01ฤดูฝน ความปลอดภัย และการเตรียมตัว
มิ.ย. – ก.ย.
บ่อจระเข้ — ห้ามให้อาหารหรือโยนสิ่งของลงบ่อ จระเข้เคยป่วยจากกินพลาสติก
1–3 ชั่วโมง
สัญญาณมือถือดี
ไฮไลต์ห้ามพลาด
01
02
037 วันข้างหน้า
ไปวันไหนดี
ในสัปดาห์นี้
แตะการ์ดวันที่อยากไป เพื่อดูรายละเอียดอากาศ ฝน ฝุ่น และรายชั่วโมงของวันนั้น
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ช่วงดีที่สุด 06:00–14:00 ฝนน้อย · อาจมีละอองฝนบางช่วง
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ช่วงดีที่สุด 06:00–14:00 ฝนน้อย · อาจมีละอองฝนบางช่วง
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ดาวเต็มฟ้า
ลุ้นได้แค่ไหน
คะแนนจากเมฆทุกชั้นและแสงจันทร์คืนนี้ ยิ่งฟ้ามืดยิ่งเห็นทางช้างเผือกชัด · แตะคืนอื่นด้านล่างเพื่อดูคะแนน 7 คืนข้างหน้า
บึงสีไฟ
บึงสีไฟเป็นบึงน้ำจืดธรรมชาติราว 5,390 ไร่ ติดตัวเมืองพิจิตร มีประติมากรรมพญาชาละวันยาว 38 เมตร สถานแสดงพันธุ์ปลาเฉลิมพระเกียรติ และสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์
หลังผ่านการขุดลอกและฟื้นฟูหลายปี บึงเปิดโฉมใหม่ใน พ.ศ. 2567 พร้อมเลนจักรยานรอบบึง 10.28 กิโลเมตร และสนามจักรยานสราญจิตมงคลสุข
- เดิน วิ่ง หรือปั่นรอบบึงอากาศเย็น
- ชมสถานแสดงพันธุ์ปลาและพญาชาละวัน
- พระอาทิตย์ตกริมบึง
ควรถึง มาหลัง 16:00 ปั่นจักรยานหรือเดินเล่น แล้วรอพระอาทิตย์ตกที่ศาลาริมบึง
- พญาชาละวันมุมกว้างทั้งตัวจระเข้เช้า
- ศาลาริมบึงพระอาทิตย์ตกเหนือน้ำเย็น
- เลนจักรยานเส้นทางโค้งเลียบบึงเช้า
แกลเลอรี
ภาพจาก Wikimedia Commons และผู้ร่วมเผยแพร่ · เครดิตเต็มดูได้ที่หน้าแบบเดิม
ข้อควรรู้เฉพาะที่นี่
ห้ามให้อาหารหรือโยนสิ่งของลงบ่อ จระเข้เคยป่วยจากกินพลาสติก
ดูแลเด็กเล็กใกล้ขอบบึง
ทางรอบบึงร่มเงาน้อย พกน้ำและหมวก
เดินชิดทางเดิน ไม่เดินในเลนจักรยาน
- มาช่วงเย็นปั่นจักรยานแล้วรอพระอาทิตย์ตก
- แวะสถานแสดงพันธุ์ปลาเฉลิมพระเกียรติ เข้าฟรี
- หน้าหนาวมีนกอพยพ พกกล้องเลนส์ยาว
- ห้ามให้อาหารจระเข้
ผู้ใหญ่ 0 บาท · รถยนต์ 0 บาท · ใช้เวลาเที่ยว 1–3 ชั่วโมง
เย็นวันหยุดและช่วงเทศกาล
| เข้าบึงสีไฟและสวนสาธารณะ | ฟรี |
| สถานแสดงพันธุ์ปลาเฉลิมพระเกียรติ ไม่บังคับ | ตามสะดวก |
เงินสดเป็นหลัก · ราคาอาจเปลี่ยนตามฤดูกาล ควรเช็กกับสถานที่
- มีเด็ก เหมาะกับเด็ก มีสนามจักรยานขาไถและพื้นที่เดินเล่นกว้าง
- ผู้สูงอายุ ทางเดินเรียบ มีศาลาพัก
- วีลแชร์ ทางเดินลาดยางรอบบึงส่วนใหญ่เรียบ
- สัตว์เลี้ยง สอบถามกฎของสวนก่อนนำสัตว์เลี้ยงเข้า
- ร้านอาหารรอบบึงและในตัวเมืองพิจิตรอาหารพื้นบ้าน
- ร้านค้าในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์เครื่องดื่มและของว่าง
- ทิ้งขยะในถัง
- ใช้เลนจักรยานตามกติกา
- ไม่โยนสิ่งของลงบ่อจระเข้
- ไม่จับหรือรบกวนนกและสัตว์น้ำ
- ระวังจระเข้ในบ่อ ห้ามปีนรั้ว
- ริมบึงลื่นหลังฝนตก
- แดดแรงช่วงกลางวัน
ไปเดือนไหนดี
แตะแต่ละเดือนบนวงล้อเพื่อดูอากาศ ฝน ฝุ่น และความหนาแน่นของคน จากสถิติย้อนหลัง 10 ปี
ช่วงที่ดีที่สุด · พ.ย. – ก.พ. อากาศเย็น ฟ้าใส มีนกอพยพ เหมาะปั่นจักรยานและรอพระอาทิตย์ตก ช่วงปลายฝนน้ำในบึงเต็ม
ควรระวัง · มี.ค. – พ.ค. ร้อนจัด ควรมาเช้าหรือเย็น เที่ยงวันแดดแรงเพราะไม่มีร่มเงาตลอดเส้นทาง
20°ม.ค.
21°ก.พ.
25°มี.ค.
26°เม.ย.
26°พ.ค.
26°มิ.ย.
25°ก.ค.
25°ส.ค.
25°ก.ย.
24°ต.ค.
23°พ.ย.
20°ธ.ค.
ต.ค. ตามสถิติ 24–31°C · ฝนเฉลี่ย 193 มม. (22 วันฝนตก) · ฟ้าโปร่ง 6 วัน · PM2.5 เฉลี่ย 12
เรื่องราวของที่นี่
บึงสีไฟเป็นบึงน้ำจืดธรรมชาติขนาดใหญ่ในอำเภอเมืองพิจิตร อยู่ติดตัวเมืองและครอบคลุมพื้นที่ตำบลในเมือง ท่าหลวง เมืองเก่า โรงช้าง และคลองคะเชนทร์ ปัจจุบันมีพื้นที่ราว 5,390 ไร่ หรือประมาณ 8.6 ตารางกิโลเมตร ความลึกเฉลี่ย 1.5–2 เมตร แหล่งข่าวต่าง ๆ จัดอันดับต่างกัน บ้างว่าเป็นแหล่งน้ำจืดธรรมชาติใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ บ้างว่าอันดับ 3 ของภาคเหนือและอันดับ 5 ของประเทศ
อ่านต่ออีก 19 ย่อหน้า
วิกิพีเดียภาษาอังกฤษอธิบายว่าบึงสีไฟเกิดจากน้ำของแม่น้ำน่านที่ไหลเข้ามาท่วมขังในที่ลุ่ม ส่วนที่มาของชื่อ “สีไฟ” นั้น แหล่งข้อมูลที่ค้นได้ทั้งจากหน่วยงานรัฐและสื่อยังไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน
งานวิจัยในวารสาร มจร การพัฒนาสังคม (พ.ศ. 2568) อธิบายว่าบึงสีไฟเกิดจากแม่น้ำน่านเปลี่ยนทางเดิน ตะกอนในช่วงน้ำหลากปิดลำน้ำเดิมจนเกิดคันดินธรรมชาติ เหลือเป็นทะเลสาบรูปแอก (oxbow lake) ที่มีน้ำขังตลอดปี วิทยานิพนธ์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร (พ.ศ. 2559) ระบุว่าบึงอยู่ห่างศาลากลางจังหวัดไปทางตะวันตกราว 1 กิโลเมตร รูปร่างคล้ายสี่เหลี่ยมคางหมูที่กว้างทางเหนือและแคบทางใต้ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำใหญ่อันดับ 4 ของไทย รองจากบึงบอระเพ็ด หนองหาน และกว๊านพะเยา และระบุว่าเดิมเคยกว้างราว 18,000 ไร่ เมื่อมีคันดินและถนนล้อมรอบ บึงจึงกลายเป็นระบบน้ำจืดกึ่งปิด น้ำหลากเข้าได้ทางท่อระบายเท่านั้น หน้าแล้งน้ำลดเหลือลึกราว 1 เมตร
บึงสีไฟผูกพันกับเมืองพิจิตรมายาวนาน สื่อหลายแห่งอ้างว่าในสมัยอยุธยา สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงเห็นว่าพิจิตรเป็นที่ลุ่มมีบึงและหนองน้ำมาก โดยเฉพาะบึงสีไฟที่มีน้ำตลอดปี จึงเรียกเมืองนี้ว่า “โอฆบุรี” ซึ่งหมายถึงเมืองแห่งห้วงน้ำ
ในอดีตบึงสีไฟกว้างกว่าปัจจุบันมาก ตัวเลขพื้นที่เดิมในแต่ละแหล่งไม่ตรงกัน มีทั้งกว่า 10,000 ไร่ ราว 12,000 ไร่ และกว่า 30,000 ไร่ สาเหตุหลักคือหลังการสร้างเขื่อนสิริกิติ์ปิดกั้นแม่น้ำน่าน น้ำหลากที่เคยไหลเข้าบึงในฤดูฝนลดลง พื้นที่รอบบึงจึงถูกบุกรุกทำเกษตรและที่อยู่อาศัย ประกอบกับตะกอนที่ทับถมจนบึงตื้นเขิน
รัฐพยายามรักษาเขตบึงมาหลายครั้ง พ.ศ. 2521 กรมประมงสร้างคันดินรอบบึงเพื่อกันการบุกรุก และ พ.ศ. 2534 มีการปักหลักเขตและออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง โดยกรมเจ้าท่าดูแล ปัจจุบันมีหน่วยงานราว 13 แห่ง เช่น กรมประมง กรมชลประทาน วัด และโรงเรียน ใช้พื้นที่รอบบึงรวมราว 500 ไร่
ริมบึงด้านตัวเมืองคือสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ พิจิตร สวนสาธารณะพื้นที่ 170 ไร่ ที่สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2527 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีสะพานทอดลงน้ำไปยังศาลาใหญ่ ซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกยอดนิยม
สัญลักษณ์ของบึงคือประติมากรรมพญาชาละวัน จระเข้ยักษ์จากวรรณคดีเรื่องไกรทอง ซึ่งรัชกาลที่ 2 ทรงพระราชนิพนธ์เป็นบทละครนอก จนพิจิตรได้สมญาว่า “เมืองชาละวัน” รูปปั้นยาวราว 38 เมตร กว้าง 6 เมตร สูง 5 เมตร ภายในเป็นห้องประชุมขนาด 25–30 ที่นั่ง ผู้จัดการออนไลน์ระบุว่าเป็นรูปปั้นจระเข้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
สถานแสดงพันธุ์ปลาเฉลิมพระเกียรติเป็นอาคารเก้าเหลี่ยมยื่นลงไปในบึง ดูแลโดยศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดเขต 3 พิจิตร จัดแสดงปลาน้ำจืดกว่า 20 ชนิด รวมถึงสัตว์หายากอย่างกระเบนราหูน้ำจืดและจระเข้น้ำจืด ข้อมูลท่องเที่ยวระบุเวลาเปิดอังคาร–ศุกร์ 09.30–16.30 น. และเสาร์–อาทิตย์ 09.00–17.30 น.
ริมบึงยังมีบ่อจระเข้ ในอดีตนักท่องเที่ยวซื้อโครงไก่ให้อาหารได้ แต่ข้อมูลปี 2567 ระบุว่าปัจจุบันห้ามให้อาหาร เมื่อมิถุนายน พ.ศ. 2563 ภาพจระเข้ผอมแห้งตัวหนึ่งถูกแชร์จำนวนมาก เจ้าหน้าที่ประมงตรวจสอบพบว่าบ่อมีจระเข้ 84 ตัว ส่วนใหญ่สมบูรณ์ ตัวที่ผอมป่วยจากการกินขยะพลาสติกที่ผู้คนโยนลงบ่อ และเคยมีจระเข้ตายที่ผ่าซากพบเศษพลาสติก
รายละเอียดจากการตรวจสอบปี 2563 ระบุว่าบ่อจระเข้อยู่ในความดูแลของศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเขต 3 (พิจิตร) มีงบค่าอาหารปีละ 5,000 บาท ให้โครงไก่สด ซึ่งจระเข้กินครั้งหนึ่งอยู่ได้ราว 7 วัน ตัวที่อายุมากที่สุดราว 20 ปี ตัวใหญ่สุดหนักเกือบ 300 กิโลกรัม ช่วงนั้นสวนปิดให้บริการหลายเดือนและกำหนดเปิดอีกครั้ง 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 ส่วนบทความปี 2562 เล่าว่าช่วงเย็นจะเห็นจระเข้ขึ้นบกเกือบ 50 ตัว และศาลากลางน้ำทั้ง 4 หลังเคยใช้เป็นคูหาเลือกตั้งของจังหวัด
บึงสีไฟมีความสำคัญทางนิเวศ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 กำหนดมาตรการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำ และบึงสีไฟอยู่ในทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติของไทย 1 ใน 69 แห่ง การสำรวจพบนกอย่างน้อย 80 ชนิด ในจำนวนนี้เป็นนกน้ำกว่า 35 ชนิด ปลาอย่างน้อย 33 ชนิด และพืช 49 ชนิด หน้าหนาวมีนกอพยพเข้ามาจำนวนมาก
วิทยานิพนธ์ของมหาวิทยาลัยนเรศวรยังพบว่าผิวน้ำราวร้อยละ 85 ถูกวัชพืชน้ำปกคลุม เหลือผิวน้ำเปิดราวร้อยละ 15 พบนกอย่างน้อย 83 ชนิด เป็นนกน้ำ 35 ชนิด บางชนิดอยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์หรือมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ การเทียบภาพดาวเทียม Landsat ปี 2547 กับปี 2558 พบว่าพื้นที่ลุ่มน้ำขังลดลง 0.69 ตารางกิโลเมตร แหล่งน้ำที่มนุษย์สร้างเพิ่มขึ้น 0.60 ตารางกิโลเมตร และพื้นที่สิ่งปลูกสร้างเพิ่มขึ้น 0.09 ตารางกิโลเมตร
การฟื้นฟูรอบแรกเป็นของกรมทรัพยากรน้ำในปีงบประมาณ 2552–2556 โดยจ้างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและออกแบบระหว่าง 29 กันยายน พ.ศ. 2553 ถึง 17 มกราคม พ.ศ. 2555 งานในพื้นที่ราว 700 ไร่ด้านใต้ ได้แก่ ขุดลอกและทำร่องดักตะกอนแบบไบโอสเวลปลูกพืชท้องถิ่นกรองน้ำ ขุดร่องน้ำลึกพร้อมสะพานไม้สำหรับพายเรือศึกษาธรรมชาติ และสร้างประตูระบายน้ำ เพิ่มความจุได้ราว 558,500 ลูกบาศก์เมตร ช่วยเรื่องน้ำให้ราว 250 ครัวเรือน ชาวพิจิตรยังตั้งเพจ “คนพิจิตรคืนชีวิตให้บึงสีไฟ” เพื่อรณรงค์
บึงยังผ่านช่วงวิกฤตหลายครั้ง เดือนมีนาคม พ.ศ. 2544 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เสด็จทอดพระเนตรบึงสีไฟเป็นการส่วนพระองค์ ต่อมา พ.ศ. 2556 เกิดภัยแล้งหนักจนน้ำในบึงแห้งขอด และ พ.ศ. 2560 เกิดไฟไหม้บนเกาะกลางบึงจากวัชพืชแห้งที่สะสม
แผนพัฒนาใหญ่ถูกถกเถียงอยู่หลายปี พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 จังหวัดและกรมทรัพยากรน้ำเห็นชอบแผนงบ 253 ล้านบาทเพื่อทำเป็นแก้มลิง ซึ่งชาวบ้านต้องการให้คืนสภาพธรรมชาติ ต่อมาแผนรวมราว 900 ล้านบาทของปี 2560 สะดุดเพราะมีการร้องเรียนงบปรับปรุงอควาเรียม 580 ล้านบาท จังหวัดจึงทำประชาพิจารณ์ ได้แบบสอบถามคืน 1.8 แสนฉบับจาก 2 แสนฉบับ และปรับแผนให้กรมเจ้าท่าขุดลอกด้วยงบราว 341 ล้านบาท จังหวัดทำเลนจักรยาน ส่วนอควาเรียมพักไว้ก่อน เทศบาลยังปรับศาลากลางน้ำเป็นเรือนไทย 4 หลัง
กรมเจ้าท่าขุดลอกในปีงบประมาณ 2560–2563 ช่วงกลาง พ.ศ. 2563 รัฐบาลสั่งเร่งฟื้นฟู กรมเจ้าท่าประกาศขายดินจากบึงลูกบาศก์เมตรละ 2 บาท ซึ่งมีราว 6 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนกรมชลประทานผันน้ำจากเขื่อนนเรศวรผ่านคลองชลประทานเข้าบึง ดินที่ขุดได้ถูกนำไปทำทางจักรยาน ทางเดิน และลู่วิ่งรอบบึง
ผลคือบึงสีไฟโฉมใหม่ภายใต้ “โครงการพัฒนาบึงสีไฟเฉลิมพระเกียรติฯ” เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ทรงเปิดโครงการเมื่อ 23 มีนาคม พ.ศ. 2567 พระราชทานชื่อสนามจักรยานว่า “สราญจิตมงคลสุข” ซึ่งมีสนาม BMX สนามขาไถสำหรับเด็ก และสนามปั๊มแทร็กที่ใช้พื้นผิวตามมาตรฐานสหพันธ์จักรยานสากล ทั้งสองพระองค์ทรงปั่นจักรยานในสนามและทรงปลูกต้นบุนนาค ต้นไม้ประจำจังหวัด ปัจจุบันมีเลนจักรยานรอบบึงยาว 10.28 กิโลเมตร และในปี 2566–2567 บึงกักเก็บน้ำได้เต็มราว 12.64 ล้านลูกบาศก์เมตร จากเดิมราว 2 ล้านลูกบาศก์เมตร
งานวิจัยปี 2568 ที่สัมภาษณ์กรรมการชุมชน ผู้ประกอบการ และ อบจ. รวม 37 คน พบว่ารอบบึงยังมีการใช้ประโยชน์ทั้งประมง เกษตร ท่องเที่ยว และกิจกรรมชุมชน แต่ยังมีความขัดแย้งในการใช้พื้นที่ ปัญหาน้ำเสีย วัชพืช และการรุกล้ำ ผู้วิจัยเสนอกิจกรรมอย่างตลาดเสาร์ริมบึง ตลาดพอเพียง และกลุ่มจิตอาสารักษ์บึงสีไฟ
ปัจจุบันบึงสีไฟเป็นทั้งแหล่งน้ำ ที่ออกกำลังกาย และพื้นที่จัดงาน เช่น เทศกาลว่าวและบอลลูน KiteXballoon เมื่อ 24–25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 ผู้มาเยือนควรช่วยกันไม่ทิ้งขยะหรือโยนสิ่งของลงบ่อจระเข้และลงบึง ใช้เลนจักรยานตามกติกา และระวังเด็กเล็กบริเวณริมน้ำ
- สมัยอยุธยาสื่อหลายแห่งอ้างว่าพระบรมไตรโลกนาถเรียกพิจิตรว่า “โอฆบุรี” เพราะมีบึงอย่างบึงสีไฟ
- 2521กรมประมงสร้างคันดินรอบบึงกันการบุกรุก
- 2527สร้างสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ พิจิตร 170 ไร่
- 2534ปักหลักเขตและออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง
- 2544มี.ค. สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เสด็จทอดพระเนตรเป็นการส่วนพระองค์
- 254727 ต.ค. ภาพดาวเทียม Landsat 5 ที่ใช้เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงพื้นที่บึง
- 25523 พ.ย. มติ ครม. ด้านพื้นที่ชุ่มน้ำ บึงสีไฟเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำความสำคัญระดับนานาชาติ
ดูอีก 11 เหตุการณ์
- 2552–2556กรมทรัพยากรน้ำฟื้นฟูบึงรอบแรก
- 2556ภัยแล้งหนัก น้ำในบึงแห้งขอด
- 255826 ต.ค. ภาพดาวเทียม Landsat 8 พบพื้นที่ลุ่มน้ำขังลดลง 0.69 ตร.กม.
- 2559พ.ย. เห็นชอบแผนพัฒนาเป็นแก้มลิงงบ 253 ล้านบาท
- 2560ไฟไหม้เกาะกลางบึง แผนงบ 900 ล้านถูกปรับหลังมีการร้องเรียน
- 2560–2563กรมเจ้าท่าขุดลอกบึง
- 2563มิ.ย. ข่าวจระเข้ผอมจากกินพลาสติก ก.ค. รัฐบาลสั่งเร่งฟื้นฟู
- 25631 ก.ค. กำหนดเปิดสวนอีกครั้งหลังปิดหลายเดือน
- 256724–25 ก.พ. เทศกาล KiteXballoon
- 256723 มี.ค. ในหลวงและพระราชินีเสด็จฯ เปิดโครงการพัฒนาบึงสีไฟเฉลิมพระเกียรติฯ
- 2568งานวิจัยชุมชนรอบบึงเสนอตลาดริมบึงและกลุ่มจิตอาสา



เช็คอินและรูปจากนักเที่ยว
ไปถึงแล้วกดเช็คอิน เก็บตราประทับ และบอกคนอื่นว่าตอนนี้ที่นี่เป็นยังไง
ตรวจก่อนว่าคุณอยู่ในระยะเช็คอินไหม จะได้ไม่ต้องกรอกเสียเปล่า
ต้องเปิดตำแหน่งและอยู่ใกล้ที่นี่ไม่เกิน 2 กม. · เช็คอินได้วันละ 1 ครั้งต่อสถานที่ · มาหลายวันก็เก็บได้ทุกวัน
ลงรูปได้จากทุกที่ ไม่ต้องอยู่ในระยะเช็คอิน · เลือกได้ครั้งละไม่เกิน 20 รูป · JPG / PNG / WebP · ระบบลบข้อมูลตำแหน่ง GPS ในรูปให้อัตโนมัติ
ไปยังไง
จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวง 1 และ 32 ถึงนครสวรรค์ ต่อทางหลวง 117 …
ทางหลวง 1 → 32 → 117
ต่อรถรับจ้างในเมือง · ตามระยะ
จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวง 1 และ 32 ถึงนครสวรรค์ แล้วต่อทางหลวง 117 แยกเข้าตัวเมืองพิจิตร บึงอยู่ติดเขตเทศบาล
ลานจอดรถริมบึงหลายจุด และในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์
ปั๊มน้ำมันในตัวเมืองพิจิตร
สัญญาณมือถือดี
พื้นที่ริมบึงเปิดทุกวัน · สถานแสดงพันธุ์ปลา อ.–ศ. 09:30–16:30, ส.–อา. 09:00–17:30
ราว 345 กม. จากกรุงเทพฯ
บึงสีไฟ
0 บาท
ที่พักใกล้บึงสีไฟ
ราคาโดยประมาณต่อคืน สำหรับ 2 คน (สัปดาห์หน้า) · ราคาจริงขึ้นกับวันที่จอง
ถามบ่อย
ก่อนไปบึงสีไฟ
รวมคำตอบที่นักเที่ยวอยากรู้ก่อนออกเดินทาง อ่านจบในนาทีเดียว
บึงสีไฟใหญ่แค่ไหน
ปัจจุบันราว 5,390 ไร่ หรือประมาณ 8.6 ตารางกิโลเมตร ลึกเฉลี่ย 1.5–2 เมตร
บึงสีไฟเสียค่าเข้าไหม
ไม่เสียค่าเข้า ทั้งพื้นที่ริมบึงและสถานแสดงพันธุ์ปลา
ให้อาหารจระเข้ได้ไหม
ปัจจุบันห้ามให้อาหาร และห้ามโยนสิ่งของลงบ่อ
เลนจักรยานรอบบึงยาวเท่าไหร่
ยาว 10.28 กิโลเมตร และมีสนามจักรยานสราญจิตมงคลสุข
พญาชาละวันคืออะไร
ประติมากรรมจระเข้จากวรรณคดีเรื่องไกรทอง ยาวราว 38 เมตร ภายในเป็นห้องประชุม

พร้อมออกเดินทางไปบึงสีไฟหรือยัง
วันที่ดีที่สุดในสัปดาห์นี้คือ พฤหัส 29 ต.ค. · เช็คอินเมื่อไปถึงเพื่อเก็บแสตมป์
