01เรื่องที่ควรรู้ก่อนเข้าวัด
แต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า · ถอดรองเท้าและหมวกก่อนเข้าอาคาร · อย่าใช้แฟลชถ่ายจิตรกรรม · อย่าหันเท้าไปทางพระพุทธรูป
06:00–17:00
ก่อน 09:00 คนยังน้อย แสงสวย
สงกรานต์ ราว 13 เม.ย. แห่พระพุทธสิหิงค์รอบเมืองและสรงน้ำที่วัด
ไฮไลต์ห้ามพลาด
01
02
03
047 วันข้างหน้า
ไปวันไหนดี
ในสัปดาห์นี้
แตะการ์ดวันที่อยากไป เพื่อดูรายละเอียดอากาศ ฝน ฝุ่น และรายชั่วโมงของวันนั้น
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ช่วงดีที่สุด 06:00–15:00 ฝนน้อย · อาจมีละอองฝนบางช่วง
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ช่วงดีที่สุด 06:00–15:00 ฝนน้อย · อาจมีละอองฝนบางช่วง
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร
วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ในคูเมืองเชียงใหม่ ที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ และงานศิลปะล้านนาชั้นเยี่ยม
- สวดมนต์เช้า บรรยากาศสงบ
- ชมวิหารลายคำและจิตรกรรมตอนคนน้อย
- คนเยอะและแดดร้อน
- แสงเย็นบนเจดีย์ทอง
ควรถึง ก่อน 09:00 คนยังน้อย แสงสวย
- หน้าวิหารลายคำสิงห์คู่กับบันไดนาคเช้า
- เจดีย์ทองแสงเย็นบนองค์เจดีย์เย็น
- หอไตรเทวดาปูนปั้นรอบฐานสาย
แกลเลอรี
ภาพจาก Wikimedia Commons และผู้ร่วมเผยแพร่ · เครดิตเต็มดูได้ที่หน้าแบบเดิม
ข้อควรรู้เฉพาะที่นี่
ต้องปิดไหล่และเข่า ถอดรองเท้าก่อนเข้าวิหาร
ห้ามใช้แฟลชถ่ายจิตรกรรมในวิหารลายคำ
บางส่วนของอุโบสถเป็นพื้นที่สงวนตามธรรมเนียม ควรดูป้ายก่อนเข้า
- เข้าวิหารลายคำก่อนเพื่อดูจิตรกรรมตอนคนยังน้อย
- มองหาภาพเจ๊กเส็งวาดตัวเองบนกรอบหน้าต่างผนังด้านเหนือ
- คนเกิดปีมะโรงนิยมไหว้พระธาตุที่นี่
- เดินต่อไปวัดเจดีย์หลวงได้ราว 10 นาที
ผู้ใหญ่ 0 บาท · ใช้เวลาเที่ยว 1–1.5 ชั่วโมง
10:30–14:00 และช่วง พ.ย.–ก.พ. กับสงกรานต์
| ค่าบำรุงวิหารลายคำ ชาวต่างชาติ ไม่บังคับ | 20 ฿/คน |
เงินสด / ทำบุญผ่านตู้บริจาค · ราคาอาจเปลี่ยนตามฤดูกาล ควรเช็กกับสถานที่
- มีเด็ก เหมาะ ลานวัดกว้าง เดินง่าย
- ผู้สูงอายุ พื้นเรียบ มีบันไดไม่กี่ขั้นขึ้นวิหาร
- วีลแชร์ ลานวัดเข้าได้ แต่วิหารส่วนใหญ่มีบันได
- สัตว์เลี้ยง ไม่ควรพาสัตว์เลี้ยงเข้าเขตวัด
- ถนนราชดำเนินร้านอาหารเหนือและคาเฟ่ในเมืองเก่า
- ถนนคนเดินวันอาทิตย์อาหารริมทางบนถนนราชดำเนินทุกเย็นวันอาทิตย์
- แต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า
- ถอดรองเท้าและหมวกก่อนเข้าอาคาร
- อย่าใช้แฟลชถ่ายจิตรกรรม
- อย่าหันเท้าไปทางพระพุทธรูป
- วันหยุดช่วงสายคนแน่น
- พื้นลานวัดร้อนเมื่อถอดรองเท้าตอนเที่ยง
- มี.ค.–เม.ย. ควันไฟป่า
สงกรานต์ ราว 13 เม.ย. แห่พระพุทธสิหิงค์รอบเมืองและสรงน้ำที่วัด
ไปเดือนไหนดี
แตะแต่ละเดือนบนวงล้อเพื่อดูอากาศ ฝน ฝุ่น และความหนาแน่นของคน จากสถิติย้อนหลัง 10 ปี
ช่วงที่ดีที่สุด · พ.ย.–ก.พ. อากาศเย็นสบาย เดินเที่ยวในเมืองเก่าได้ทั้งวัน ช่วงสงกรานต์มีงานแห่พระพุทธสิหิงค์
ควรระวัง · มี.ค.–เม.ย. หมอกควันไฟป่าหนาและร้อนจัด · ช่วง 10:30–14:00 วันหยุดคนแน่นและแดดร้อน
17°ม.ค.
18°ก.พ.
21°มี.ค.
24°เม.ย.
25°พ.ค.
24°มิ.ย.
24°ก.ค.
24°ส.ค.
23°ก.ย.
22°ต.ค.
20°พ.ย.
18°ธ.ค.
ต.ค. ตามสถิติ 22–29°C · ฝนเฉลี่ย 179 มม. (18 วันฝนตก) · ฟ้าโปร่ง 8 วัน · PM2.5 เฉลี่ย 15
เรื่องราวของที่นี่
วัดพระสิงห์วรมหาวิหารตั้งอยู่ปลายถนนราชดำเนินด้านตะวันตก ภายในคูเมืองเชียงใหม่ ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร สังกัดมหานิกาย และเป็นวัดที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของล้านนา เพราะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ หรือ "พระสิงห์" พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ ภายในวัดมีทั้งวิหารลายคำที่ได้ชื่อว่าเป็นวิหารล้านนาที่งดงามที่สุดหลังหนึ่ง จิตรกรรมฝาผนังที่เล่าวิถีชีวิตชาวล้านนาเมื่อราว 160 ปีก่อน และหอไตรที่มีเทวดาปูนปั้นประดับรอบฐาน
อ่านต่ออีก 15 ย่อหน้า
วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1888 โดยพญาผายู กษัตริย์ราชวงศ์มังรายองค์ที่ 5 สิ่งแรกที่สร้างคือเจดีย์สูง 23 วา เพื่อบรรจุพระอัฐิของพญาคำฟู พระราชบิดา ซึ่งอัญเชิญมาจากเชียงแสน อีก 2 ปีต่อมาจึงสร้างวิหาร ศาลาการเปรียญ หอไตร และกุฏิ แล้วอาราธนาพระอภัยจุฬามหาเถระจากหริภุญไชยมาเป็นเจ้าอาวาสองค์แรก นักวิชาการมองว่าเป็นการย้ายศูนย์กลางพุทธศาสนาของภาคเหนือมาอยู่ที่เชียงใหม่ ชื่อแรกของวัดคือ "วัดลีเชียงพระ" เพราะตั้งอยู่ใกล้ตลาดกลางเมือง คำว่า "ลี" ในภาษาล้านนาหมายถึงตลาด ส่วนพญาคำฟูนั้น ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่เล่าว่าสวรรคตเพราะถูก "เงือก" ซึ่งในภาษาล้านนาโบราณหมายถึงจระเข้ ทำร้ายขณะลงสรงน้ำในแม่น้ำ
ตามตำนานสิหิงคนิทาน พระพุทธสิหิงค์สร้างขึ้นในลังกาเมื่อราว พ.ศ. 700 โดยกษัตริย์ลังกา 3 พระองค์ร่วมกับพระอรหันต์ เล่ากันว่าพญานาคที่เคยเห็นพระพุทธเจ้าแปลงกายเป็นแบบให้ช่างปั้น จากลังกาพระพุทธรูปเดินทางมาสุโขทัยในสมัยพ่อขุนรามคำแหง แล้วย้ายไปพิษณุโลก อยุธยา กำแพงเพชร และเชียงราย จนเมื่อ พ.ศ. 1943 เจ้ามหาพรหมผู้ครองเชียงรายนำมาถวายพญาแสนเมืองมา กษัตริย์ราชวงศ์มังรายองค์ที่ 7 ซึ่งโปรดให้ประดิษฐานไว้ที่วัดลีเชียงพระ ชาวเมืองจึงเรียกวัดนี้ว่า "วัดพระสิงห์" มาตั้งแต่นั้น ตำนานนี้เรียบเรียงเป็นภาษาบาลีโดยพระโพธิรังสี พระภิกษุชาวล้านนา ก่อน พ.ศ. 1985 ชื่อ "สิหิงคนิทาน" และยังมีเล่าในชินกาลมาลีปกรณ์และตำนานโยนก ซึ่งแต่ละฉบับระบุปีไว้ไม่ตรงกัน บางแหล่งระบุว่าพระพุทธสิหิงค์มาถึงเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 1950
แม้ตำนานจะว่ามาจากลังกา แต่พระพุทธสิหิงค์องค์ที่เชียงใหม่เป็นพระพุทธรูปสำริดลงรักปิดทอง ประทับนั่งขัดสมาธิเพชร ปางมารวิชัย สูงราว 79 เซนติเมตร หน้าตักกว้างราว 63 เซนติเมตร เป็นศิลปะล้านนาแบบ "สิงห์หนึ่ง" หรือเชียงแสนสิงห์หนึ่ง พระวรกายอวบอ้วน อกนูน ชายสังฆาฏิสั้นเหนือพระถัน นักประวัติศาสตร์ศิลปะจึงเชื่อว่าสร้างขึ้นในล้านนาราวต้นพุทธศตวรรษที่ 20 ผศ.ดร.ศักดิ์ชัย สายสิงห์ เสนอว่าพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรแบบนี้เป็นงานที่เกิดในล้านนาเอง และชื่อ "พระสิงห์" น่าจะมาจากพระพุทธรูปล้านนากลุ่มนี้ หลักฐานสำคัญคือพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรที่วัดพระเจ้าเม็งราย เชียงใหม่ ซึ่งมีจารึกปี พ.ศ. 2013 เรียกตัวเองว่า "พระพุทธสิหิงค์" ส่วน ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล เคยเสนอว่าองค์จากลังกาอาจสูญหายไปแล้วถูกสร้างแทน หรือตำนานถูกแต่งขึ้นเพื่อเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ ที่มาของชื่อมีสองแนวคิด คือมาจากท่าทางที่องอาจดุจราชสีห์ และมาจากคำภาษามอญที่แปลว่าน่าอภิรมย์ใจ ปัจจุบันมีพระพุทธสิหิงค์ที่ได้รับความเคารพสูงอยู่ 3 องค์ คือที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ กรุงเทพฯ (ขัดสมาธิราบ) ที่หอพระพุทธสิหิงค์ นครศรีธรรมราช และที่วัดพระสิงห์ เชียงใหม่
ตามพงศาวดาร พระพุทธสิหิงค์จากเชียงใหม่เคยถูกนำออกจากเมืองหลายครั้ง ครั้งสำคัญคือเมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชตีเชียงใหม่ได้ราว พ.ศ. 2205 แล้วอัญเชิญไปประดิษฐานในพระราชวังที่กรุงศรีอยุธยา (บางฉบับว่าที่วัดพระศรีสรรเพชญ์) อยู่ราว 105 ปี จารึกฉบับคัดลอกที่วัดพระแท่นศิลาอาสน์ อุตรดิตถ์ ลงปี พ.ศ. 2301 ยืนยันว่าทัพอยุธยา "มารบเมืองเชียงใหม่ได้พระพุทธสิหิงค์" เมื่ออยุธยาเสียกรุงใน พ.ศ. 2310 มีบันทึกว่าพระพุทธรูปถูกนำกลับเชียงใหม่ และใน พ.ศ. 2338 สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์องค์หนึ่งจากเชียงใหม่ลงไปกรุงเทพฯ ปัจจุบันคือองค์ที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ อย่างไรก็ดี นักวิชาการบางท่านเห็นว่ายังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าองค์ที่กรุงเทพฯ มาจากเชียงใหม่จริง คำถามว่าองค์ใดคือ "องค์จริง" จึงยังไม่มีข้อยุติ
ช่วง พ.ศ. 2101 ถึงราว พ.ศ. 2317 เชียงใหม่ตกอยู่ใต้อำนาจพม่าเกือบสองร้อยปี หลังขับไล่พม่าออกไป เมืองเชียงใหม่ถูกทิ้งร้างจนพระเจ้ากาวิละนำผู้คนกลับมาตั้งเมืองใหม่ใน พ.ศ. 2339 วัดวาอารามส่วนใหญ่ทรุดโทรม พระเจ้ากาวิละ ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ทิพย์จักร จึงเริ่มบูรณะวัดพระสิงห์ และสร้างหอไตรหน้าวัดเมื่อ พ.ศ. 2354
วิหารลายคำเป็นอาคารที่คนมาวัดพระสิงห์ตั้งใจมาดูมากที่สุด ตำนานระบุว่ามีการสร้างวิหารตรงนี้ตั้งแต่ พ.ศ. 2061 ในยุครุ่งเรืองของล้านนา แต่อาคารที่เห็นในปัจจุบันเป็นงานพุทธศตวรรษที่ 25 บางแหล่งระบุว่าสร้างใหม่ระหว่าง พ.ศ. 2358–2364 ในสมัยพระยาธรรมลังกา เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 2 ชื่อ "ลายคำ" มาจากลวดลายทองคำเปลวบนพื้นรักสีแดงบนผนังหลังพระประธาน เสา และผนังด้านหลัง เป็นรูปกู่พระเจ้า มังกร หงส์ และลายเมฆแบบจีน เมื่อแดดส่องเข้ามา วิหารทั้งหลังจะดูเป็นสีทอง วิหารหันหน้าไปทางตะวันออก มีบันไดนาคและสิงห์ปูนปั้นคู่หนึ่งเฝ้าทางขึ้น ภาพถ่ายเก่าแสดงว่าหลังคาเคยซ้อนชั้นต่างจากปัจจุบัน
จิตรกรรมฝาผนังในวิหารลายคำน่าจะเขียนขึ้นพร้อมการบูรณะวิหารในสมัยเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ ราว พ.ศ. 2406 เขียนด้วยสีฝุ่นโดยช่างสองคนที่เจ้าผู้ครองนครส่งไปศึกษางานจิตรกรรมทั้งในสยามและพม่า "เจ๊กเส็ง" ช่างเชื้อสายจีนในท้องถิ่น เขียนเรื่องสังข์ทอง ส่วน "หนานโพธา" เขียนเรื่องสุวรรณหงส์ตามแบบแผนศิลปะรัตนโกสินทร์ ทั้งสองเรื่องอยู่ในปัญญาสชาดก ไม่ใช่วรรณคดีล้านนาดั้งเดิม นักวิชาการจึงสันนิษฐานว่าเจ้ากาวิโลรสฯ ซึ่งเคยประทับที่กรุงเทพฯ ได้แรงบันดาลใจจากจิตรกรรมวรรณคดีในวัดอย่างวัดสุทัศนเทพวราราม ผนังด้านในสุดเขียนภาพอดีตพระพุทธเจ้า และเหนือภาพเล่าเรื่องเป็นภาพเทพชุมนุม
สิ่งที่ทำให้จิตรกรรมชุดนี้มีค่าคือภาพชีวิตประจำวันที่สอดแทรกอยู่ในเรื่อง ทั้งหญิงล้านนาหาบน้ำ คู่หนุ่มสาวเกี้ยวกัน หญิงเปลือยอกสูบบุหรี่ ชายอวดรอยสักขา และวงเหล้า เครื่องแต่งกายมีทั้งแบบล้านนา พม่า ไทใหญ่ และภาคกลาง ยังเห็นของใช้สมัยใหม่อย่างเครื่องลายครามและโคมไฟ เชื่อกันว่าเจ๊กเส็งวาดภาพตัวเองไว้บนกรอบหน้าต่างกลางผนังด้านเหนือ เป็นชายหนุ่มสวมหมวก ไว้เคราเรียวยาว นั่งชันเข่า จิตรกรรมเรื่องสังข์ทองเป็นงานชิ้นเดียวที่หลงเหลือของสกุลช่างเชียงใหม่ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เคยกล่าวว่าภาพเหล่านี้ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนได้กลับไปอยู่ในโลกจริงเมื่อราวร้อยปีก่อน
ทุกวันนี้พระพุทธสิหิงค์ประดิษฐานอยู่ในวิหารลายคำ เดิมเคยอยู่ในกู่มณฑปท้ายวิหาร เมื่อ พ.ศ. 2464 (บางแหล่งระบุ พ.ศ. 2465) พระเศียรเดิมถูกโจรลักลอบตัดไป พระเศียรที่เห็นในปัจจุบันจึงเป็นของที่ทำขึ้นใหม่ และพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะใกล้เคียงองค์เดิมที่สุดอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่
ช่วง พ.ศ. 2467–2468 ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา ซึ่งรักษาการเจ้าอาวาสในปี 2467 ได้รื้อวิหารหลวงหลังเดิมซึ่งเป็นทรงจัตุรมุขที่ทรุดโทรมจนซ่อมไม่ได้ แล้วสร้างวิหารหลวงหลังใหม่ด้วยโครงหลังคาไม้สักทั้งหลัง ผสมศิลปะรัตนโกสินทร์กับล้านนา หน้าบันเป็นรูปพระนารายณ์ทรงครุฑ และรูปเสือซึ่งเป็นนักษัตรปีเกิดของครูบาศรีวิชัย ภายในประดิษฐานพระศรีสรรเพชญ พระพุทธรูปปูนปั้นองค์ใหญ่ที่เชื่อว่าเป็นพระประธานของวิหารหลังเก่า ระหว่างการบูรณะในปี 2469 ยังมีการขุดพบผอบบรรจุพระอัฐิของพญาคำฟู ซึ่งต่อมาถูกนำไปเก็บที่ศาลากลางจังหวัดเก่าแล้วสูญหายไป
วัดพระสิงห์มีหอไตรถึง 2 หลัง และเป็นวัดแรกในเชียงใหม่ที่มีหอไตรสองหลัง หลังแรกคือหอไตรหน้าวัดที่พระเจ้ากาวิละสร้างเมื่อ พ.ศ. 2354 ชั้นล่างก่ออิฐถือปูนบนฐานสูง ชั้นบนเป็นเรือนไม้ประดับลายรดน้ำและกระจก รอบฐานประดับปูนปั้นรูปเทวดายืนพนมมือสลับกับรูปสัตว์ หมายถึงเทวดาที่คอยปกปักรักษาพระธรรม นับเป็นหอไตรที่งดงามที่สุดหลังหนึ่งในภาคเหนือ หลังที่สองเรียกว่า "หอธรรมใหม่" อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเจดีย์ เป็นอาคารคอนกรีตสองชั้น สร้างโดยหลวงอนุสารสุนทรและภรรยา เพื่อถวายครูบาศรีวิชัยพร้อมกุฏิ ซึ่งกุฏิได้พังลงไปแล้ว เหลือเพียงหอธรรมหลังนี้ อีกข้อมูลหนึ่งของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติฯ ระบุว่าเทวดาปูนปั้นรอบหอไตรเป็นฝีมือช่างสมัยพญาเมืองแก้ว (ราวพุทธศตวรรษที่ 21) ซึ่งเป็นยุครุ่งเรืองของศิลปะล้านนา และฐานหอไตรได้รับการซ่อมแซมโดยเจ้าแก้วนวรัฐราว พ.ศ. 2476
เจดีย์ประธานทรงระฆังปิดทองบนฐานสี่เหลี่ยมเป็นหนึ่งในเจดีย์ทรงระฆังที่เก่าแก่ที่สุดในอำเภอเมืองเชียงใหม่ ตามคติล้านนาถือเป็นพระธาตุประจำปีมะโรง (ปีงูใหญ่) คนเกิดปีนี้จึงนิยมมาสักการะ ใกล้กันยังมีเจดีย์ทรงมณฑป และซากเจดีย์ที่ขุดพบอัฐิซึ่งเชื่อว่าเป็นของพญาคำฟู ส่วนอุโบสถด้านหลังวิหารหลวงใช้ "หลักเสมา" ที่มีลักษณะเป็นเสาปักดินแทนใบเสมา และพระประธานประดิษฐานอยู่ในกู่กลางอาคาร ทำให้กราบไหว้ได้ทั้งสองด้าน ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปว่าทำไมจึงสร้างแบบนี้
วัดพระสิงห์ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478 และได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2483 (บางแหล่งระบุว่าได้รับยกเป็นพระอารามหลวงตั้งแต่ พ.ศ. 2478 ในรัชกาลที่ 8) ตั้งแต่ก่อตั้งมีเจ้าอาวาสสืบต่อกันมา 14 รูป รูปปัจจุบันคือพระเทพสิงหวราจารย์ (โสภณ โสภโณ) ซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. 2552 วัดยังอยู่ในกลุ่มแหล่งมรดกของเชียงใหม่ที่กำลังผลักดันสู่การเป็นมรดกโลก
วัดพระสิงห์ยังเป็นแหล่งเก็บคัมภีร์ใบลานสำคัญของล้านนา ในหอไตรทั้งสองหลัง วัดร่วมกับคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และภาคเอกชน สำรวจและอนุรักษ์คัมภีร์ใบลาน หนึ่งในนั้นคือคัมภีร์ "โลกวินัย" ที่ครูบาศรีวิชัยเป็นผู้เขียน มีการจัดสัมมนาวิชาการเมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2568 และวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569 ในวาระครบ 100 ปีการบูรณะวัดครั้งใหญ่ของครูบาศรีวิชัย
ทุกปีช่วงสงกรานต์ ราววันที่ 13 เมษายน จะมีการอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ขึ้นบุษบกแห่ไปตามถนนรอบเมืองเชียงใหม่ ให้ประชาชนได้สรงน้ำขอพรรับปีใหม่เมือง แล้วจึงอัญเชิญกลับมาประดิษฐานที่วัดให้คนมาสรงน้ำต่อ เป็นงานบุญที่สำคัญที่สุดงานหนึ่งของคนเชียงใหม่
- 1888พญาผายูสร้างเจดีย์บรรจุพระอัฐิพญาคำฟู เป็นจุดเริ่มต้นของวัดลีเชียงพระ
- 1890สร้างวิหาร ศาลาการเปรียญ หอไตร กุฏิ อาราธนาพระอภัยจุฬามหาเถระจากหริภุญไชย
- 1943พญาแสนเมืองมาอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์จากเชียงรายมาประดิษฐาน วัดได้ชื่อว่าวัดพระสิงห์
- 2013จารึกบนพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรที่วัดพระเจ้าเม็งราย เรียกตัวเองว่า "พระพุทธสิหิงค์"
- 2061ตำนานระบุว่ามีการสร้างวิหารลายคำในยุครุ่งเรืองของล้านนา
- 2101เชียงใหม่ตกอยู่ใต้อำนาจพม่าราวสองร้อยปี
- ราว 2205สมเด็จพระนารายณ์ตีเชียงใหม่ อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ไปกรุงศรีอยุธยา
ดูอีก 14 เหตุการณ์
- 2310หลังเสียกรุงศรีอยุธยา มีบันทึกว่าพระพุทธสิหิงค์กลับมาเชียงใหม่
- 2338กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์องค์หนึ่งไปกรุงเทพฯ
- 2339พระเจ้ากาวิละฟื้นฟูเมืองเชียงใหม่และเริ่มบูรณะวัด
- 2354พระเจ้ากาวิละสร้างหอไตรหน้าวัด
- 2358–2364บางแหล่งระบุว่าสร้างวิหารลายคำหลังปัจจุบันในสมัยพระยาธรรมลังกา
- ราว 2406เขียนจิตรกรรมวิหารลายคำ สังข์ทอง (เจ๊กเส็ง) และสุวรรณหงส์ (หนานโพธา) สมัยเจ้ากาวิโลรสฯ
- 2464 (หรือ 2465)พระเศียรเดิมของพระพุทธสิหิงค์ถูกโจรตัดไป
- 2467–2468ครูบาศรีวิชัยสร้างวิหารหลวงหลังใหม่แทนวิหารจัตุรมุขหลังเดิม
- 2469ขุดพบผอบพระอัฐิพญาคำฟูระหว่างบูรณะ ต่อมาสูญหาย
- ราว 2476เจ้าแก้วนวรัฐซ่อมฐานหอไตร
- 8 มี.ค. 2478ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน
- 23 พ.ย. 2483ยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร
- 2552พระเทพสิงหวราจารย์ (โสภณ โสภโณ) เป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 14
- 24 มี.ค. 2569สัมมนาวิชาการครบ 100 ปีการบูรณะของครูบาศรีวิชัย











เช็คอินและรูปจากนักเที่ยว
ไปถึงแล้วกดเช็คอิน เก็บตราประทับ และบอกคนอื่นว่าตอนนี้ที่นี่เป็นยังไง
ตรวจก่อนว่าคุณอยู่ในระยะเช็คอินไหม จะได้ไม่ต้องกรอกเสียเปล่า
ต้องเปิดตำแหน่งและอยู่ใกล้ที่นี่ไม่เกิน 0.2 กม. · เช็คอินได้วันละ 1 ครั้งต่อสถานที่ · มาหลายวันก็เก็บได้ทุกวัน
ลงรูปได้จากทุกที่ ไม่ต้องอยู่ในระยะเช็คอิน · เลือกได้ครั้งละไม่เกิน 20 รูป · JPG / PNG / WebP · ระบบลบข้อมูลตำแหน่ง GPS ในรูปให้อัตโนมัติ
ไปยังไง
อยู่ในคูเมืองเชียงใหม่ ปลายถนนราชดำเนินฝั่งตะวันตก เดินจากปร…
จากประตูท่าแพตามถนนราชดำเนิน ราว 1.2 กม. · ฟรี
รถสองแถวแดงในเมือง บอกลงวัดพระสิงห์ · ตามระยะทาง
เรียกรถจากที่พักในเมือง · ตามระยะทาง
ขับเข้าคูเมือง จอดลานเอกชนถนนสามล้าน · ค่าจอด
อยู่ปลายถนนราชดำเนินฝั่งตะวันตก ภายในคูเมือง ติดถนนสิงหราชและถนนสามล้าน
ที่จอดในวัดมีน้อย และลานจอดเอกชนบนถนนสามล้าน (เสียค่าบริการ) มักเต็มช่วงสายในหน้าหนาว
อยู่กลางเมือง มีปั๊มรอบคูเมือง
4G/5G ทุกเครือข่าย
06:00–17:00
ราว 1.2 กม. จากประตูท่าแพ
Wat Phra Singh Woramahawihan
ที่พักใกล้วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร
ราคาโดยประมาณต่อคืน สำหรับ 2 คน (สัปดาห์หน้า) · ราคาจริงขึ้นกับวันที่จอง
ถามบ่อย
ก่อนไปวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร
รวมคำตอบที่นักเที่ยวอยากรู้ก่อนออกเดินทาง อ่านจบในนาทีเดียว
วัดพระสิงห์สร้างเมื่อไร
พ.ศ. 1888 โดยพญาผายู เดิมชื่อวัดลีเชียงพระ
พระพุทธสิหิงค์มาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไร
พ.ศ. 1943 สมัยพญาแสนเมืองมา
จิตรกรรมในวิหารลายคำใครวาด
เจ๊กเส็งวาดเรื่องสังข์ทอง หนานโพธาวาดเรื่องสุวรรณหงส์ ราว พ.ศ. 2406
วัดพระสิงห์เป็นพระธาตุประจำปีอะไร
ปีมะโรง (ปีงูใหญ่)
ทำไมมีหอไตรสองหลัง
หลังแรกพระเจ้ากาวิละสร้าง พ.ศ. 2354 หลังที่สองสร้างถวายครูบาศรีวิชัย
ต้องแต่งกายอย่างไร
ปิดไหล่และเข่า ถอดรองเท้าก่อนเข้าวิหาร

พร้อมออกเดินทางไปวัดพระสิงห์วรมหาวิหารหรือยัง
วันที่ดีที่สุดในสัปดาห์นี้คือ พฤหัส 29 ต.ค. · เช็คอินเมื่อไปถึงเพื่อเก็บแสตมป์
