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2521 อัญเชิญขึ้นประดิษฐานเมื่อ 28 มกราคม พ.ศ. 2522 และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จฯ ทรงเปิดพระวิสูตรเมื่อ 5 เมษายน พ.ศ. 2522 ใกล้กันมีต้นโพธิ์ที่มีป้ายระบุว่าทรงปลูก
ทุกวันที่ 6 เมษายน ซึ่งตรงกับวันจักรี จังหวัดจัดพิธีถวายราชสักการะพระบรมรูป ช่วงนี้ดอกสุพรรณิการ์หรือฝ้ายคำ ดอกไม้ประจำจังหวัด บานเหลืองทั่วเขา งานน้อมรำลึกเมื่อ 7 เมษายน พ.ศ. 2568 ที่สามแยกสะแกกรัง มีประชาชนกว่า 6,000 คนร่วมรำบนทางหลวงหมายเลข 333 หน้าพระบรมรูป
นอกจากพิธีวันที่ 6 เมษายน จังหวัดยังจัดงานเทิดพระเกียรติสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกเป็นประจำทุกปี เช่น ใน พ.ศ. 2566 จัดระหว่างวันที่ 1–9 เมษายน ที่บึงพระชนก อำเภอเมืองอุทัยธานี
พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอุทัยธานี เป็นพระสำริดปางมารวิชัยศิลปะสุโขทัย สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพญาลิไท อายุราว 600–700 ปี ตามประวัติที่เล่าต่อกันมา ราว พ.ศ. 2335–2342 รัชกาลที่ 1 โปรดให้นำพระพุทธรูปขนาดย่อมที่ชำรุดไปไว้ตามหัวเมือง อุทัยธานีได้รับ 3 องค์ องค์นี้เดิมอยู่ที่วัดขวิดริมแม่น้ำสะแกกรัง เมื่อวัดขวิดถูกยุบรวมกับวัดทุ่งแก้วจึงย้ายมาวัดสังกัสรัตนคีรี บางบันทึกว่าอัญเชิญมาจากสุโขทัยโดยตรง ปัจจุบันประดิษฐานในวิหารที่สร้าง พ.ศ. 2520 และมีงานนมัสการช่วงขึ้น 3–4 ค่ำ เดือน 4
ประเพณีที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ “ตักบาตรเทโว” จัดวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 หลังวันออกพรรษา ตามพุทธประวัติที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์สู่เมืองสังกัสสนครด้วยบันไดทิพย์ที่พระอินทร์เนรมิต บันไดเขาสะแกกรังจึงเปรียบเหมือนบันไดทิพย์ พระสงฆ์ราว 500 รูปเดินลงจากมณฑปบนยอดเขามารับบาตรที่ลานวัด ชาวบ้านนิยมใส่ “ข้าวต้มลูกโยน” งานยังมีขบวนแห่รถบุปผชาติเรื่องพุทธประวัติจากทุกอำเภอ การแสดงแสงสีเสียงในคืนออกพรรษา และการตั้งโต๊ะหมู่บูชาประดับงาช้าง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของอุทัยธานีที่ชาวบ้านมีงาช้างตกทอดจากยุคใช้ช้างค้าขายและทำไม้
“ข้าวต้มลูกโยน” ที่ใช้ใส่บาตรทำจากข้าวเหนียวห่อใบไม้เป็นทรงยาวหรือทรงรี ปล่อยปลายใบเป็นหางยื่นออกมา ตามคำอธิบายของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่มาคือในวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากเทวโลก ผู้คนแออัดจนเข้าไม่ถึง จึงโยนอาหารใส่บาตรจากระยะไกล ในปี 2568 งานจัดวันที่ 7–8 ตุลาคม เริ่มด้วยการแสดงแสงสีเสียงที่ลานวัดในคืนวันออกพรรษา เช้าวันรุ่งขึ้นมีพิธีสงฆ์ที่ศาลาจตุรมุขและตักบาตรเวลา 09.00 น. ตามด้วยขบวนแห่พุทธประวัติจากทุกอำเภอและพิธีสักการะโต๊ะหมู่บูชาประดับงาช้างที่ตลาดเมืองอุทัยธานี ซึ่งผู้จัดระบุว่าเป็นแห่งเดียวในโลก
ขึ้นยอดเขาได้ 2 ทาง คือเดินบันไดจากลานวัดสังกัสรัตนคีรี หรือขับรถตามถนนแยกจากทางหลวงหมายเลข 3220 ขึ้นไปราว 2 กิโลเมตรถึงลานพระบรมรูป จากลานนี้เดินต่อไปยอดเขาราว 200 เมตร ทางไม่ชันมาก ตัวเลขจำนวนขั้นบันไดยังระบุต่างกัน ส่วนใหญ่บอก 449 ขั้น บางบทความบอก 499 ขั้น
จากยอดเขามองเห็นตัวเมืองอุทัยธานีและแม่น้ำสะแกกรังได้กว้าง อีกด้านเป็นทุ่งนาและหนองน้ำ ช่วงเช้ามีวิวเมืองยามฟ้าสาง และช่วงเย็นเหมาะชมพระอาทิตย์ตก
เมื่อลงจากเขา ริมแม่น้ำสะแกกรังยังมีชุมชนเรือนแพที่รัฐมนตรีวัฒนธรรมกล่าวถึงว่าน่าจะเป็นชุมชนเรือนแพแห่งสุดท้ายของไทย ทุกเช้าราว 07.00 น. พระสงฆ์จากวัดอุโปสถาราม (วัดโบสถ์) พายเรือมารับบาตรริมน้ำ วัดนี้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2324 ในชื่อวัดโบสถ์มโนรม รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จมา ในอุโบสถมีพระพุทธรูปปางมารวิชัย 5 องค์ที่ชาวบ้านเรียก “พระเจ้าห้าพระองค์” และมีมณฑปแปดเหลี่ยมสองชั้นศิลปะผสมยุโรปที่หลวงพิทักษ์ภาษาสร้างเมื่อ พ.ศ. 2442 ใกล้กันคือศาลปุงเถ่ากงในตลาด ซึ่งชุมชนบูรณะหลังฐานรากเสียหายใน พ.ศ. 2537
เขาสะแกกรังเป็นศาสนสถานและสถานที่ประดิษฐานพระบรมรูป ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ สำรวมกิริยาในมณฑปและพลับพลา ไม่ขีดเขียนบนโบราณสถาน และไม่ทิ้งขยะบนเขา
- สมัยสุโขทัยมีเมืองอุไทย ภายหลังร้างเพราะแม่น้ำเปลี่ยนทาง
- 227920 มี.ค. ทองด้วง บุตรของทองดี (ต่อมาคือรัชกาลที่ 1) ประสูติ
- 2324สร้างวัดโบสถ์มโนรม (วัดอุโปสถาราม) ริมแม่น้ำสะแกกรัง
- 23256 เม.ย. สถาปนาราชวงศ์จักรี
- 2335–2342ราวช่วงนี้อุทัยธานีได้รับพระพุทธรูป 3 องค์ รวมพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์
- 2338สถาปนาพระอัฐิพระราชบิดาเป็นสมเด็จพระชนกาธิบดี
- 2376ราวปีนี้ย้ายศาลาว่าการเมืองอุไทยธานีมาตั้งที่บ้านสะแกกรัง
ดูอีก 22 เหตุการณ์
- 2391แบ่งเขตเมืองใหม่เป็น 4 แขวง บ้านสะแกกรังเป็นแขวงอุทัยใหม่
- 2433บางแหล่งระบุว่าเริ่มสร้างวัดบนเขาสะแกกรัง
- 2435รัชกาลที่ 5 รวมอุทัยธานีเข้ามณฑลนครสวรรค์
- 2442หลวงพิทักษ์ภาษาสร้างมณฑปแปดเหลี่ยมวัดอุโปสถาราม
- 2443วัดสังกัสรัตนคีรีแล้วเสร็จ หล่อระฆังใหญ่
- 2446ขุนกอบกัยกิจสร้างวิหารพระพุทธรัตนมุนีศิลปะจีน
- 2448สร้างมณฑปบนยอดเขาพร้อมศาลาปรก
- 2464สร้างหอระฆัง
- 2465สร้างศาลาการเปรียญ รัชกาลที่ 6 เสด็จฯ นมัสการพระพุทธบาท
- 2475หมุดหลักฐานแผนที่บนยอดเขา (ตามข้อมูลท่องเที่ยว)
- 2478มณฑปเดิมถูกไฟป่าไหม้ (ตามเอกสารที่ สผ. อ้าง)
- 2497เริ่มสร้างมณฑปองค์ปัจจุบัน
- 2511มณฑปองค์ปัจจุบันแล้วเสร็จ
- 25196 ต.ค. เริ่มสร้างพระบรมรูปสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก
- 2520สร้างวิหารพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์
- 252110 ก.ค. เททองพระบรมรูปที่กรมศิลปากร
- 252228 ม.ค. อัญเชิญพระบรมรูปขึ้นประดิษฐานบนยอดเขา
- 25225 เม.ย. รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ทรงเปิดพระวิสูตร
- 25661–9 เม.ย. งานเทิดพระเกียรติสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก ที่บึงพระชนก
- 25687 เม.ย. งานน้อมรำลึก ประชาชนร่วมรำกว่า 6,000 คน
- 25687–8 ต.ค. ตักบาตรเทโว พระสงฆ์ราว 500 รูปเดินลงบันได
- 2569ส.ค. งาน “วิจิตรธานี ถิ่นนี้อุทัย” ครั้งที่ 4 ฉลอง 193 ปีบ้านสะแกกรัง







เช็คอินและรูปจากนักเที่ยว
ไปถึงแล้วกดเช็คอิน เก็บตราประทับ และบอกคนอื่นว่าตอนนี้ที่นี่เป็นยังไง
ตรวจก่อนว่าคุณอยู่ในระยะเช็คอินไหม จะได้ไม่ต้องกรอกเสียเปล่า
ต้องเปิดตำแหน่งและอยู่ใกล้ที่นี่ไม่เกิน 0.8 กม. · เช็คอินได้วันละ 1 ครั้งต่อสถานที่ · มาหลายวันก็เก็บได้ทุกวัน
ลงรูปได้จากทุกที่ ไม่ต้องอยู่ในระยะเช็คอิน · เลือกได้ครั้งละไม่เกิน 20 รูป · JPG / PNG / WebP · ระบบลบข้อมูลตำแหน่ง GPS ในรูปให้อัตโนมัติ
ไปยังไง
จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวง 32 ไปทางชัยนาท แยกเข้าทางหลวง 333 ที่…
ทางหลวง 32 → 333
ลานวัดถึงยอดเขา · ฟรี
จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวง 32 ผ่านอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท แยกเข้าทางหลวง 333 ที่แยกท่าน้ำอ้อย ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาอีกราว 16 กม. ถึงตัวเมือง
ลานวัดสังกัสรัตนคีรีเชิงเขา และลานพระบรมรูปบนเขา
ปั๊มน้ำมันในตัวเมืองอุทัยธานี
สัญญาณมือถือดีทั้งบนเขาและเชิงเขา
เปิดทุกวัน ควรขึ้นช่วงกลางวันถึงก่อนค่ำ
ราว 220 กม. จากกรุงเทพฯ
วัดสังกัสรัตนคีรี เขาสะแกกรัง
0 บาท
ที่พักใกล้เขาสะแกกรัง
ราคาโดยประมาณต่อคืน สำหรับ 2 คน (สัปดาห์หน้า) · ราคาจริงขึ้นกับวันที่จอง
ถามบ่อย
ก่อนไปเขาสะแกกรัง
รวมคำตอบที่นักเที่ยวอยากรู้ก่อนออกเดินทาง อ่านจบในนาทีเดียว
เขาสะแกกรังมีบันไดกี่ขั้น
ส่วนใหญ่ระบุราว 449 ขั้น บางแหล่งระบุ 499 ขั้น จากลานวัดสังกัสรัตนคีรีถึงมณฑปบนยอดเขา
ขับรถขึ้นเขาสะแกกรังได้ไหม
ได้ ใช้ถนนแยกจากทางหลวง 3220 ราว 2 กม. ถึงลานพระบรมรูป แล้วเดินต่อราว 200 ม.
ตักบาตรเทโวอุทัยธานีจัดเมื่อไหร่
วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 วันถัดจากออกพรรษา ราวเดือนตุลาคม
พระบรมรูปบนเขาสะแกกรังคือใคร
สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก (ทองดี) พระราชบิดาของรัชกาลที่ 1 ผู้ประสูติที่บ้านสะแกกรัง
เขาสะแกกรังเสียค่าเข้าไหม
ไม่เสียค่าเข้า

พร้อมออกเดินทางไปเขาสะแกกรังหรือยัง
วันที่ดีที่สุดในสัปดาห์นี้คือ พุธ 28 ต.ค. · เช็คอินเมื่อไปถึงเพื่อเก็บแสตมป์
