ศ. 23 ต.ค. 2569 00:56 น.
เข้าสู่ระบบ
วัดจามเทวี
ลำพูน · เมืองลำพูน290 ม.12 ภาพวัดเปิดปกติ

LAMPHUN · HARIPUNCHAI

วัดจามเทวี

วัดหริภุญชัยแห่งเจดีย์กู่กุด พระพุทธรูปยืน 60 องค์ และที่พระราชทานเพลิงศพครูบาศรีวิชัย

สดวันนี้ · ศุกร์ 23 ต.ค.00:56 น.
8.3จาก 10
ไปได้

วันหยุด / มีงาน คนแน่น · อากาศร้อน ช่วงบ่าย รู้สึกเหมือน 39°C

9เช้า
8.1สาย
7.8บ่าย
8.6เย็น
ขึ้น 06:20
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ค่าเข้าฟรี ทำบุญตามศรัทธา
ยุคหริภุญชัย ราวพุทธศตวรรษที่ 16–17
ระวังห้ามปีนหรือจับโบราณสถาน
เดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ราว 5 นาทีจากตัวเมืองลำพูน หรือ 40 นาที
ช่วงที่ดีที่สุดพ.ย. – ม.ค.
ก่อนไปวัด

เรื่องที่ควรรู้ก่อนเข้าวัด

การแต่งกายและมารยาท

แต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า · เดินเวียนประทักษิณรอบเจดีย์ตามเข็มนาฬิกา · ไม่ปีน จับ หรือพิงเจดีย์และพระพุทธรูปปูนปั้น · ไม่ใช้แฟลชหรือขาตั้งกล้องรบกวนผู้มาไหว้

เวลาเปิด

เปิดทุกวันช่วงกลางวัน ไม่เก็บค่าเข้า

ช่วงคนน้อย

ช่วงเช้าก่อน 10:00 หรือบ่ายแก่หลัง 15:30 แสงสวยและไม่ร้อน

ไฮไลต์ห้ามพลาด

เจดีย์กู่กุด01
เจดีย์กู่กุดเจดีย์ศิลาแลงทรงปราสาท 5 ชั้น ยอดหักหาย
พระพุทธรูปยืน 60 องค์02
พระพุทธรูปยืน 60 องค์ซุ้มจระนำด้านละ 3 องค์ ชั้นละ 12 องค์
ลายปูนปั้นหริภุญชัย03
ลายปูนปั้นหริภุญชัยพระพุทธรูปปูนปั้นที่ซ่อมทับกันมาหลายยุค
จารึกภาษามอญ04
จารึกภาษามอญจารึกการบูรณะหลังแผ่นดินไหว
ภาพถ่ายเก่าปี 249705
ภาพถ่ายเก่าปี 2497กู่กุดก่อนการบูรณะยุคใหม่
เช็กก่อนไป

6 วันข้างหน้า
ไปวันไหนดี

6/6วันที่ไปได้
ในสัปดาห์นี้
ความปลอดภัยวันนี้ · ไม่พบเหตุที่ต้องระวัง
อากาศรุนแรงไม่มีแผ่นดินไหวไม่มีใน 48 ชม.ภัยพิบัติใหญ่ไม่มีประกาศสถานที่ไม่มี

แตะการ์ดวันที่อยากไป เพื่อดูรายละเอียดอากาศ ฝน ฝุ่น และรายชั่วโมงของวันนั้น

รายละเอียดรายวันศุกร์ 23 ต.ค.
ไปได้ · 8.3/10

ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน

คะแนนรายช่วง
เช้า 05–099
สาย 09–128.1แดดแรง UV 8
บ่าย 12–167.8ร้อน รู้สึก 39°
เย็น 16–198.6

วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า

ท้องฟ้าและวิว
ฟ้าใส / วิวชัด10/10
ทัศนวิสัย25 กม.
เมฆปกคลุม1%
ฝนและพายุ
โอกาสฝน0%
ปริมาณฝน0 มม.
ความชื้น60%
ฟ้าผ่าไม่มีสัญญาณ
ร่างกายและอากาศ
รู้สึกเหมือน39°C
ดัชนี UV8
ลมกระโชก~12 กม./ชม.
ฝุ่น PM2.59 µg/m³
เวลาและผู้คน
พระอาทิตย์ขึ้น06:20
พระอาทิตย์ตก17:56
คนแน่นคนแน่นมาก (วันหยุดนักขัตฤกษ์)

ทีละชั่วโมง

อุณหภูมิโอกาสฝนช่วงที่คิดคะแนน
พระอาทิตย์ขึ้น 06:20พระอาทิตย์ตก 17:5606:00 ฝน 0%07:00 ฝน 0%08:00 ฝน 0%09:00 ฝน 0%10:00 ฝน 0%11:00 ฝน 0%12:00 ฝน 0%13:00 ฝน 0%14:00 ฝน 0%15:00 ฝน 0%16:00 ฝน 0%17:00 ฝน 0%18:00 ฝน 0%19:00 ฝน 0%20:00 ฝน 0%23°0624°0725°0827°0929°1031°1132°1233°1333°1434°1534°1633°1731°1830°1929°20
เวลาอุณหภูมิโอกาสฝน
23°0%
24°0%
25°0%
27°0%
29°0%
31°0%
32°0%
33°0%
33°0%
34°0%
34°0%
33°0%
31°0%
30°0%
29°0%

แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน

ทำความรู้จัก

วัดจามเทวี

วัดจามเทวี หรือวัดกู่กุด เป็นวัดเก่าแก่สมัยหริภุญชัยทางตะวันตกของตัวเมืองลำพูน ที่ตั้งของเจดีย์กู่กุด เจดีย์ศิลาแลงทรงปราสาท 5 ชั้นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปยืน 60 องค์ในซุ้มจระนำ

ภายในวัดยังมีเจดีย์แปดเหลี่ยมก่ออิฐ และกุฏิครูบาศรีวิชัย ผู้บูรณะวัดเมื่อปี 2479 และเป็นสถานที่พระราชทานเพลิงศพของท่านเมื่อปี 2489 เข้าชมฟรี ใช้เวลาราว 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง

จังหวะเที่ยวใน 1 วัน
  1. แสงเช้าส่องด้านตะวันออกของเจดีย์ อากาศเย็น
  2. แดดแรง ลานวัดร้อน
  3. แสงบ่ายส่องด้านตะวันตก เหมาะถ่ายรูป

ควรถึง ช่วงเช้าก่อน 10:00 หรือบ่ายแก่หลัง 15:30 แสงสวยและไม่ร้อน

มุมถ่ายรูปเด็ด
  • ลานด้านตะวันออกของกู่กุดถ่ายเจดีย์เต็มองค์กับแสงเช้าเช้า
  • มุมเฉียงจากทางเดินในวัดเห็นทั้งกู่กุดและวิหารบ่ายแก่
  • ซุ้มจระนำชั้นล่างรายละเอียดพระพุทธรูปปูนปั้นทั้งวัน

ก่อนออกเดินทาง

ข้อควรรู้เฉพาะที่นี่

โบราณสถาน

ห้ามปีนหรือจับเจดีย์และพระพุทธรูปปูนปั้นในซุ้ม ลายปูนเปราะบางมาก

แต่งกาย

เป็นวัด แต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า

แดดร้อน

ลานรอบเจดีย์ไม่มีร่มเงามาก ช่วงเที่ยงร้อนจัด

เช็กลิสต์ของที่ควรพก
ทิปจากคนเคยไป
  1. ไปช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ แสงส่องลายปูนปั้นในซุ้มสวยที่สุด
  2. เดินดูเจดีย์ครบทั้งสี่ด้าน พระพุทธรูปแต่ละซุ้มมีร่องรอยซ่อมต่างกัน
  3. เที่ยวต่อวัดพระธาตุหริภุญชัยและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชยที่เก็บจารึกของวัดนี้
  4. แวะชมกุฏิครูบาศรีวิชัยภายในวัด
ค่าเข้า

ผู้ใหญ่ 0 บาท · ใช้เวลาเที่ยว 30 นาที – 1 ชั่วโมง

คนแน่นช่วงไหน

เสาร์–อาทิตย์และวันหยุดยาว โดยเฉพาะช่วงเที่ยวลำพูน–เชียงใหม่หน้าหนาว

ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
ดอกไม้ธูปเทียนทำบุญ (ตามศรัทธา) ไม่บังคับ20 ฿/ชุด

เงินสดเป็นหลัก · ราคาอาจเปลี่ยนตามฤดูกาล ควรเช็กกับสถานที่

เหมาะกับใคร
  • มีเด็ก เด็กเที่ยวได้ ดูแลไม่ให้ปีนโบราณสถาน
  • ผู้สูงอายุ ทางเดินในวัดเป็นพื้นราบ เดินไม่ไกล
  • วีลแชร์ ลานวัดเป็นพื้นราบ วีลแชร์ไปถึงหน้าเจดีย์ได้
  • สัตว์เลี้ยง ไม่ควรนำสัตว์เลี้ยงเข้าเขตวัด
กินอะไรดี
  • ร้านอาหารในตัวเมืองลำพูนก๋วยเตี๋ยวและอาหารเหนือ
  • ตลาดและร้านรอบวัดพระธาตุหริภุญชัยของกินพื้นเมืองและของฝาก
มารยาทที่นี่
  • แต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า
  • เดินเวียนประทักษิณรอบเจดีย์ตามเข็มนาฬิกา
  • ไม่ปีน จับ หรือพิงเจดีย์และพระพุทธรูปปูนปั้น
  • ไม่ใช้แฟลชหรือขาตั้งกล้องรบกวนผู้มาไหว้
ข้อควรระวังเพิ่มเติม
  • อย่าปีนหรือแตะโบราณสถาน ลายปูนเปราะบาง
  • ช่วงเที่ยงลานวัดร้อน พกน้ำและหมวก
  • มี.ค. – เม.ย. ฝุ่น PM2.5 ในลำพูนสูง
ช่วงเวลาที่เหมาะ

ไปเดือนไหนดี

แตะแต่ละเดือนบนวงล้อเพื่อดูอากาศ ฝน ฝุ่น และความหนาแน่นของคน จากสถิติย้อนหลัง 10 ปี

ม.ค.ก.พ.มี.ค.เม.ย.พ.ค.มิ.ย.ก.ค.ส.ค.ก.ย.ต.ค.พ.ย.ธ.ค.
ตุลาคมดีมากอุ่น ราว 22–32°C
ฝนปานกลาง
ฝุ่นควันต่ำ
คนแน่นปานกลาง
สถานะดีมาก
ปลายฝน ฟ้าใส

ช่วงที่ดีที่สุด · พ.ย. – ม.ค. อากาศเย็น ฟ้าใส แดดอ่อนช่วงเช้าและบ่ายแก่ ส่องให้ลายปูนปั้นพระพุทธรูปในซุ้มจระนำเห็นชัด เดินชมวัดได้สบาย

ควรระวัง · มี.ค. – เม.ย. ร้อนจัดและหมอกควันในลำพูนหนัก ลานวัดร้อนตอนกลางวัน ส่วนหน้าฝนมีฝนตกบ่าย ๆ เป็นช่วง

สถิติอากาศจริงย้อนหลัง 2016–2025
ปริมาณฝน (มม.)วันฟ้าโปร่ง
มกราคมอุณหภูมิ17–28°Cฝนเฉลี่ย22 มม.วันฝนตก3 วันฟ้าโปร่ง19 วันPM2.518 · ปานกลาง28°
17°
ม.ค.
กุมภาพันธ์อุณหภูมิ17–31°Cฝนเฉลี่ย23 มม.วันฝนตก2 วันฟ้าโปร่ง23 วันPM2.521 · ปานกลาง31°
17°
ก.พ.
มีนาคมอุณหภูมิ21–35°Cฝนเฉลี่ย11 มม.วันฝนตก2 วันฟ้าโปร่ง23 วันPM2.529 · ปานกลาง35°
21°
มี.ค.
เมษายนอุณหภูมิ24–37°Cฝนเฉลี่ย61 มม.วันฝนตก6 วันฟ้าโปร่ง20 วันPM2.524 · ปานกลาง37°
24°
เม.ย.
พฤษภาคมอุณหภูมิ25–35°Cฝนเฉลี่ย178 มม.วันฝนตก16 วันฟ้าโปร่ง7 วันPM2.512 · ดีมาก35°
25°
พ.ค.
มิถุนายนอุณหภูมิ25–33°Cฝนเฉลี่ย212 มม.วันฝนตก23 วันฟ้าโปร่ง1 วันPM2.54 · ดีมาก33°
25°
มิ.ย.
กรกฎาคมอุณหภูมิ24–32°Cฝนเฉลี่ย300 มม.วันฝนตก26 วันฟ้าโปร่ง1 วันPM2.53 · ดีมาก32°
24°
ก.ค.
สิงหาคมอุณหภูมิ24–31°Cฝนเฉลี่ย327 มม.วันฝนตก28 วันฟ้าโปร่ง0 วันPM2.54 · ดีมาก31°
24°
ส.ค.
กันยายนอุณหภูมิ24–30°Cฝนเฉลี่ย318 มม.วันฝนตก24 วันฟ้าโปร่ง1 วันPM2.56 · ดีมาก30°
24°
ก.ย.
ตุลาคมอุณหภูมิ23–30°Cฝนเฉลี่ย192 มม.วันฝนตก20 วันฟ้าโปร่ง7 วันPM2.512 · ดีมาก30°
23°
ต.ค.
พฤศจิกายนอุณหภูมิ20–29°Cฝนเฉลี่ย78 มม.วันฝนตก10 วันฟ้าโปร่ง14 วันPM2.513 · ดีมาก29°
20°
พ.ย.
ธันวาคมอุณหภูมิ18–28°Cฝนเฉลี่ย23 มม.วันฝนตก3 วันฟ้าโปร่ง19 วันPM2.517 · ปานกลาง28°
18°
ธ.ค.

ต.ค. ตามสถิติ 23–30°C · ฝนเฉลี่ย 192 มม. (20 วันฝนตก) · ฟ้าโปร่ง 7 วัน · PM2.5 เฉลี่ย 12

เรื่องเล่าและประวัติ

เรื่องราวของที่นี่

วัดจามเทวีตั้งอยู่บนถนนจามเทวี ตำบลเหมืองง่า อำเภอเมืองลำพูน ห่างจากศาลากลางจังหวัดไปทางตะวันตกราว 1.5 กิโลเมตร ชาวบ้านรู้จักกันในชื่อ "วัดกู่กุด" หรือ "วัดกู่กุฏิ" และในตำนานเรียก "วัดมหาพล" คำว่า "กุด" ในภาษาเหนือแปลว่าด้วน เพราะยอดเจดีย์ประธานหักหายไป ส่วนชื่อ "วัดจามเทวี" เป็นชื่อในทะเบียนของทางราชการ ข้อมูลของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรระบุว่าสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพเป็นผู้เปลี่ยนชื่อจากวัดกู่กุดเป็นวัดจามเทวีเมื่อปี 2480

อ่านต่ออีก 16 ย่อหน้า

เอกสารท้องถิ่นบางฉบับระบุว่าเดิมวัดนี้ชื่อ "วัดสังฆาราม" ก่อนที่ชาวบ้านจะเรียกว่าวัดกู่กุดตามสภาพเจดีย์ที่ยอดหักหาย ส่วนผู้สร้างและปีที่สร้างนั้นไม่มีหลักฐานร่วมสมัยยืนยันแน่ชัด ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากตำนานและพงศาวดารที่เขียนขึ้นภายหลังหลายร้อยปี บทความท้องถิ่นบางชิ้นให้ปีสร้างตามตำนานไว้ราว พ.ศ. 1298 ในสมัยพระนางจามเทวี ขณะที่เอกสารแต่ละฉบับให้รายละเอียดขัดแย้งกันมาก

ชื่อวัดผูกกับพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งหริภุญชัย ตำนานเล่าว่าฤๅษีผู้สร้างนครหริภุญชัยได้ทูลเชิญเจ้าหญิงจากกรุงละโว้ขึ้นมาครองเมือง บางแหล่งระบุว่าพระนางเสด็จมาถึงราวปี ค.ศ. 679 พระนางมีพระราชโอรสฝาแฝดคือพระเจ้ามหันตยศและพระเจ้าอนันตยศ ยังมีตำนานเล่าว่าขุนวิลังคะ กษัตริย์ลัวะ มาสู่ขอพระนาง พระนางตั้งเงื่อนไขให้พุ่งหอกจากดอยสุเทพมาตกในเมืองหริภุญชัยให้ได้ แต่ทำไม่สำเร็จทั้งสามครั้ง ภาพจิตรกรรมเรื่องนี้ปรากฏอยู่ในวิหารของวัด

ตำนานสายหนึ่งเล่าว่า เมื่อพระนางจามเทวีสวรรคต พระราชโอรสได้สร้างวัดและเจดีย์ "สุวรรณจังโกฏ" ขึ้นเพื่อบรรจุพระอัฐิของพระมารดา ซึ่งจะตกอยู่ราวพุทธศตวรรษที่ 13 อีกสายหนึ่งมาจากชินกาลมาลีปกรณ์ เล่าว่าราวปี พ.ศ. 1616 กองทัพละโว้แพ้สงครามต่อพระเจ้าอาทิตยราช (บางฉบับว่าพระเจ้าทิตตะราช) แห่งหริภุญชัย เชลยถูกเกณฑ์ให้สร้าง "เจดีย์มหาพล" ซึ่ง อ.สันติ เล็กสุขุม และ อ.พิริยะ ไกรฤกษ์ เชื่อว่าคือวัดจามเทวีในปัจจุบัน

ตำนานพื้นเมืองแต่ละฉบับเล่าเรื่องเจดีย์สุวรรณจังโกฏต่างกันไป ตำนานจามเทวีฉบับแปลจากภาษาไทยยวนกล่าวถึงการถวายพระเพลิงพระศพและการก่อเจดีย์สุวรรณจังโกฏทางทิศใต้ของเวียงหริภุญชัย ตำนานมูลศาสนาเล่าถึงการแห่พระอัฐิและการบรรจุเครื่องใช้เครื่องประดับของพระนางไว้ในเจดีย์ ส่วนตำนานจามเทวีหริภุญชัยเชียงใหม่เพิ่มเรื่องช้างพระที่นั่งของพระนางล้มลง จึงบรรจุงาและกระดูกช้างไว้ด้วย อย่างไรก็ดี นักวิชาการบางท่านเห็นว่าเจดีย์สุวรรณจังโกฏในตำนานอาจเป็นคนละองค์กับเจดีย์กู่กุดที่เห็นในปัจจุบัน

หลักฐานทางศิลปะและจารึกชี้ว่าเจดีย์ที่เห็นอยู่ทุกวันนี้น่าจะสร้างหรือบูรณะใหม่ราวพุทธศตวรรษที่ 16–17 ในสมัยหริภุญชัย อ.เสนอ นิลเดช กำหนดอายุเจดีย์กู่กุดไว้ราวพุทธศตวรรษที่ 16 ในศิลปะละโว้–หริภุญชัย ส่วน อ.สันติ เล็กสุขุม ให้อยู่ในรัชกาลพระเจ้าสววาธิสิทธิ ขณะที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพเคยเสนอว่าเป็นเจดีย์แบบละโว้ที่ช่างละโว้สร้างในสมัยพระนางจามเทวี

หลักฐานสำคัญคือศิลาจารึกภาษามอญที่พบที่ฐานด้านตะวันออกของเจดีย์กู่กุด อายุราวกลางพุทธศตวรรษที่ 18 กล่าวถึงพระเจ้าสววาธิสิทธิ (สัพพาธิสิทธิ) ทรงสร้างหรือปฏิสังขรณ์เจดีย์ที่พังลงเพราะแผ่นดินไหว อ.พิริยะ ไกรฤกษ์ ระบุว่าการบูรณะครั้งใหญ่นี้เกิดขึ้นราวปี พ.ศ. 1761 อักษรในจารึกกลุ่มเมืองลำพูนคล้ายอักษรสมัยพระเจ้าจานสิตาแห่งพุกาม (พ.ศ. 1628–1656) ตามการศึกษาของ R. Halliday จารึกนี้ปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย

จารึกวัดกู่กุดเป็นหนึ่งในจารึกภาษามอญ 7 หลักของลำพูนที่ R. Halliday ศึกษาและ ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล เรียบเรียงเป็นภาษาไทย ข้อความกล่าวถึงการปฏิสังขรณ์ "พระรัตนเจดีย์" ที่พังลงเพราะแผ่นดินไหว บ่อน้ำภายในอาราม และการถวายที่ดินแก่วัด บางส่วนของจารึกชำรุดขาดหาย และตีพิมพ์ในหนังสือ จารึกในประเทศไทย เล่ม 2 (2529) ส่วนจารึกวัดดอนของกษัตริย์องค์เดียวกันเล่าว่าพระองค์และพระราชโอรสสององค์คือมหานามและกัจจายะทรงผนวช โดยมีพระราชคุรุเป็นประธาน และทรงสร้างเจดีย์ 3 องค์หน้าวัดเชตวันกับกุฏิเสนาสนะถวายสงฆ์ หลักฐานเหล่านี้ทำให้เห็นว่าหริภุญชัยราวพุทธศตวรรษที่ 18 เป็นเมืองพุทธที่รุ่งเรือง

เจดีย์กู่กุดหรือสุวรรณจังโกฏเจดีย์ก่อด้วยศิลาแลง เป็นเจดีย์ทรงปราสาทผังสี่เหลี่ยม ซ้อนเป็น 5 ชั้นลดหลั่นคล้ายพีระมิด แต่ละชั้นมีซุ้มจระนำด้านละ 3 ซุ้ม ประดิษฐานพระพุทธรูปยืน ชั้นละ 12 องค์ รวม 60 องค์ นักวิชาการตีความเลข 60 ไว้หลายแบบ เช่น อดีตพุทธเจ้า หรือพระอรหันต์ 60 องค์แรกในพุทธประวัติ ได้แก่ปัญจวัคคีย์ พระยสกุลบุตร และสหาย 54 คน มุมแต่ละชั้นประดับสถูปิกะ ส่วนยอดประธานหักหาย เหลือส่วนที่บางคนเสนอว่าเป็นรูปดอกบัวตูม พระพุทธรูปเป็นปางประทานอภัย แหล่งข้อมูลท่องเที่ยวต่างประเทศระบุว่าเจดีย์สูงราว 21 เมตร (ยังไม่พบตัวเลขจากกรมศิลปากร) บางแหล่งเล่าว่ารูปทรงได้แรงบันดาลใจจากมหาโพธิเจดีย์ที่พุทธคยา รูปแบบนี้เทียบได้กับสุวรรณเจดีย์ (ปทุมวดีเจดีย์) ในวัดพระธาตุหริภุญชัย และเชื่อกันว่าเจดีย์เหลี่ยมที่วัดเจดีย์เหลี่ยม เวียงกุมกาม ซึ่งพญามังรายสร้าง ก็ได้แบบมาจากเจดีย์องค์นี้

อีกองค์หนึ่งคือเจดีย์แปดเหลี่ยม หรือ "รัตนเจดีย์" ก่อด้วยอิฐ เป็นเจดีย์ทรงปราสาทผังแปดเหลี่ยม ฐานคล้ายฐานบัววลัยแบบทวารวดี เรือนธาตุมีซุ้มจระนำทั้ง 8 ด้านประดิษฐานพระพุทธรูปยืน ซุ้มเป็นแบบฝักเพกาของพม่า ปลายซุ้มเป็นตัวมกร เหนือขึ้นไปเป็นเจดีย์ทรงระฆังกลม ยอดหักหายเช่นกัน แหล่งข้อมูลท่องเที่ยวต่างประเทศระบุว่าสูงราว 11.5 เมตร และกำหนดอายุไว้ราวต้นพุทธศตวรรษที่ 18 นักวิชาการเทียบกับเจดีย์หมายเลข 13 เมืองอู่ทอง และพบรูปแบบคล้ายกันที่วัดพระแก้วเมืองสรรค์ ชื่อของเจดีย์สององค์นี้มักถูกเรียกสลับกัน เพราะยังไม่มีข้อสรุปว่ารัตนเจดีย์ที่พระเจ้าสววาธิสิทธิสร้างหรือบูรณะคือองค์ใด

พระพุทธรูปในซุ้มบอกเล่าการซ่อมแซมหลายยุค รุ่นแรกมีเศียรดินเผาถอดพิมพ์ ลำพระองค์ปูนปั้นมีแกนไม้เชื่อมพระหัตถ์ อาจเป็นปางแสดงธรรมหรือปางห้ามสมุทร รุ่นที่สองเป็นปูนปั้นทั้งองค์ เหลือพระรัศมีและพระเกศาเป็นดินเผา โครงการอนุรักษ์ของกรมศิลปากรปี 2534 พบว่ามีปูนขาวทาทับประติมากรรมเดิมนับสิบชั้น และพระพุทธรูปที่เจดีย์แปดเหลี่ยมถูกซ่อมน้อยกว่าที่เจดีย์กู่กุด

นอกจากเจดีย์โบราณสององค์ ภายในวัดยังมีวิหารที่สร้างสมัยครูบาศรีวิชัย ประดิษฐานพระพุทธรูปประธาน ผนังวิหารมีจิตรกรรมเล่าประวัติศาสตร์หริภุญชัย ทั้งการศึกสงครามและตำนานพระนางจามเทวีกับขุนวิลังคะ ส่วนอุโบสถมีหน้าบันแบบล้านนา ใกล้กันมีหลักศิลาจารึกอักษรมอญ และยังมีเจดีย์อีกองค์ที่สร้างขึ้นในยุคหลัง ประดิษฐานพระพุทธรูปสีทองในซุ้มทั้งสี่ด้าน

ต่อมาวัดถูกทิ้งร้างไปนาน เมื่อสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวประพาสมณฑลพายัพราวปี 2469 ได้สำรวจวัดกู่กุด เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครลำพูนองค์สุดท้าย ให้แผ้วถางบริเวณเพื่อรับเสด็จ และในหลวงรัชกาลที่ 7 กับสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีได้ทอดพระเนตรโบราณสถานแห่งนี้ ขณะที่วัดยังคงร้างอยู่ (เอกสารบางฉบับว่าการเปลี่ยนชื่อเป็นวัดจามเทวีเกิดในครั้งนั้น บางฉบับว่าปี 2480) กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2478 ปี 2479 เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้านาย ข้าราชการ และชาวลำพูน อาราธนาครูบาศรีวิชัยมาบูรณะ ท่านกับศรัทธาชาวบ้านช่วยกันแผ้วถางวัดร้างที่รกทึบ สร้างอุโบสถ วิหาร และกุฏิ เมื่องานเสร็จราวปี 2480 มีการฉลองถึง 15 วัน 15 คืน และกล่าวกันว่าเป็นวัดสุดท้ายที่ครูบาศรีวิชัยบูรณะ วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2480 และผูกพัทธสีมาอุโบสถเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2480 ภาพถ่ายปี 2497 ยังเห็นเจดีย์กู่กุดตั้งตระหง่านท่ามกลางต้นไม้ก่อนการบูรณะยุคใหม่

วัดจามเทวียังเป็นที่ส่งท้ายชีวิตของครูบาศรีวิชัย ท่านมรณภาพที่วัดบ้านปาง อำเภอลี้ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2481 (บางเอกสารว่า 20 กุมภาพันธ์ หรือ 22 มีนาคม) ศพของท่านตั้งที่วัดบ้านปางราวหนึ่งปี แล้วจึงเคลื่อนมาตั้งที่วัดจามเทวี มีการพระราชทานเพลิงศพที่วัดแห่งนี้เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2489 ผู้คนแย่งชิงอัฐิกันมาก อัฐิธาตุของท่านถูกแบ่งเป็น 7 ส่วน ส่วนแรกบรรจุไว้ที่วัดจามเทวี และในวัดยังมีกุฏิครูบาศรีวิชัยให้ผู้คนมากราบไหว้ ปี 2566 มีแผนเสนอชื่อท่านต่อยูเนสโกเป็นบุคคลสำคัญของโลกในวาระครบ 150 ปีชาตกาลในปี 2571

ใกล้ที่ถวายพระเพลิงเดิมมีสถูปบรรจุอัฐิธาตุครูบาศรีวิชัย ปี 2517 มีการสร้างกุฏิไม้หลังคาดินขอแบบพื้นเมือง ตามความประสงค์ของครูบาชัยยะวงศาพัฒนา แห่งวัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ให้เป็นที่พักระหว่างท่านมาสร้างอุโบสถและกำแพงวัดด้านใต้ ต่อมาใช้เป็นที่พักพระเณร ปี 2556 เจ้าอาวาสปรับปรุงกุฏิหลังนี้เป็น "โฮงนิทัศน์ครูบาศรีวิชัย" แบ่งเป็น 6 ห้อง มีรูปเหมือนครูบาศรีวิชัยและภาพถ่ายของท่านในอิริยาบถต่าง ๆ ให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้ประวัติ

กรมศิลปากรบูรณะฐานล่างของเจดีย์กู่กุดในปี 2504 และ 2517 และขึ้นทะเบียนเพิ่มเติมในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 25 กันยายน 2522 ปี 2552 มีการบูรณะเจดีย์กู่กุดและกุฏิครูบาศรีวิชัยอีกครั้งภายใต้การกำกับของกรมศิลปากร ความสำคัญของกู่กุดทำให้เมืองโบราณ สมุทรปราการ จำลองเจดีย์องค์นี้ไว้ และนักวิชาการบางส่วนยกให้เป็นหนึ่งในโบราณสถานที่เก็บร่องรอยศิลปะมอญ–ทวารวดีไว้สมบูรณ์ที่สุดของไทย

ผู้มาเยือนช่วยรักษาโบราณสถานแห่งนี้ได้ด้วยการแต่งกายสุภาพ ไม่ปีน จับ หรือพิงเจดีย์และพระพุทธรูปปูนปั้นซึ่งเปราะบางมาก และเดินเวียนประทักษิณอย่างสงบ

  1. ราว ค.ศ. 679พระนางจามเทวีเสด็จจากละโว้มาครองหริภุญชัย (ตามตำนาน)
  2. ราว 1298ปีสร้างวัดตามตำนานท้องถิ่นบางฉบับ
  3. พุทธศตวรรษที่ 13ตำนานว่าพระโอรสสร้างเจดีย์บรรจุพระอัฐิพระนางจามเทวี
  4. ราว 1616ชินกาลมาลีปกรณ์เล่าว่าเชลยละโว้ถูกเกณฑ์สร้างเจดีย์มหาพล
  5. ราว 1761พระเจ้าสววาธิสิทธิบูรณะเจดีย์ที่พังจากแผ่นดินไหว ตามจารึกภาษามอญ
  6. 1846พญามังรายสร้างเจดีย์วัดเจดีย์เหลี่ยมที่เวียงกุมกาม โดยถอดแบบจากเจดีย์กู่กุด
  7. ราว 2469สมเด็จกรมพระยาดำรงฯ ตามเสด็จรัชกาลที่ 7 สำรวจวัดกู่กุดที่ยังร้าง
ดูอีก 13 เหตุการณ์
  1. 24788 มี.ค. ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน
  2. 2479เจ้าจักรคำขจรศักดิ์อาราธนาครูบาศรีวิชัยมาบูรณะวัด
  3. 24802 ก.ย. ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา
  4. 24801 ธ.ค. ผูกพัทธสีมาอุโบสถ ฉลองการบูรณะ 15 วัน 15 คืน
  5. 248121 ก.พ. ครูบาศรีวิชัยมรณภาพ ต่อมาศพเคลื่อนมาตั้งที่วัด
  6. 248921 มี.ค. พระราชทานเพลิงศพครูบาศรีวิชัยที่วัดจามเทวี
  7. 2504กรมศิลปากรบูรณะฐานเจดีย์กู่กุด (และอีกครั้งปี 2517)
  8. 2517สร้างกุฏิไม้ตามความประสงค์ของครูบาชัยยะวงศาพัฒนา
  9. 252225 ก.ย. ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานเพิ่มเติม
  10. 2534โครงการอนุรักษ์ประติมากรรมพบปูนขาวทาทับนับสิบชั้น
  11. 2552บูรณะเจดีย์กู่กุดและกุฏิครูบาศรีวิชัย
  12. 2556เปิดโฮงนิทัศน์ครูบาศรีวิชัยในกุฏิไม้หลังเดิม
  13. 2566มีแผนเสนอชื่อครูบาศรีวิชัยต่อยูเนสโก ในวาระ 150 ปีชาตกาล (2571)
จารึกภาษามอญจากวัดกู่กุด ปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย
จารึกภาษามอญจากวัดกู่กุด ปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชยจารึกภาษามอญจากวัดกู่กุด ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย — ภาพ: Hartmann Linge / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
พระพุทธรูปยืนในซุ้มจระนำของเจดีย์กู่กุด
พระพุทธรูปยืนในซุ้มจระนำของเจดีย์กู่กุดพระพุทธรูปยืนในซุ้มจระนำ ด้านละ 3 องค์ — ภาพ: Chainwit. / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)
เจดีย์กู่กุดในภาพถ่ายปี 2497
เจดีย์กู่กุดในภาพถ่ายปี 2497เจดีย์กู่กุดในภาพถ่ายเก่าปี 2497 — ภาพ: อุทัยและพูนทรัพย์ สนธิ (Uthai & Phunsap Sonthi / Wikimedia Commons (Public domain)
นักเที่ยวที่มาแล้ว

เช็คอินและรูปจากนักเที่ยว

ไปถึงแล้วกดเช็คอิน เก็บตราประทับ และบอกคนอื่นว่าตอนนี้ที่นี่เป็นยังไง

0 คนเช็คอินที่นี่แล้ว
    เข้าสู่ระบบเพื่อเช็คอิน

    ต้องเปิดตำแหน่งและอยู่ใกล้ที่นี่ไม่เกิน 0.5 กม. · เช็คอินได้วันละ 1 ครั้งต่อสถานที่ · มาหลายวันก็เก็บได้ทุกวัน

    เข้าสู่ระบบเพื่อลงรูป
    การเดินทาง

    ไปยังไง

    จากเชียงใหม่ใช้ถนนเชียงใหม่–ลำพูน (ทางหลวง 106 สายต้นยาง) หร…

    เปิดในแอป Google Maps
    รถยนต์จากเชียงใหม่ราว 40 นาที

    ทางหลวง 106 (ถนนสายต้นยาง) หรือทางหลวง 11 ราว 28 กม.

    รถโดยสาร/สองแถวราว 1 ชั่วโมง

    เชียงใหม่–ลำพูน แล้วต่อสามล้อในเมือง · ตามระยะ

    ถนน

    ถนนจามเทวี ห่างศาลากลางจังหวัดลำพูนไปทางตะวันตกราว 1.5 กม. ทางราบในเมือง

    ที่จอดรถ

    ลานจอดรถภายในวัด

    ปั๊มน้ำมัน

    ปั๊มน้ำมันในตัวเมืองลำพูน

    สัญญาณมือถือ

    สัญญาณมือถือดีมาก อยู่ในเมือง

    เวลาเปิด

    เปิดทุกวันช่วงกลางวัน ไม่เก็บค่าเข้า

    ระยะทาง

    ราว 28 กม. จากตัวเมืองเชียงใหม่

    ค้นใน Google Maps ด้วยชื่อ

    วัดจามเทวี (วัดกู่กุด) ลำพูน

    ค่าเข้าชาวต่างชาติ

    0 บาท

    คำถามที่พบบ่อย

    ถามบ่อย
    ก่อนไปวัดจามเทวี

    รวมคำตอบที่นักเที่ยวอยากรู้ก่อนออกเดินทาง อ่านจบในนาทีเดียว

    01

    วัดจามเทวีเสียค่าเข้าไหม

    ไม่เสีย ทำบุญได้ตามศรัทธา

    02

    ทำไมเรียกว่ากู่กุด

    เพราะยอดเจดีย์หักหาย "กุด" แปลว่าด้วน ชาวบ้านจึงเรียกเจดีย์ยอดด้วนว่ากู่กุด

    03

    เจดีย์กู่กุดมีพระพุทธรูปกี่องค์

    60 องค์ ชั้นละ 12 องค์ ด้านละ 3 องค์ รวม 5 ชั้น

    04

    วัดจามเทวีสร้างเมื่อไหร่

    ตำนานว่าสมัยพระนางจามเทวี ราวพุทธศตวรรษที่ 13 แต่หลักฐานทางศิลปะและจารึกชี้ว่าราวพุทธศตวรรษที่ 16–17

    05

    ครูบาศรีวิชัยเกี่ยวข้องอย่างไร

    ท่านบูรณะวัดเมื่อปี 2479 และพระราชทานเพลิงศพของท่านจัดที่วัดนี้เมื่อปี 2489

    พร้อมออกเดินทางไปวัดจามเทวีหรือยัง

    วันที่ดีที่สุดในสัปดาห์นี้คือ พุธ 28 ต.ค. · เช็คอินเมื่อไปถึงเพื่อเก็บแสตมป์

    เช็คอินนำทาง