01เรื่องที่ควรรู้ก่อนเข้าวัด
แต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า · เดินเวียนประทักษิณรอบเจดีย์ตามเข็มนาฬิกา · ไม่ปีน จับ หรือพิงเจดีย์และพระพุทธรูปปูนปั้น · ไม่ใช้แฟลชหรือขาตั้งกล้องรบกวนผู้มาไหว้
เปิดทุกวันช่วงกลางวัน ไม่เก็บค่าเข้า
ช่วงเช้าก่อน 10:00 หรือบ่ายแก่หลัง 15:30 แสงสวยและไม่ร้อน
ไฮไลต์ห้ามพลาด
01
02
03
04
056 วันข้างหน้า
ไปวันไหนดี
ในสัปดาห์นี้
แตะการ์ดวันที่อยากไป เพื่อดูรายละเอียดอากาศ ฝน ฝุ่น และรายชั่วโมงของวันนั้น
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ช่วงดีที่สุด 06:00–15:00 ฝนน้อย · อาจมีละอองฝนบางช่วง
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ช่วงดีที่สุด 08:00–17:00 ฝนน้อย · อาจมีละอองฝนบางช่วง
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน · อาจมีละอองฝนบางช่วง
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
วัดจามเทวี
วัดจามเทวี หรือวัดกู่กุด เป็นวัดเก่าแก่สมัยหริภุญชัยทางตะวันตกของตัวเมืองลำพูน ที่ตั้งของเจดีย์กู่กุด เจดีย์ศิลาแลงทรงปราสาท 5 ชั้นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปยืน 60 องค์ในซุ้มจระนำ
ภายในวัดยังมีเจดีย์แปดเหลี่ยมก่ออิฐ และกุฏิครูบาศรีวิชัย ผู้บูรณะวัดเมื่อปี 2479 และเป็นสถานที่พระราชทานเพลิงศพของท่านเมื่อปี 2489 เข้าชมฟรี ใช้เวลาราว 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง
- แสงเช้าส่องด้านตะวันออกของเจดีย์ อากาศเย็น
- แดดแรง ลานวัดร้อน
- แสงบ่ายส่องด้านตะวันตก เหมาะถ่ายรูป
ควรถึง ช่วงเช้าก่อน 10:00 หรือบ่ายแก่หลัง 15:30 แสงสวยและไม่ร้อน
- ลานด้านตะวันออกของกู่กุดถ่ายเจดีย์เต็มองค์กับแสงเช้าเช้า
- มุมเฉียงจากทางเดินในวัดเห็นทั้งกู่กุดและวิหารบ่ายแก่
- ซุ้มจระนำชั้นล่างรายละเอียดพระพุทธรูปปูนปั้นทั้งวัน
แกลเลอรี
ภาพจาก Wikimedia Commons และผู้ร่วมเผยแพร่ · เครดิตเต็มดูได้ที่หน้าแบบเดิม
ข้อควรรู้เฉพาะที่นี่
ห้ามปีนหรือจับเจดีย์และพระพุทธรูปปูนปั้นในซุ้ม ลายปูนเปราะบางมาก
เป็นวัด แต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า
ลานรอบเจดีย์ไม่มีร่มเงามาก ช่วงเที่ยงร้อนจัด
- ไปช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ แสงส่องลายปูนปั้นในซุ้มสวยที่สุด
- เดินดูเจดีย์ครบทั้งสี่ด้าน พระพุทธรูปแต่ละซุ้มมีร่องรอยซ่อมต่างกัน
- เที่ยวต่อวัดพระธาตุหริภุญชัยและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชยที่เก็บจารึกของวัดนี้
- แวะชมกุฏิครูบาศรีวิชัยภายในวัด
ผู้ใหญ่ 0 บาท · ใช้เวลาเที่ยว 30 นาที – 1 ชั่วโมง
เสาร์–อาทิตย์และวันหยุดยาว โดยเฉพาะช่วงเที่ยวลำพูน–เชียงใหม่หน้าหนาว
| ดอกไม้ธูปเทียนทำบุญ (ตามศรัทธา) ไม่บังคับ | 20 ฿/ชุด |
เงินสดเป็นหลัก · ราคาอาจเปลี่ยนตามฤดูกาล ควรเช็กกับสถานที่
- มีเด็ก เด็กเที่ยวได้ ดูแลไม่ให้ปีนโบราณสถาน
- ผู้สูงอายุ ทางเดินในวัดเป็นพื้นราบ เดินไม่ไกล
- วีลแชร์ ลานวัดเป็นพื้นราบ วีลแชร์ไปถึงหน้าเจดีย์ได้
- สัตว์เลี้ยง ไม่ควรนำสัตว์เลี้ยงเข้าเขตวัด
- ร้านอาหารในตัวเมืองลำพูนก๋วยเตี๋ยวและอาหารเหนือ
- ตลาดและร้านรอบวัดพระธาตุหริภุญชัยของกินพื้นเมืองและของฝาก
- แต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า
- เดินเวียนประทักษิณรอบเจดีย์ตามเข็มนาฬิกา
- ไม่ปีน จับ หรือพิงเจดีย์และพระพุทธรูปปูนปั้น
- ไม่ใช้แฟลชหรือขาตั้งกล้องรบกวนผู้มาไหว้
- อย่าปีนหรือแตะโบราณสถาน ลายปูนเปราะบาง
- ช่วงเที่ยงลานวัดร้อน พกน้ำและหมวก
- มี.ค. – เม.ย. ฝุ่น PM2.5 ในลำพูนสูง
ไปเดือนไหนดี
แตะแต่ละเดือนบนวงล้อเพื่อดูอากาศ ฝน ฝุ่น และความหนาแน่นของคน จากสถิติย้อนหลัง 10 ปี
ช่วงที่ดีที่สุด · พ.ย. – ม.ค. อากาศเย็น ฟ้าใส แดดอ่อนช่วงเช้าและบ่ายแก่ ส่องให้ลายปูนปั้นพระพุทธรูปในซุ้มจระนำเห็นชัด เดินชมวัดได้สบาย
ควรระวัง · มี.ค. – เม.ย. ร้อนจัดและหมอกควันในลำพูนหนัก ลานวัดร้อนตอนกลางวัน ส่วนหน้าฝนมีฝนตกบ่าย ๆ เป็นช่วง
17°ม.ค.
17°ก.พ.
21°มี.ค.
24°เม.ย.
25°พ.ค.
25°มิ.ย.
24°ก.ค.
24°ส.ค.
24°ก.ย.
23°ต.ค.
20°พ.ย.
18°ธ.ค.
ต.ค. ตามสถิติ 23–30°C · ฝนเฉลี่ย 192 มม. (20 วันฝนตก) · ฟ้าโปร่ง 7 วัน · PM2.5 เฉลี่ย 12
เรื่องราวของที่นี่
วัดจามเทวีตั้งอยู่บนถนนจามเทวี ตำบลเหมืองง่า อำเภอเมืองลำพูน ห่างจากศาลากลางจังหวัดไปทางตะวันตกราว 1.5 กิโลเมตร ชาวบ้านรู้จักกันในชื่อ "วัดกู่กุด" หรือ "วัดกู่กุฏิ" และในตำนานเรียก "วัดมหาพล" คำว่า "กุด" ในภาษาเหนือแปลว่าด้วน เพราะยอดเจดีย์ประธานหักหายไป ส่วนชื่อ "วัดจามเทวี" เป็นชื่อในทะเบียนของทางราชการ ข้อมูลของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรระบุว่าสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพเป็นผู้เปลี่ยนชื่อจากวัดกู่กุดเป็นวัดจามเทวีเมื่อปี 2480
อ่านต่ออีก 16 ย่อหน้า
เอกสารท้องถิ่นบางฉบับระบุว่าเดิมวัดนี้ชื่อ "วัดสังฆาราม" ก่อนที่ชาวบ้านจะเรียกว่าวัดกู่กุดตามสภาพเจดีย์ที่ยอดหักหาย ส่วนผู้สร้างและปีที่สร้างนั้นไม่มีหลักฐานร่วมสมัยยืนยันแน่ชัด ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากตำนานและพงศาวดารที่เขียนขึ้นภายหลังหลายร้อยปี บทความท้องถิ่นบางชิ้นให้ปีสร้างตามตำนานไว้ราว พ.ศ. 1298 ในสมัยพระนางจามเทวี ขณะที่เอกสารแต่ละฉบับให้รายละเอียดขัดแย้งกันมาก
ชื่อวัดผูกกับพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งหริภุญชัย ตำนานเล่าว่าฤๅษีผู้สร้างนครหริภุญชัยได้ทูลเชิญเจ้าหญิงจากกรุงละโว้ขึ้นมาครองเมือง บางแหล่งระบุว่าพระนางเสด็จมาถึงราวปี ค.ศ. 679 พระนางมีพระราชโอรสฝาแฝดคือพระเจ้ามหันตยศและพระเจ้าอนันตยศ ยังมีตำนานเล่าว่าขุนวิลังคะ กษัตริย์ลัวะ มาสู่ขอพระนาง พระนางตั้งเงื่อนไขให้พุ่งหอกจากดอยสุเทพมาตกในเมืองหริภุญชัยให้ได้ แต่ทำไม่สำเร็จทั้งสามครั้ง ภาพจิตรกรรมเรื่องนี้ปรากฏอยู่ในวิหารของวัด
ตำนานสายหนึ่งเล่าว่า เมื่อพระนางจามเทวีสวรรคต พระราชโอรสได้สร้างวัดและเจดีย์ "สุวรรณจังโกฏ" ขึ้นเพื่อบรรจุพระอัฐิของพระมารดา ซึ่งจะตกอยู่ราวพุทธศตวรรษที่ 13 อีกสายหนึ่งมาจากชินกาลมาลีปกรณ์ เล่าว่าราวปี พ.ศ. 1616 กองทัพละโว้แพ้สงครามต่อพระเจ้าอาทิตยราช (บางฉบับว่าพระเจ้าทิตตะราช) แห่งหริภุญชัย เชลยถูกเกณฑ์ให้สร้าง "เจดีย์มหาพล" ซึ่ง อ.สันติ เล็กสุขุม และ อ.พิริยะ ไกรฤกษ์ เชื่อว่าคือวัดจามเทวีในปัจจุบัน
ตำนานพื้นเมืองแต่ละฉบับเล่าเรื่องเจดีย์สุวรรณจังโกฏต่างกันไป ตำนานจามเทวีฉบับแปลจากภาษาไทยยวนกล่าวถึงการถวายพระเพลิงพระศพและการก่อเจดีย์สุวรรณจังโกฏทางทิศใต้ของเวียงหริภุญชัย ตำนานมูลศาสนาเล่าถึงการแห่พระอัฐิและการบรรจุเครื่องใช้เครื่องประดับของพระนางไว้ในเจดีย์ ส่วนตำนานจามเทวีหริภุญชัยเชียงใหม่เพิ่มเรื่องช้างพระที่นั่งของพระนางล้มลง จึงบรรจุงาและกระดูกช้างไว้ด้วย อย่างไรก็ดี นักวิชาการบางท่านเห็นว่าเจดีย์สุวรรณจังโกฏในตำนานอาจเป็นคนละองค์กับเจดีย์กู่กุดที่เห็นในปัจจุบัน
หลักฐานทางศิลปะและจารึกชี้ว่าเจดีย์ที่เห็นอยู่ทุกวันนี้น่าจะสร้างหรือบูรณะใหม่ราวพุทธศตวรรษที่ 16–17 ในสมัยหริภุญชัย อ.เสนอ นิลเดช กำหนดอายุเจดีย์กู่กุดไว้ราวพุทธศตวรรษที่ 16 ในศิลปะละโว้–หริภุญชัย ส่วน อ.สันติ เล็กสุขุม ให้อยู่ในรัชกาลพระเจ้าสววาธิสิทธิ ขณะที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพเคยเสนอว่าเป็นเจดีย์แบบละโว้ที่ช่างละโว้สร้างในสมัยพระนางจามเทวี
หลักฐานสำคัญคือศิลาจารึกภาษามอญที่พบที่ฐานด้านตะวันออกของเจดีย์กู่กุด อายุราวกลางพุทธศตวรรษที่ 18 กล่าวถึงพระเจ้าสววาธิสิทธิ (สัพพาธิสิทธิ) ทรงสร้างหรือปฏิสังขรณ์เจดีย์ที่พังลงเพราะแผ่นดินไหว อ.พิริยะ ไกรฤกษ์ ระบุว่าการบูรณะครั้งใหญ่นี้เกิดขึ้นราวปี พ.ศ. 1761 อักษรในจารึกกลุ่มเมืองลำพูนคล้ายอักษรสมัยพระเจ้าจานสิตาแห่งพุกาม (พ.ศ. 1628–1656) ตามการศึกษาของ R. Halliday จารึกนี้ปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย
จารึกวัดกู่กุดเป็นหนึ่งในจารึกภาษามอญ 7 หลักของลำพูนที่ R. Halliday ศึกษาและ ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล เรียบเรียงเป็นภาษาไทย ข้อความกล่าวถึงการปฏิสังขรณ์ "พระรัตนเจดีย์" ที่พังลงเพราะแผ่นดินไหว บ่อน้ำภายในอาราม และการถวายที่ดินแก่วัด บางส่วนของจารึกชำรุดขาดหาย และตีพิมพ์ในหนังสือ จารึกในประเทศไทย เล่ม 2 (2529) ส่วนจารึกวัดดอนของกษัตริย์องค์เดียวกันเล่าว่าพระองค์และพระราชโอรสสององค์คือมหานามและกัจจายะทรงผนวช โดยมีพระราชคุรุเป็นประธาน และทรงสร้างเจดีย์ 3 องค์หน้าวัดเชตวันกับกุฏิเสนาสนะถวายสงฆ์ หลักฐานเหล่านี้ทำให้เห็นว่าหริภุญชัยราวพุทธศตวรรษที่ 18 เป็นเมืองพุทธที่รุ่งเรือง
เจดีย์กู่กุดหรือสุวรรณจังโกฏเจดีย์ก่อด้วยศิลาแลง เป็นเจดีย์ทรงปราสาทผังสี่เหลี่ยม ซ้อนเป็น 5 ชั้นลดหลั่นคล้ายพีระมิด แต่ละชั้นมีซุ้มจระนำด้านละ 3 ซุ้ม ประดิษฐานพระพุทธรูปยืน ชั้นละ 12 องค์ รวม 60 องค์ นักวิชาการตีความเลข 60 ไว้หลายแบบ เช่น อดีตพุทธเจ้า หรือพระอรหันต์ 60 องค์แรกในพุทธประวัติ ได้แก่ปัญจวัคคีย์ พระยสกุลบุตร และสหาย 54 คน มุมแต่ละชั้นประดับสถูปิกะ ส่วนยอดประธานหักหาย เหลือส่วนที่บางคนเสนอว่าเป็นรูปดอกบัวตูม พระพุทธรูปเป็นปางประทานอภัย แหล่งข้อมูลท่องเที่ยวต่างประเทศระบุว่าเจดีย์สูงราว 21 เมตร (ยังไม่พบตัวเลขจากกรมศิลปากร) บางแหล่งเล่าว่ารูปทรงได้แรงบันดาลใจจากมหาโพธิเจดีย์ที่พุทธคยา รูปแบบนี้เทียบได้กับสุวรรณเจดีย์ (ปทุมวดีเจดีย์) ในวัดพระธาตุหริภุญชัย และเชื่อกันว่าเจดีย์เหลี่ยมที่วัดเจดีย์เหลี่ยม เวียงกุมกาม ซึ่งพญามังรายสร้าง ก็ได้แบบมาจากเจดีย์องค์นี้
อีกองค์หนึ่งคือเจดีย์แปดเหลี่ยม หรือ "รัตนเจดีย์" ก่อด้วยอิฐ เป็นเจดีย์ทรงปราสาทผังแปดเหลี่ยม ฐานคล้ายฐานบัววลัยแบบทวารวดี เรือนธาตุมีซุ้มจระนำทั้ง 8 ด้านประดิษฐานพระพุทธรูปยืน ซุ้มเป็นแบบฝักเพกาของพม่า ปลายซุ้มเป็นตัวมกร เหนือขึ้นไปเป็นเจดีย์ทรงระฆังกลม ยอดหักหายเช่นกัน แหล่งข้อมูลท่องเที่ยวต่างประเทศระบุว่าสูงราว 11.5 เมตร และกำหนดอายุไว้ราวต้นพุทธศตวรรษที่ 18 นักวิชาการเทียบกับเจดีย์หมายเลข 13 เมืองอู่ทอง และพบรูปแบบคล้ายกันที่วัดพระแก้วเมืองสรรค์ ชื่อของเจดีย์สององค์นี้มักถูกเรียกสลับกัน เพราะยังไม่มีข้อสรุปว่ารัตนเจดีย์ที่พระเจ้าสววาธิสิทธิสร้างหรือบูรณะคือองค์ใด
พระพุทธรูปในซุ้มบอกเล่าการซ่อมแซมหลายยุค รุ่นแรกมีเศียรดินเผาถอดพิมพ์ ลำพระองค์ปูนปั้นมีแกนไม้เชื่อมพระหัตถ์ อาจเป็นปางแสดงธรรมหรือปางห้ามสมุทร รุ่นที่สองเป็นปูนปั้นทั้งองค์ เหลือพระรัศมีและพระเกศาเป็นดินเผา โครงการอนุรักษ์ของกรมศิลปากรปี 2534 พบว่ามีปูนขาวทาทับประติมากรรมเดิมนับสิบชั้น และพระพุทธรูปที่เจดีย์แปดเหลี่ยมถูกซ่อมน้อยกว่าที่เจดีย์กู่กุด
นอกจากเจดีย์โบราณสององค์ ภายในวัดยังมีวิหารที่สร้างสมัยครูบาศรีวิชัย ประดิษฐานพระพุทธรูปประธาน ผนังวิหารมีจิตรกรรมเล่าประวัติศาสตร์หริภุญชัย ทั้งการศึกสงครามและตำนานพระนางจามเทวีกับขุนวิลังคะ ส่วนอุโบสถมีหน้าบันแบบล้านนา ใกล้กันมีหลักศิลาจารึกอักษรมอญ และยังมีเจดีย์อีกองค์ที่สร้างขึ้นในยุคหลัง ประดิษฐานพระพุทธรูปสีทองในซุ้มทั้งสี่ด้าน
ต่อมาวัดถูกทิ้งร้างไปนาน เมื่อสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวประพาสมณฑลพายัพราวปี 2469 ได้สำรวจวัดกู่กุด เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครลำพูนองค์สุดท้าย ให้แผ้วถางบริเวณเพื่อรับเสด็จ และในหลวงรัชกาลที่ 7 กับสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีได้ทอดพระเนตรโบราณสถานแห่งนี้ ขณะที่วัดยังคงร้างอยู่ (เอกสารบางฉบับว่าการเปลี่ยนชื่อเป็นวัดจามเทวีเกิดในครั้งนั้น บางฉบับว่าปี 2480) กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2478 ปี 2479 เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้านาย ข้าราชการ และชาวลำพูน อาราธนาครูบาศรีวิชัยมาบูรณะ ท่านกับศรัทธาชาวบ้านช่วยกันแผ้วถางวัดร้างที่รกทึบ สร้างอุโบสถ วิหาร และกุฏิ เมื่องานเสร็จราวปี 2480 มีการฉลองถึง 15 วัน 15 คืน และกล่าวกันว่าเป็นวัดสุดท้ายที่ครูบาศรีวิชัยบูรณะ วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2480 และผูกพัทธสีมาอุโบสถเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2480 ภาพถ่ายปี 2497 ยังเห็นเจดีย์กู่กุดตั้งตระหง่านท่ามกลางต้นไม้ก่อนการบูรณะยุคใหม่
วัดจามเทวียังเป็นที่ส่งท้ายชีวิตของครูบาศรีวิชัย ท่านมรณภาพที่วัดบ้านปาง อำเภอลี้ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2481 (บางเอกสารว่า 20 กุมภาพันธ์ หรือ 22 มีนาคม) ศพของท่านตั้งที่วัดบ้านปางราวหนึ่งปี แล้วจึงเคลื่อนมาตั้งที่วัดจามเทวี มีการพระราชทานเพลิงศพที่วัดแห่งนี้เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2489 ผู้คนแย่งชิงอัฐิกันมาก อัฐิธาตุของท่านถูกแบ่งเป็น 7 ส่วน ส่วนแรกบรรจุไว้ที่วัดจามเทวี และในวัดยังมีกุฏิครูบาศรีวิชัยให้ผู้คนมากราบไหว้ ปี 2566 มีแผนเสนอชื่อท่านต่อยูเนสโกเป็นบุคคลสำคัญของโลกในวาระครบ 150 ปีชาตกาลในปี 2571
ใกล้ที่ถวายพระเพลิงเดิมมีสถูปบรรจุอัฐิธาตุครูบาศรีวิชัย ปี 2517 มีการสร้างกุฏิไม้หลังคาดินขอแบบพื้นเมือง ตามความประสงค์ของครูบาชัยยะวงศาพัฒนา แห่งวัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ให้เป็นที่พักระหว่างท่านมาสร้างอุโบสถและกำแพงวัดด้านใต้ ต่อมาใช้เป็นที่พักพระเณร ปี 2556 เจ้าอาวาสปรับปรุงกุฏิหลังนี้เป็น "โฮงนิทัศน์ครูบาศรีวิชัย" แบ่งเป็น 6 ห้อง มีรูปเหมือนครูบาศรีวิชัยและภาพถ่ายของท่านในอิริยาบถต่าง ๆ ให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้ประวัติ
กรมศิลปากรบูรณะฐานล่างของเจดีย์กู่กุดในปี 2504 และ 2517 และขึ้นทะเบียนเพิ่มเติมในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 25 กันยายน 2522 ปี 2552 มีการบูรณะเจดีย์กู่กุดและกุฏิครูบาศรีวิชัยอีกครั้งภายใต้การกำกับของกรมศิลปากร ความสำคัญของกู่กุดทำให้เมืองโบราณ สมุทรปราการ จำลองเจดีย์องค์นี้ไว้ และนักวิชาการบางส่วนยกให้เป็นหนึ่งในโบราณสถานที่เก็บร่องรอยศิลปะมอญ–ทวารวดีไว้สมบูรณ์ที่สุดของไทย
ผู้มาเยือนช่วยรักษาโบราณสถานแห่งนี้ได้ด้วยการแต่งกายสุภาพ ไม่ปีน จับ หรือพิงเจดีย์และพระพุทธรูปปูนปั้นซึ่งเปราะบางมาก และเดินเวียนประทักษิณอย่างสงบ
- ราว ค.ศ. 679พระนางจามเทวีเสด็จจากละโว้มาครองหริภุญชัย (ตามตำนาน)
- ราว 1298ปีสร้างวัดตามตำนานท้องถิ่นบางฉบับ
- พุทธศตวรรษที่ 13ตำนานว่าพระโอรสสร้างเจดีย์บรรจุพระอัฐิพระนางจามเทวี
- ราว 1616ชินกาลมาลีปกรณ์เล่าว่าเชลยละโว้ถูกเกณฑ์สร้างเจดีย์มหาพล
- ราว 1761พระเจ้าสววาธิสิทธิบูรณะเจดีย์ที่พังจากแผ่นดินไหว ตามจารึกภาษามอญ
- 1846พญามังรายสร้างเจดีย์วัดเจดีย์เหลี่ยมที่เวียงกุมกาม โดยถอดแบบจากเจดีย์กู่กุด
- ราว 2469สมเด็จกรมพระยาดำรงฯ ตามเสด็จรัชกาลที่ 7 สำรวจวัดกู่กุดที่ยังร้าง
ดูอีก 13 เหตุการณ์
- 24788 มี.ค. ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน
- 2479เจ้าจักรคำขจรศักดิ์อาราธนาครูบาศรีวิชัยมาบูรณะวัด
- 24802 ก.ย. ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา
- 24801 ธ.ค. ผูกพัทธสีมาอุโบสถ ฉลองการบูรณะ 15 วัน 15 คืน
- 248121 ก.พ. ครูบาศรีวิชัยมรณภาพ ต่อมาศพเคลื่อนมาตั้งที่วัด
- 248921 มี.ค. พระราชทานเพลิงศพครูบาศรีวิชัยที่วัดจามเทวี
- 2504กรมศิลปากรบูรณะฐานเจดีย์กู่กุด (และอีกครั้งปี 2517)
- 2517สร้างกุฏิไม้ตามความประสงค์ของครูบาชัยยะวงศาพัฒนา
- 252225 ก.ย. ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานเพิ่มเติม
- 2534โครงการอนุรักษ์ประติมากรรมพบปูนขาวทาทับนับสิบชั้น
- 2552บูรณะเจดีย์กู่กุดและกุฏิครูบาศรีวิชัย
- 2556เปิดโฮงนิทัศน์ครูบาศรีวิชัยในกุฏิไม้หลังเดิม
- 2566มีแผนเสนอชื่อครูบาศรีวิชัยต่อยูเนสโก ในวาระ 150 ปีชาตกาล (2571)



เช็คอินและรูปจากนักเที่ยว
ไปถึงแล้วกดเช็คอิน เก็บตราประทับ และบอกคนอื่นว่าตอนนี้ที่นี่เป็นยังไง
ตรวจก่อนว่าคุณอยู่ในระยะเช็คอินไหม จะได้ไม่ต้องกรอกเสียเปล่า
ต้องเปิดตำแหน่งและอยู่ใกล้ที่นี่ไม่เกิน 0.5 กม. · เช็คอินได้วันละ 1 ครั้งต่อสถานที่ · มาหลายวันก็เก็บได้ทุกวัน
ลงรูปได้จากทุกที่ ไม่ต้องอยู่ในระยะเช็คอิน · เลือกได้ครั้งละไม่เกิน 20 รูป · JPG / PNG / WebP · ระบบลบข้อมูลตำแหน่ง GPS ในรูปให้อัตโนมัติ
ไปยังไง
จากเชียงใหม่ใช้ถนนเชียงใหม่–ลำพูน (ทางหลวง 106 สายต้นยาง) หร…
ทางหลวง 106 (ถนนสายต้นยาง) หรือทางหลวง 11 ราว 28 กม.
เชียงใหม่–ลำพูน แล้วต่อสามล้อในเมือง · ตามระยะ
ถนนจามเทวี ห่างศาลากลางจังหวัดลำพูนไปทางตะวันตกราว 1.5 กม. ทางราบในเมือง
ลานจอดรถภายในวัด
ปั๊มน้ำมันในตัวเมืองลำพูน
สัญญาณมือถือดีมาก อยู่ในเมือง
เปิดทุกวันช่วงกลางวัน ไม่เก็บค่าเข้า
ราว 28 กม. จากตัวเมืองเชียงใหม่
วัดจามเทวี (วัดกู่กุด) ลำพูน
0 บาท
ที่พักใกล้วัดจามเทวี
ราคาโดยประมาณต่อคืน สำหรับ 2 คน (สัปดาห์หน้า) · ราคาจริงขึ้นกับวันที่จอง
ถามบ่อย
ก่อนไปวัดจามเทวี
รวมคำตอบที่นักเที่ยวอยากรู้ก่อนออกเดินทาง อ่านจบในนาทีเดียว
วัดจามเทวีเสียค่าเข้าไหม
ไม่เสีย ทำบุญได้ตามศรัทธา
ทำไมเรียกว่ากู่กุด
เพราะยอดเจดีย์หักหาย "กุด" แปลว่าด้วน ชาวบ้านจึงเรียกเจดีย์ยอดด้วนว่ากู่กุด
เจดีย์กู่กุดมีพระพุทธรูปกี่องค์
60 องค์ ชั้นละ 12 องค์ ด้านละ 3 องค์ รวม 5 ชั้น
วัดจามเทวีสร้างเมื่อไหร่
ตำนานว่าสมัยพระนางจามเทวี ราวพุทธศตวรรษที่ 13 แต่หลักฐานทางศิลปะและจารึกชี้ว่าราวพุทธศตวรรษที่ 16–17
ครูบาศรีวิชัยเกี่ยวข้องอย่างไร
ท่านบูรณะวัดเมื่อปี 2479 และพระราชทานเพลิงศพของท่านจัดที่วัดนี้เมื่อปี 2489

พร้อมออกเดินทางไปวัดจามเทวีหรือยัง
วันที่ดีที่สุดในสัปดาห์นี้คือ พุธ 28 ต.ค. · เช็คอินเมื่อไปถึงเพื่อเก็บแสตมป์
