01เวลาเปิด เวลาที่ใช้ และมุมถ่ายรูป
ศูนย์ข้อมูลราว 08:30–17:00 · รถม้าและรถรางราว 08:00–16:00
1–3 ชั่วโมง
วัดเจดีย์เหลี่ยม — เจดีย์ห้าชั้นกับแสงเย็น
ฟรี
ไฮไลต์ห้ามพลาด
01
02
03
047 วันข้างหน้า
ไปวันไหนดี
ในสัปดาห์นี้
แตะการ์ดวันที่อยากไป เพื่อดูรายละเอียดอากาศ ฝน ฝุ่น และรายชั่วโมงของวันนั้น
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ช่วงดีที่สุด 06:00–15:00 ฝนน้อย · อาจมีละอองฝนบางช่วง
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ช่วงดีที่สุด 07:00–17:00 ฝนน้อย · อาจมีละอองฝนบางช่วง
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
เวียงกุมกาม
เวียงกุมกาม อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เมืองโบราณสมัยพญามังรายที่ถูกตะกอนแม่น้ำปิงทับถม
- แดดอ่อน เริ่มที่ศูนย์ข้อมูล
- แดดเริ่มแรง ร่มเงาน้อย
- ร้อนที่สุด
- แสงเย็นส่องเจดีย์เหลี่ยม
ควรถึง ก่อน 10:00 หรือหลัง 15:00 แดดไม่แรง
- วัดเจดีย์เหลี่ยมเจดีย์ห้าชั้นกับแสงเย็นเย็น
- วัดอีค่างเจดีย์ทรงระฆังบนฐานสูงเช้า
- วัดปู่เปี้ยปูนปั้นเหนือซุ้มเช้า
แกลเลอรี
ภาพจาก Wikimedia Commons และผู้ร่วมเผยแพร่ · เครดิตเต็มดูได้ที่หน้าแบบเดิม
ข้อควรรู้เฉพาะที่นี่
โบราณสถานเป็นอิฐก่อดินเหนียว เปราะและพังง่าย
ร่มเงาน้อย พกหมวกและน้ำ
ปลาย ก.ย.–ต.ค. โบราณสถานใต้ระดับดินอาจมีน้ำขัง
วัดเจดีย์เหลี่ยมและวัดช้างค้ำเป็นวัดที่ยังใช้งาน แต่งกายสุภาพ
- เริ่มที่ศูนย์ข้อมูลเวียงกุมกามเพื่อดูแบบจำลองและเข้าใจภาพรวม
- นั่งรถม้ารอบเดียวได้ 9–10 จุด ราว 1 ชั่วโมง
- บางจุดมี QR code ดูวิดีโอของกรมศิลปากร
- ต่อไปลำพูนได้ใน 20 นาที ดูวัดจามเทวีต้นแบบเจดีย์เหลี่ยม
ผู้ใหญ่ 0 บาท · ใช้เวลาเที่ยว 1–3 ชั่วโมง
ช่วงงานแอ่วกุมกามยามแลง งานไลท์อัพ และวันหยุดหน้าหนาว
| รถม้า (2–5 คน ราว 1 ชม.) ไม่บังคับ | 300 ฿/คัน |
| รถรางเหมา (ราว 20 ที่นั่ง) ไม่บังคับ | 400 ฿/คัน |
| เช่าจักรยาน ไม่บังคับ | 20 ฿/คน |
| Grab จากตัวเมือง ไม่บังคับ | 100 ฿/คน |
รถม้าและรถรางจ่ายเงินสด · ราคาอาจเปลี่ยนตามฤดูกาล ควรเช็กกับสถานที่
- มีเด็ก เหมาะ เด็กชอบนั่งรถม้า
- ผู้สูงอายุ เหมาะถ้านั่งรถรางหรือรถม้า เดินเองร้อนและไกล
- วีลแชร์ พื้นเรียบแต่ทางเดินเป็นดินและบางจุดลงบันได นั่งรถรางสะดวกที่สุด
- สัตว์เลี้ยง ไม่มีกฎห้ามชัดเจน แต่ไม่ควรพาเข้าวัด
- ตลาดนัดวัดเจดีย์เหลี่ยมอาหารพื้นเมือง (สุดสัปดาห์)
- ร้านในหมู่บ้านท่าวังตาลอาหารตามสั่ง
- ร้านริมถนนเชียงใหม่-ลำพูนก๋วยเตี๋ยว ข้าวซอย
- แต่งกายสุภาพในวัดที่ยังใช้งาน
- เดินตามทางที่จัดไว้
- ห้ามปีนหรือนั่งบนโบราณสถาน
- ห้ามเก็บเศษอิฐหรือปูนปั้น
- ร่มเงาน้อย แดดแรง
- พื้นไม่เรียบ ลื่นหลังฝน
- ปลายฝนเสี่ยงน้ำท่วม
แอ่วกุมกามยามแลง (งานกลางคืนของกรมศิลปากร จัดช่วง ธ.ค. หรือ ก.พ.–มี.ค. บางปี)
ไปเดือนไหนดี
แตะแต่ละเดือนบนวงล้อเพื่อดูอากาศ ฝน ฝุ่น และความหนาแน่นของคน จากสถิติย้อนหลัง 10 ปี
ช่วงที่ดีที่สุด · พ.ย.–ก.พ. อากาศเย็น เที่ยวกลางแจ้งสบาย ไปช่วงเช้าหรือเย็นแสงสวย
ควรระวัง · เม.ย. ร้อนจัดและร่มเงาน้อย · ปลาย ก.ย.–ต.ค. เสี่ยงน้ำท่วมโบราณสถาน
17°ม.ค.
18°ก.พ.
22°มี.ค.
24°เม.ย.
25°พ.ค.
24°มิ.ย.
24°ก.ค.
24°ส.ค.
23°ก.ย.
23°ต.ค.
20°พ.ย.
18°ธ.ค.
ต.ค. ตามสถิติ 23–30°C · ฝนเฉลี่ย 184 มม. (18 วันฝนตก) · ฟ้าโปร่ง 7 วัน · PM2.5 เฉลี่ย 15
เรื่องราวของที่นี่
เวียงกุมกามเป็นเมืองโบราณสมัยล้านนาในตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี ห่างตัวเมืองเชียงใหม่ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 5 กิโลเมตร ผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู กว้างราว 600 เมตร ยาวราว 850 เมตร ตั้งอยู่บนที่ราบน้ำท่วมถึงของแม่น้ำปิง ระดับราว 306 เมตร ปัจจุบันมีโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียน 29 แห่ง อยู่ในกำแพงเมือง 24 แห่ง นอกกำแพง 5 แห่ง และถ้านับทั้งในและนอกเมืองมีกว่า 40 จุด คนจึงเรียกที่นี่ว่า "เมืองโบราณใต้พิภพ"
อ่านต่ออีก 26 ย่อหน้า
ก่อนพญามังรายจะมาถึง ที่นี่มีชุมชนวัฒนธรรมหริภุญไชย (มอญ) อยู่แล้ว ราวพุทธศตวรรษที่ 17–18 ใต้วิหารวัดกานโถม (วัดช้างค้ำ) นักโบราณคดีพบพระพิมพ์ดินเผาแบบหริภุญไชยอยู่ใต้ชั้นอาคารสมัยพญามังราย พบไหบรรจุกระดูกลายขูดขีดแบบหริภุญไชย และพระพุทธรูปสำริดปิดทองทรงมงกุฎแบบหริภุญไชย ตำนานสิบห้าราชวงศ์ก็บันทึกว่ามีชุมชนที่วัดกานโถมก่อนการสร้างเมือง
พญามังรายแห่งเงินยางสร้างเมืองเชียงรายราว พ.ศ. 1805 แล้วยกทัพตีหริภุญไชยจากพญายีบา ปีที่ตีได้แต่ละแหล่งระบุต่างกันมาก ตำนานไทยราว พ.ศ. 1824 ผู้ที่ถือลำดับเวลาแบบใหม่ว่า พ.ศ. 1835 และวิกิพีเดียภาษาอังกฤษว่า ค.ศ. 1291 หลังตีได้ พญามังรายประทับที่หริภุญไชยก่อน และให้ขุดคูที่แม่แจ่วหรือเวียงแจ่ว ซึ่งการค้าทางเรือคึกคักจนเรือชนกันล่มบ่อย
ตำนานทุกฉบับตรงกันว่าพญามังรายสร้าง "เวียงกุมกาม" หลังได้หริภุญไชย ขุดคูน้ำล้อมสี่ด้าน ผันน้ำปิงเข้าคู และปักเสาระเนียด แต่ปีที่สร้างยังไม่มีข้อยุติ ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ตำนานสิบห้าราชวงศ์ และพงศาวดารโยนกให้ จ.ศ. 648 หรือ พ.ศ. 1829/1830 ชินกาลมาลีปกรณ์ ซึ่งศิลปวัฒนธรรมมองว่าเป็นเอกสารเก่าที่สุด ให้ จ.ศ. 665 หรือ พ.ศ. 1846/1847 ส่วนนักวิชาการรุ่นใหม่บางท่านเสนอ พ.ศ. 1837 จากบันทึกจีนสมัยหยวนที่ระบุว่าหริภุญไชยยังส่งบรรณาการใน พ.ศ. 1834
ตำนานมูลศาสนาเล่าว่าพญามังรายแบ่งกุมกามเป็นสามย่าน คือ บ้านกลาง บ้านลุ่ม และบ้านแหม้น และให้ตลาดกุมกามเป็นศูนย์การค้าใหญ่ของลุ่มน้ำปิงแทนหริภุญไชย ศิลปวัฒนธรรมเสนอว่าผังเมืองเลียนแบบเมืองริมน้ำของหริภุญไชย และพญามังรายนำแนวคิดกู่กุดจากลำพูนมาสร้างกู่คำ
วัดกู่คำหรือวัดเจดีย์เหลี่ยม คือวัดแรกของเมือง พงศาวดารโยนกระบุว่าสร้าง พ.ศ. 1831 ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่เล่าว่าขุดดินจากหนองต่างมาทำอิฐ ชินกาลมาลีปกรณ์ระบุว่ามีพระพุทธรูป 60 องค์ โคลงนิราศหริภุญชัยบอกว่าพญามังรายสร้างไว้บรรจุอัฐิของพระมเหสีองค์หนึ่ง เจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมห้าชั้นจำลองแบบจากกู่กุดหรือสุวรรณจังโกฏเจดีย์ วัดจามเทวี ลำพูน
วัดกานโถมหรือวัดช้างค้ำ พญามังรายสร้างพระราชวังและวัดใกล้ต้นไทร พงศาวดารโยนกว่าสร้างเสร็จ จ.ศ. 652 หรือ พ.ศ. 1833 หล่อพระพุทธรูปขนาดเท่าพระองค์ 5 องค์ นั่ง 3 ยืน 2 ผู้สร้างวิหารคือนายช่างกานโถม บางตำนานว่าเป็นหลานพญามังรายชื่อหมื่นเจตรา ที่ทำวิหารไม้สักสำเร็จรูปจากเชียงแสนมาประกอบที่กุมกาม พ.ศ. 1834 จึงสั่งสร้างเจดีย์ มีพระนั่ง 4 องค์ด้านล่าง พระยืน 1 องค์ด้านบน ทุกวันนี้หอพญามังรายและต้นโพธิ์ที่เชื่อว่ามาจากเมล็ดลังกายังมีคนมาสักการะ
พ.ศ. 1833 พญามังรายยกทัพไปพุกามหรืออังวะ กษัตริย์อังวะถวายนางอุสาปายโคและช่างฝีมือ ทั้งช่างทอง ช่างหล่อ และช่างเหล็ก พญามังรายให้ช่างเหล่านี้ไปอยู่ที่กุมกาม เวียงรอย และเชียงตุง กุมกามจึงกลายเป็นศูนย์ช่างฝีมือของราชวงศ์มังรายยุคแรก
แต่เวียงกุมกามตั้งบนสันดินริมน้ำที่ต่ำ น้ำท่วมซ้ำแล้วซ้ำเล่า พงศาวดารภาคที่ 61 บรรยายความเสียหายช่วงหน้าฝน พญามังรายจึงปรึกษาพระสหาย พระร่วง (พ่อขุนรามคำแหง) แห่งสุโขทัย และพญางำเมืองแห่งพะเยา แล้วสร้างนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่บนที่ดอนเชิงดอยสุเทพเมื่อ พ.ศ. 1839 แต่เวียงกุมกามไม่ได้ถูกทิ้ง ยังเป็นเมืองบริวาร ตลาด และศูนย์ศาสนาต่อมาอีกราว 250 ปี
ที่วัดกานโถมพบจารึกหินทรายแดง 5 ชิ้น ใน 3 แบบอักษร คืออักษรมอญเก่า อายุราว พ.ศ. 1750–1850 อักษรมอญผสมไทย และอักษรสุโขทัยกับฝักขามยุคแรกราว พ.ศ. 1940 ดร.ฮันส์ เพนธ์ เห็นว่าน่าจะเป็นจารึกชุดเดียวกันที่เขียนต่างวาระ ชิ้นที่เป็นอักษรเปลี่ยนผ่านมอญ-ไทยสำคัญต่อการศึกษาพัฒนาการอักษรไทยในล้านนา นอกจากนี้ยังมีจารึกวัดกานโถม พ.ศ. 2042 สมัยพระเมืองแก้ว บันทึกว่านางบุญยวงถวายพระพุทธรูปสำริด
วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2539 ระหว่างบูรณะวัดเจดีย์เหลี่ยม พบชิ้นส่วนจารึกเล็ก ๆ อักษรสุโขทัย ภาษาไทย นอกกำแพงแก้วด้านตะวันตก มติชนระบุอายุราว พ.ศ. 1835–1900 และเรียกว่าเป็นอักษรไทยแบบเก่าที่สุดที่พบในล้านนา ส่วนเอกสารที่ลงปีเก่าที่สุดที่เอ่ยชื่อ "กุมกาม" คือจารึกวัดพระยืน ลำพูน พ.ศ. 1913 ซึ่งบันทึกว่าคนจากหริภุญไชย กุมกาม และเชียงใหม่มาร่วมงานรับพระสุมนเถระที่พญากือนานิมนต์มา
พ.ศ. 1853 พญามังรายประชวรและมาประทับที่กุมกาม พระนางจิตรคำ มเหสีพญาแสนภู เสด็จมาเยี่ยมบ่อยจนสร้างขัวจิบคำข้ามน้ำแม่โท และโอรสของพญาแสนเมืองคือท้าวยี่กุมกามก็ประสูติที่นี่ ต่อมาสมัยพญากือนา พระสุมนเถระและพุทธศาสนาลังกาวงศ์เข้ามา พ.ศ. 1965 พระญาณคัมภีร์ถูกส่งไปวัดบ้านลานที่กุมกาม และ พ.ศ. 1975 มีการบวชพระลังกาวงศ์ใหม่ที่ท่าน้ำกุมกาม
พ.ศ. 1981 พญาสามฝั่งแกนสร้างเวียงเจ็ดลิน บทบาทของกุมกามจึงลดลง แต่ยังมีคนอยู่ ชื่อหาญสีพันกุมกามและหมื่นช้างกุมกามยังปรากฏในสงครามและการเจรจาสมัยพระเจ้าติโลกราช การขุดค้นหลังวัดพระเจ้าองค์ดำ วัดพญามังราย และวัดหนานช้าง พบคันดินกั้นน้ำปิงที่สร้างหลัง พ.ศ. 1998 แสดงว่าคนกุมกามพยายามสู้กับน้ำท่วมมาตลอด
วิทยาศาสตร์ช่วยตอบคำถามนี้ได้บางส่วน งานวิจัยของ Serene Ng, Spencer Wood และ Alan Ziegler ในวารสาร Natural Hazards (2558) ตีความเนินดินยาวบนที่ราบว่าเป็นคันกั้นน้ำที่สร้างหลังราว ค.ศ. 1411 (พ.ศ. 1954) และหาอายุคาร์บอนของถ่านในชั้นทรายน้ำท่วมได้ว่าทรายชั้นนี้ทับถมหลังราว ค.ศ. 1477–1512 (พ.ศ. 2020–2055) จึงเชื่อว่าเมืองถูกทิ้งหลังน้ำท่วมครั้งใหญ่นั้น ผู้วิจัยเรียกเวียงกุมกามว่า "แอตแลนติสแห่งล้านนา" ตัวเลขนี้บอกได้เพียงว่าน้ำท่วมเกิดหลังช่วงนั้น จึงยังไปด้วยกันได้กับข้อสันนิษฐานว่าน้ำท่วมใหญ่เกิดในยุคพม่า ส่วนประชุมพงศาวดารภาคที่ 61 บันทึกไว้ว่า "ถึงยามกลางวรรษา น้ำท่วมฉิบหายมากนัก"
ยุคพระเมืองแก้วคือยุคทองของกุมกาม พ.ศ. 2060 มีพิธีสรงน้ำพระมหาพุทธพิมพ์ที่วัดเกาะกุมกาม พ.ศ. 2062 ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดองค์ใหญ่ที่วัดกุมกามทีปาราม และ พ.ศ. 2066 สร้างวิหารหลวงที่วัดกู่คำ ที่วัดกู่ป้าด้อม การขุดแต่งปี 2546 พบปูนปั้นรูป "มกรคายมังกร" แบบจีนบนราวบันไดวิหาร เป็นลวดลายแบบนี้ชิ้นแรกที่พบในศิลปะล้านนา สะท้อนการติดต่อกับจีนสมัยราชวงศ์หมิง
หลังพระเมืองแก้ว ล้านนาเข้าสู่ยุคบ้านเมืองระส่ำระสาย กษัตริย์เปลี่ยนหลายพระองค์ ทั้งพญาเกศเชษฐราช พระนางจิรประภาเทวี และพระไชยเชษฐาจากล้านช้าง จนบุเรงนองตีเชียงใหม่ได้ใน พ.ศ. 2101 ชื่อกุมกามก็ค่อย ๆ หายไปจากบันทึก ที่วัดหนานช้าง การขุดค้นวันที่ 25 และ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2546 พบไหเคลือบสีน้ำตาลปิดปากด้วยสำริดและอิฐ ฝังอยู่ใต้ทรายลึก 1.3–1.5 เมตร ข้างในมีเครื่องถ้วยและสำริดรวม 55 ชิ้น จานใบหนึ่งมีอักษร 大明萬曆年製 สมัยว่านลี่ (พ.ศ. 2116–2162) ศิลปวัฒนธรรมตีความว่าเป็นสมบัติที่ซ่อนไว้ช่วงวุ่นวายในยุคพม่า
น้ำท่วมใหญ่ที่ฝังเมืองเกิดเมื่อไรยังถกเถียงกัน พงศาวดารเชียงแสนบันทึกน้ำท่วมใหญ่ใน จ.ศ. 1019 หรือ พ.ศ. 2200 ส่วนศิลปวัฒนธรรมวางไว้ในช่วงพม่าปกครอง (พ.ศ. 2101–2317) ตะกอนทรายหนา 1.5–2 เมตร ที่วัดหนานช้างหนาราว 1.8 เมตร ส่วนบางจุดหนาเพียง 0.5–1 เมตร แสดงว่าบางวัดอาจยังใช้งานต่อได้หลังน้ำท่วม หลังสุลวฤๅไชยสิ้นชีวิตใน พ.ศ. 2302 รายชื่อเมืองในพงศาวดารไม่มีกุมกามแล้ว แม่น้ำปิงยังเปลี่ยนทางไปทางตะวันตก เหลือร่องน้ำเก่าที่เรียกว่าปิงห่าง
พ.ศ. 2317 พระยากาวิละร่วมกับพระเจ้าตากขับไล่พม่า พงศาวดารสมัยต้นราชวงศ์เจ้าเจ็ดตนกล่าวถึงท่าวังตาลในฐานะท่าเรือ ผู้คนกลับมาตั้งบ้านช้างค้ำบนเมืองเก่าที่ถูกทิ้งร้างกว่า 200 ปี ราว พ.ศ. 2451 สมัยรัชกาลที่ 5 หลวงโยนการพิจิตร (หม่องปันโย หรือพญาตะก่า) พ่อค้าไม้สักในบังคับพม่า พาช่างพม่า 5 คนมาบูรณะเจดีย์เหลี่ยมแบบพม่า เพิ่มปูนปั้น สิงห์ ฉัตร และซุ้มจระนำใหญ่ที่ฐานสี่ด้าน แต่ละด้านเป็นพระพุทธรูปต่างปาง ทั้งสมาธิ ห้อยพระบาท ทรงเครื่อง และมารวิชัย
สมัยรัชกาลที่ 6 มีการออกโฉนดที่ดินให้ชาวบ้าน โบราณสถานหลายแห่งจึงอยู่ในที่ดินเอกชน และได้ชื่อตามเจ้าของที่ เช่น กู่ป้าด้อม วัดเจดีย์เหลี่ยมขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 14 มีนาคม พ.ศ. 2523 ส่วนชื่อวัดปู่เปี้ย วัดอีค่าง และวัดธาตุขาว ล้วนเป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียกตามสิ่งที่เห็น เช่น วัดอีค่างตั้งตามฝูงค่างที่เคยอาศัยอยู่ และวัดธาตุขาวตามเจดีย์ที่เคยฉาบปูนขาว
พ.ศ. 2527 หน่วยศิลปากรที่ 4 พบพระพิมพ์ดินเผาแบบหริภุญไชยและซากวิหารกานโถมใต้สนามหญ้าของโรงเรียนวัดช้างค้ำ การสำรวจครั้งนั้นพบซากวัด 25 แห่ง "เมืองใต้พิภพ" จึงถูกเปิดเผย กรมศิลปากรขุดแต่งเป็นรอบ ๆ พ.ศ. 2528–2529 ที่วัดช้างค้ำ วัดธาตุน้อย วัดกุมกาม วัดอีค่าง วัดปู่เปี้ย และวัดธาตุขาว ส่วน พ.ศ. 2531–2532 ที่วัดกู่ขาว วัดกู่ไม้ซ้ง วัดพระเจ้าองค์ดำ วัดพญามังราย และวัดหัวหนอง
การศึกษาวิชาการเริ่มขึ้นเกือบทันที วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2528 ดร.ฮันส์ เพนธ์ และ ศ.ดร.พิริยะ ไกรฤกษ์ บรรยายที่สยามสมาคมเรื่องหลักฐานใหม่จากล้านนาเกี่ยวกับพัฒนาการอักษรไทยยุคแรก โดยใช้จารึกวัดกานโถม ราวปี 2529 ศ.สรัสวดี อ๋องสกุล แห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เริ่มศึกษาเวียงกุมกาม หนังสือ เวียงกุมกาม: การศึกษาประวัติศาสตร์ชุมชนโบราณในล้านนา ของเธอพิมพ์ครั้งแรกปี 2537 และพิมพ์ครั้งที่ 7 ในปี 2561 กลายเป็นตำราหลักของเรื่องนี้
พ.ศ. 2539–2540 มีการอนุรักษ์เจดีย์เหลี่ยมด้วยเงินกู้ต่างประเทศ ขุดพบโกศ เครื่องถ้วยหลายแหล่งเตา เครื่องถ้วยจีน และใบหน้าพระพุทธรูปแบบหริภุญไชย ช่วง 2542–2543 การขุดค้นพบว่าคูน้ำที่เคยคิดว่าเป็นกำแพงเมืองด้านตะวันตกจริง ๆ เป็นคลองเกษตรยุคหลัง วัดช้างค้ำขึ้นทะเบียนโบราณสถานเมื่อ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2544 และระหว่าง 2542–2548 มีการบูรณะและปรับภูมิทัศน์หลายแห่ง กรมศิลปากรสรุปงานไว้ในหนังสือ โบราณคดีสามทศวรรษที่เวียงกุมกาม (2548)
ตุลาคม พ.ศ. 2545 มี "โครงการอนุรักษ์และพัฒนาที่ยั่งยืน: เวียงกุมกาม-มรดกล้านนา" ใช้งบบูรณะราว 39.5 ล้านบาท ช่วงเดียวกันการขุดแต่งวัดหนานช้าง (2545–2546) พบอาคารสองสมัยซ้อนกันอยู่ ซึ่งเป็นแห่งเดียวในเวียงกุมกาม พร้อมปูนปั้นรูปมกร กิเลน เหมราช และสิงห์ ส่วนปี 2546 พบแนวกำแพงแก้วของวัดอีค่าง วัดหัวหนองเป็นโบราณสถานที่ใหญ่ที่สุดในเมือง ขนาดราวสนามฟุตบอล มีช้างปูนปั้นรอบฐานเจดีย์ ซุ้มประตูที่ ศ.สรัสวดีเชื่อว่าเป็นฝีมือช่างหลวงยุคทองของล้านนา และทางเดินระหว่างกำแพงอิฐสองแนวที่อาจเป็นประตูเมืองด้านเหนือ ส่วนวัดกู่ขาวเหลือเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยมเพียงครึ่งองค์ริมถนนเชียงใหม่-ลำพูนที่มีต้นยางอายุนับร้อยปี
พ.ศ. 2546 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยบรรจุเวียงกุมกามในแคมเปญ Unseen in Thailand ชาวบ้านในพื้นที่เริ่มให้บริการรถม้าและรถราง ปี 2553 ศูนย์ข้อมูลบันทึกนักท่องเที่ยวไทย 24,697 คน แต่ความท้าทายใหญ่ยังคงเป็นน้ำ ปี 2548 แม่น้ำปิงล้นตลิ่งสามครั้ง และปี 2554 น้ำท่วมโบราณสถานกว่า 26 แห่ง ขังอยู่ 1–2 เดือน แผนแก้ปัญหาระยะยาวถูกประเมินว่าต้องใช้งบกว่า 2,000 ล้านบาท
การดูแลเมืองโบราณที่ผืนดินเป็นของเอกชนไม่ใช่เรื่องง่าย กรมศิลปากรมีอำนาจตามกฎหมายเหนือโบราณสถาน แต่ที่ดินโดยรอบเป็นของชาวบ้าน การมีส่วนร่วมของชุมชนจึงเป็นหัวใจ วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของชาญณรงค์ ศรีสุวรรณ ที่อิตาลี (2554) เสนอแนวทางผังแม่บทของพื้นที่ และการสำรวจชาวบ้านตำบลหนองผึ้ง 383 คนในปี 2566 พบว่าการมีส่วนร่วมในการจัดการท่องเที่ยวอยู่ระดับปานกลาง
ตุลาคม พ.ศ. 2565 น้ำท่วมโบราณสถานราว 20 แห่ง กู่ป้าด้อม วัดหนานช้าง วัดธาตุขาว และวิหารกานโถมอยู่ต่ำกว่าระดับดินจึงท่วมเป็นประจำ ส่วนตุลาคม พ.ศ. 2567 เป็นน้ำท่วมหนักที่สุดเท่าที่บันทึกไว้ กู่ป้าด้อมจมน้ำลึกกว่า 2 เมตรเกือบเดือน ต้องห่อผ้าและอัดปูนตำเพื่อรักษาลายมกรคายมังกร กรมศิลปากรเริ่มสูบน้ำตั้งแต่ 16 ตุลาคม และสูบช้า ๆ เพราะผนังเป็นอิฐก่อด้วยดินเหนียว แรงดันน้ำช่วยพยุงผนังไว้ ถ้าสูบเร็วผนังอาจพัง
เมืองโบราณยังมีชีวิตใหม่ วันที่ 1–2 ธันวาคม พ.ศ. 2566 กรมศิลปากรจัดงาน "แอ่วกุมกามยามแลง" ครั้งแรก มีนั่งรถม้ายามค่ำ การแสดงโขน และตลาดกุมกามยามค่ำ วันที่ 6–8 เมษายน พ.ศ. 2567 มีการฉายภาพสามมิติบนเจดีย์เหลี่ยมช่วงสงกรานต์ ครั้งที่สองจัด 21–22 ธันวาคม 2567 ในชื่อ Moon and Me และครั้งที่สามวันที่ 27 กุมภาพันธ์–1 มีนาคม พ.ศ. 2569 ที่ลานวัดอีค่าง-วัดหนานช้าง
- พุทธศตวรรษที่ 17–18ชุมชนวัฒนธรรมหริภุญไชยที่วัดกานโถม
- 1750–1850อายุโดยประมาณของจารึกอักษรมอญและมอญ-ไทยที่วัดกานโถม
- ราว 1805พญามังรายสร้างเมืองเชียงราย
- 1824 หรือ 1835พญามังรายตีหริภุญไชยได้ (แหล่งข้อมูลต่างกัน)
- 1829/1830สร้างเวียงกุมกาม ตามตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่และพงศาวดารโยนก
- 1831สร้างวัดกู่คำ (วัดเจดีย์เหลี่ยม)
- 1833สร้างวัดกานโถมเสร็จ ได้ช่างฝีมือจากพุกาม
ดูอีก 38 เหตุการณ์
- 1834สั่งสร้างเจดีย์วัดกานโถม
- 1837ปีสร้างเวียงกุมกามที่นักวิชาการบางท่านเสนอ
- 1839สร้างเมืองเชียงใหม่ กุมกามเป็นเมืองบริวาร
- 1846/1847ปีสร้างเวียงกุมกามตามชินกาลมาลีปกรณ์
- 1853พญามังรายประชวรมาประทับที่กุมกาม
- 1913จารึกวัดพระยืน เอกสารลงปีเก่าที่สุดที่เอ่ยชื่อกุมกาม
- 1975บวชพระลังกาวงศ์ที่ท่าน้ำกุมกาม
- 1981พญาสามฝั่งแกนสร้างเวียงเจ็ดลิน บทบาทกุมกามลดลง
- หลัง 1998สร้างคันดินกั้นน้ำปิง
- หลังราว 2020–2055ชั้นทรายน้ำท่วมใหญ่ทับถม (หาอายุคาร์บอน งานวิจัยปี 2558)
- 2042จารึกวัดกานโถม นางบุญยวงถวายพระพุทธรูป
- 2060–2066ยุคพระเมืองแก้ว สร้างวิหารหลวงที่วัดกู่คำ
- 2101บุเรงนองตีเชียงใหม่ ชื่อกุมกามหายจากบันทึก
- 2116–2162ยุคเครื่องถ้วยหมิงสมัยว่านลี่ที่ภายหลังฝังที่วัดหนานช้าง
- 2200น้ำท่วมใหญ่ตามพงศาวดารเชียงแสน
- 2302ไม่มีชื่อกุมกามในรายชื่อเมืองอีกต่อไป
- 2317พระยากาวิละและพระเจ้าตากขับไล่พม่า
- ราว 2451หลวงโยนการพิจิตร (หม่องปันโย) บูรณะเจดีย์เหลี่ยมแบบพม่า
- 14 มี.ค. 2523ขึ้นทะเบียนวัดเจดีย์เหลี่ยมเป็นโบราณสถาน
- 2527ค้นพบเวียงกุมกามใต้โรงเรียนวัดช้างค้ำ พบซากวัด 25 แห่ง
- 11 ก.ค. 2528ฮันส์ เพนธ์ และพิริยะ ไกรฤกษ์ บรรยายเรื่องจารึกวัดกานโถมที่สยามสมาคม
- ราว 2529ศ.สรัสวดี อ๋องสกุล เริ่มศึกษาเวียงกุมกาม
- 2528–2529ขุดแต่งรอบแรก 6 วัด
- 2531–2532ขุดแต่งรอบสอง 5 วัด
- 8 ธ.ค. 2539พบจารึกอักษรสุโขทัยที่วัดเจดีย์เหลี่ยม
- 21 ธ.ค. 2544ขึ้นทะเบียนวัดช้างค้ำเป็นโบราณสถาน
- ต.ค. 2545โครงการอนุรักษ์และพัฒนาที่ยั่งยืน เวียงกุมกาม-มรดกล้านนา งบ 39.5 ล้านบาท
- 2545–2546ขุดแต่งวัดหนานช้าง พบอาคารสองสมัยซ้อนกัน
- 2546พบปูนปั้นมกรคายมังกรที่กู่ป้าด้อม และไหสมบัติหมิงที่วัดหนานช้าง
- 2548แม่น้ำปิงล้นตลิ่งสามครั้ง
- 2554น้ำท่วมโบราณสถานกว่า 26 แห่ง
- 2558งานวิจัยใน Natural Hazards หาอายุน้ำท่วมใหญ่
- 2561หนังสือเวียงกุมกามของ ศ.สรัสวดี พิมพ์ครั้งที่ 7
- ต.ค. 2565น้ำท่วมโบราณสถานราว 20 แห่ง
- 1–2 ธ.ค. 2566งานแอ่วกุมกามยามแลง ครั้งที่ 1
- 6–8 เม.ย. 2567ฉายภาพสามมิติบนเจดีย์เหลี่ยม
- ต.ค. 2567น้ำท่วมหนักที่สุด กู่ป้าด้อมจมกว่า 2 เมตรเกือบเดือน
- 27 ก.พ.–1 มี.ค. 2569งานแอ่วกุมกามยามแลง ครั้งที่ 3












เช็คอินและรูปจากนักเที่ยว
ไปถึงแล้วกดเช็คอิน เก็บตราประทับ และบอกคนอื่นว่าตอนนี้ที่นี่เป็นยังไง
ตรวจก่อนว่าคุณอยู่ในระยะเช็คอินไหม จะได้ไม่ต้องกรอกเสียเปล่า
ต้องเปิดตำแหน่งและอยู่ใกล้ที่นี่ไม่เกิน 1.5 กม. · เช็คอินได้วันละ 1 ครั้งต่อสถานที่ · มาหลายวันก็เก็บได้ทุกวัน
ลงรูปได้จากทุกที่ ไม่ต้องอยู่ในระยะเช็คอิน · เลือกได้ครั้งละไม่เกิน 20 รูป · JPG / PNG / WebP · ระบบลบข้อมูลตำแหน่ง GPS ในรูปให้อัตโนมัติ
ไปยังไง
จากในเมือง · ราว 100 บาท
ถนนวงแหวนรอบกลาง
ต่อราคาและนัดขากลับ · ตามตกลง
ศูนย์ข้อมูลเวียงกุมกามอยู่บนถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี (วงแหวนรอบกลาง) ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง หรือเข้าจากถนนเชียงใหม่-ลำพูนที่แยกวัดศรีบุญเรือง
ลานจอดที่ศูนย์ข้อมูลเวียงกุมกาม และที่วัดเจดีย์เหลี่ยม วัดช้างค้ำ
4G แรงทั่วพื้นที่
ศูนย์ข้อมูลราว 08:30–17:00 · รถม้าและรถรางราว 08:00–16:00
ราว 5 กม. จากตัวเมืองเชียงใหม่
Wiang Kum Kam
0 บาท
ที่พักใกล้เวียงกุมกาม
ราคาโดยประมาณต่อคืน สำหรับ 2 คน (สัปดาห์หน้า) · ราคาจริงขึ้นกับวันที่จอง
ถามบ่อย
ก่อนไปเวียงกุมกาม
รวมคำตอบที่นักเที่ยวอยากรู้ก่อนออกเดินทาง อ่านจบในนาทีเดียว
เวียงกุมกามคืออะไร
เมืองที่พญามังรายสร้างหลังตีหริภุญไชยได้ ก่อนสร้างเชียงใหม่ ต่อมาถูกตะกอนน้ำปิงกลบ และค้นพบอีกครั้งปี 2527
เก่ากว่าเชียงใหม่ไหม
เก่ากว่า สร้างราว พ.ศ. 1829–1837 ก่อนเชียงใหม่ (1839) และยังมีคนอยู่ต่อราว 250 ปี
ทำไมเมืองถูกทิ้ง
น้ำท่วมซ้ำ ๆ และน้ำท่วมใหญ่ในยุคพม่าทำให้ทรายทับถมลึก 1.5–2 เมตร
ต้องเสียค่าเข้าไหม
เดินชมฟรี บางแหล่งระบุค่าเข้า 10 บาท ส่วนรถม้าและรถรางจ่ายแยก
รถม้าราคาเท่าไร
ราว 300 บาทต่อคัน นั่ง 2–5 คน ราว 1 ชั่วโมง
ปีนโบราณสถานได้ไหม
ไม่ได้ อิฐก่อด้วยดินเหนียว เปราะมาก

พร้อมออกเดินทางไปเวียงกุมกามหรือยัง
วันที่ดีที่สุดในสัปดาห์นี้คือ พฤหัส 29 ต.ค. · เช็คอินเมื่อไปถึงเพื่อเก็บแสตมป์
