01เวลาเปิด เวลาที่ใช้ และมุมถ่ายรูป
ทุกวัน 09:00–16:00 (ศูนย์ข้อมูล)
1–2 ชั่วโมง
ริมคูน้ำด้านตะวันออก — เงาสะท้อนปราสาท
ไฮไลต์ห้ามพลาด
01
02
03
047 วันข้างหน้า
ไปวันไหนดี
ในสัปดาห์นี้
แตะการ์ดวันที่อยากไป เพื่อดูรายละเอียดอากาศ ฝน ฝุ่น และรายชั่วโมงของวันนั้น
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
ช่วงเช้ามีหมอกหนา มองเห็นได้ไม่ถึง 1 กม. เปิดไฟหน้าและขับช้า
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน · อาจมีละอองฝนบางช่วง
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน · อาจมีละอองฝนบางช่วง
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน · อาจมีละอองฝนบางช่วง
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ปราสาทสด๊กก๊อกธม
ปราสาทสด๊กก๊อกธม อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เป็นปราสาทขอมที่สำคัญที่สุดในภาคตะวันออก เป็นที่มาของจารึกสด๊กก๊อกธมเรื่องลัทธิเทวราช เคยเป็นพื้นที่ค่ายผู้ลี้ภัย และเป็นตัวอย่างงานบูรณะแบบอนัสติโลซิส
- แสงเช้าส่องหน้าปราสาท (หันทิศตะวันออก)
- ร้อน ชมศูนย์ข้อมูล
- แสงเย็นและเงาสะท้อนในคูน้ำ
ควรถึง มาช่วงเช้าก่อน 10:00 หรือหลัง 15:00 แสงสวยและไม่ร้อน
- ริมคูน้ำด้านตะวันออกเงาสะท้อนปราสาทเช้า
- โคปุระตะวันออกกรอบประตูมองเห็นปรางค์เช้า
- ทางดำเนินศิลาแลงเส้นนำสายตาสู่ปราสาทเย็น
แกลเลอรี
ภาพจาก Wikimedia Commons และผู้ร่วมเผยแพร่ · เครดิตเต็มดูได้ที่หน้าแบบเดิม
ข้อควรรู้เฉพาะที่นี่
เช็กประกาศเปิด–ปิดก่อนเดินทาง และเดินตามทางที่กำหนด
ห้ามออกนอกพื้นที่ที่จัดไว้
ลานปราสาทไม่มีร่มเงา
- ดูนิทรรศการในศูนย์ข้อมูลก่อน จะเข้าใจจารึกและการบูรณะมากขึ้น
- สังเกตส่วนหินใหม่ที่ใช้เสริม ซึ่งไม่มีลวดลาย
- รวมเที่ยวกับตลาดโรงเกลือ อรัญประเทศ
- · ใช้เวลาเที่ยว 1–2 ชั่วโมง
วันหยุดยาวช่วงหนาว
- มีเด็ก เด็กเที่ยวได้ ทางเดินเรียบ แต่ต้องดูแลไม่ให้ปีนโบราณสถาน
- ผู้สูงอายุ ทางเดินราบ ระยะไม่ไกล มีศูนย์ข้อมูลติดแอร์
- วีลแชร์ ศูนย์ข้อมูลและทางเดินหลักพอใช้ได้ แต่ในตัวปราสาทมีธรณีประตูและขั้นหิน
- สัตว์เลี้ยง ไม่ควรนำสัตว์เลี้ยงเข้าโบราณสถาน
- ร้านค้าชุมชนหน้าอุทยานฯเครื่องดื่ม ของว่าง
- อรัญประเทศร้านอาหารและตลาดโรงเกลือ
- เดินตามทางที่จัดไว้
- แต่งกายสุภาพ
- ห้ามปีนป่ายหรือนั่งบนตัวโบราณสถาน
- สถานการณ์ชายแดนเปลี่ยนแปลงได้
- ห้ามออกนอกเส้นทาง (ทุ่นระเบิดตกค้างในอดีต)
- แดดแรง
งานทอดกฐินประจำปีของชุมชนรอบปราสาท (ราว ต.ค. – พ.ย.)
ไปเดือนไหนดี
แตะแต่ละเดือนบนวงล้อเพื่อดูอากาศ ฝน ฝุ่น และความหนาแน่นของคน จากสถิติย้อนหลัง 10 ปี
ช่วงที่ดีที่สุด · พ.ย. – ก.พ. อากาศเย็น ฟ้าใส คูน้ำสะท้อนเงาปราสาทสวย
ควรระวัง · มี.ค. – พ.ค. ร้อนจัด ลานหินไม่มีร่มเงา ฤดูฝนทางเดินลื่น
21°ม.ค.
22°ก.พ.
25°มี.ค.
26°เม.ย.
26°พ.ค.
25°มิ.ย.
25°ก.ค.
25°ส.ค.
24°ก.ย.
24°ต.ค.
23°พ.ย.
21°ธ.ค.
ต.ค. ตามสถิติ 24–30°C · ฝนเฉลี่ย 209 มม. (22 วันฝนตก) · ฟ้าโปร่ง 2 วัน · PM2.5 เฉลี่ย 8
เรื่องราวของที่นี่
ปราสาทสด๊กก๊อกธมเป็นศาสนสถานขอมในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย สร้างในพุทธศตวรรษที่ 16 ตั้งอยู่ที่บ้านหนองหญ้าแก้ว ตำบลโคกสูง อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ห่างจากอำเภออรัญประเทศไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 34–35 กม. และห่างจากแนวชายแดนไทย–กัมพูชาราว 1 กม. ปัจจุบันเป็นอุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธมในความดูแลของกรมศิลปากร และเป็นปราสาทขอมที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในภาคตะวันออก
อ่านต่ออีก 22 ย่อหน้า
ชื่อเดิมของปราสาทคือ “ปราสาทเมืองพร้าว” ชื่อ “สด๊กก๊อกธม” เป็นภาษาเขมร ใช้เรียกกันในภายหลังเมื่อมีชาวกัมพูชาเข้ามาอาศัยในพื้นที่ คอลัมนิสต์ของกรุงเทพธุรกิจอธิบายว่าชื่อนี้มีความหมายประมาณว่า “ที่ซึ่งรกไปด้วยต้นกกขนาดใหญ่” น่าจะหมายถึงกกในบารายขนาดใหญ่ข้างปราสาท
ปราสาทสร้างเสร็จในรัชกาลพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 ราว พ.ศ. 1595 (ค.ศ. 1052) โดยพระองค์พระราชทานที่ดินแก่ตระกูลพราหมณ์ปุโรหิตผู้ประกอบพิธีราชาภิเษก ตระกูลนี้ได้สร้างปราสาท ขุดบาราย สร้างคันดิน และจัดไร่นาขึ้น เพื่อประดิษฐานศิวลึงค์ และมีหมู่บ้านชาวนาโดยรอบส่งอาหารและแรงงานมาบำรุง บทความของ Thai PBS World ระบุว่าการก่อสร้างอาจเริ่มตั้งแต่ ค.ศ. 937 ในรัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 4
ตามที่สุจิตต์ วงษ์เทศ ถอดความจากจารึก ปราสาทแห่งนี้เป็นเทวสถานสำคัญของเมือง “ภัทรนิเกตนะ” ซึ่งแปลว่าที่อยู่อาศัยอันร่มเย็นเป็นสุข พระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 พระโอรสของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ผู้สร้างปราสาทเขาพระวิหาร โปรดให้สร้างขึ้นเป็น “คุรุทักษิณา” ตอบแทนพราหมณ์สทาศิวะ ผู้ลาจากเพศพราหมณ์มารับตำแหน่งราชครู พระนามว่าชเยนทรวรมัน สุจิตต์ระบุว่าปราสาทสร้างเสร็จ พ.ศ. 1585 ต่างจากแหล่งอื่นที่ระบุ พ.ศ. 1595–1596 (ค.ศ. 1052–1053)
สิ่งสำคัญที่สุดของที่นี่คือ “จารึกสด๊กก๊อกธม” (K.235) ซึ่งจารบนแผ่นหินทรายสีเทาสูง 1.51 เมตร เดิมตั้งอยู่มุมตะวันออกเฉียงเหนือของลานปราสาท จารึกนี้มี 340 บรรทัด ใช้ภาษาสันสกฤตและภาษาเขมรโบราณ และกำหนดอายุได้ตรงกับวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1053 เนื้อหาบันทึกการรับใช้ราชสำนักเขมรของตระกูลพราหมณ์ผู้สร้างปราสาทยาวนานราว 250 ปี ผ่านกษัตริย์ 12 พระองค์ รวมทั้งการสถาปนาลัทธิเทวราชและการย้ายราชธานี จารึกนี้จึงเป็นหลักฐานสำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งของประวัติศาสตร์อาณาจักรเขมร
ที่ปราสาทพบศิลาจารึก 2 หลัก หลักที่ 1 จารึกในมหาศักราช 859 ตรงกับ พ.ศ. 1480 (ค.ศ. 937) ระบุหน้าที่ดูแลเทวรูปและศิวลึงค์ การถวายข้าวสารและน้ำมันตลอดปี และห้ามเจ้าหน้าที่ยักยอกเสบียงหรือนำทาสพระไปใช้งานอื่น จารึกหลักนี้น่าจะเป็นที่มาของข้อมูลว่าปราสาทอาจเริ่มสร้างตั้งแต่ ค.ศ. 937 ส่วนหลักที่ 2 คือจารึกใหญ่ K.235 มี 4 ด้าน ด้านแรกสรรเสริญเทพเจ้าและพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 และกล่าวถึงพราหมณ์ศิวไกวัลย์ผู้เป็นต้นตระกูล ด้านที่ 2 และ 4 ไล่ลำดับสายตระกูลพราหมณ์ตั้งแต่ศิวไกวัลย์ถึงสทาศิวะ ส่วนด้านที่ 3 แจกแจงสิ่งของที่ถวายแก่เทวสถานเมืองภัทรนิเกตนะ และที่ดินที่ราชครูชเยนทรวรมันบริจาค THE STANDARD รายงานใน พ.ศ. 2564 ว่าจารึกทั้งสองหลักจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี
ลัทธิเทวราชที่จารึกบรรยายเป็นความเชื่อว่ากษัตริย์มีสถานะเนื่องด้วยเทพ และเมื่อสวรรคตจะรวมเข้ากับเทพเจ้า โดยมีพราหมณ์ปุโรหิตเป็นผู้ประกอบพิธี สุจิตต์ วงษ์เทศ อธิบายว่าลัทธินี้ปรากฏในราชสำนักกัมพูชาราว พ.ศ. 1500 แล้วส่งต่อไปยังราชสำนักละโว้ และอยุธยา
ส่วนที่นักประวัติศาสตร์อ้างถึงมากที่สุด คือตอนที่จารึกเล่าว่าพระปรเมศวร (พระนามหลังสวรรคตของพระเจ้าชัยวรมันที่ 2) “เสด็จมาจากชวา” มาครองเมืองอินทรปุระ โดยมีศิวไกวัลย์เป็นปุโรหิต ต่อมาพระองค์ทรงเชิญพราหมณ์หิรัณยทามะมาประกอบพิธีบนภูเขามเหนทรบรรพต (พนมกุเลน) เพื่อปลดกัมพูชาให้พ้นจากการเป็นเมืองขึ้นของชวา และสถาปนาพระองค์เป็นจักรพรรดิ ซึ่งนักประวัติศาสตร์ถือเป็นการกำเนิดอาณาจักรเขมรเมืองพระนครราว ค.ศ. 802 จารึกยังกล่าวถึงราชธานีอินทรปุระ อมเรนทรปุระ หริหราลัย และมเหนทรบรรพต แต่เพราะจารึกทำขึ้นราว 200 ปีหลังรัชกาลนั้น นักวิชาการจึงยังถกเถียงกันว่า “ชวา” หมายถึงเกาะชวา คาบสมุทรมลายู จามปา หรือเป็นตำนานที่แต่งขึ้นภายหลัง นักวิชาการฝรั่งเศสใช้จารึกนี้เป็นหลักในการปะติดปะต่อประวัติศาสตร์เขมร และใน พ.ศ. 2556 ทีมของเดเมียน อีแวนส์ และฌอง-บัปติสต์ เชอวองซ์ ได้ใช้เทคโนโลยีเลเซอร์สำรวจทางอากาศ (ไลดาร์) ยืนยันที่ตั้งเมืองมเหนทรบรรพตบนเขาพนมกุเลน
เอเตียน แอมอนิเย นักสำรวจชาวฝรั่งเศส รายงานการพบจารึกต่อโลกภายนอกเมื่อ ค.ศ. 1884 (พ.ศ. 2427) ต่อมาราวทศวรรษ 2460 จารึกถูกย้ายไปเก็บที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรุงเทพฯ เมื่อเกิดเพลิงไหม้ในวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2503 จารึกเสียหายอย่างหนัก แต่เจ้าหน้าที่ประกอบกลับได้เป็นส่วนใหญ่ และยังมีสำเนาที่ทำไว้ก่อนเกิดไฟไหม้ช่วยรักษาข้อความไว้
ผังปราสาทจำลองแนวคิดเดียวกับปราสาทใหญ่ในเมืองพระนครแต่ย่อขนาดลง ศิลปะผสมระหว่างแบบบาแค็งและบาปวน ตัวปราสาทประธานและบรรณาลัย 2 หลังทางตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันออกเฉียงใต้สร้างด้วยหินทราย ส่วนฐานและกำแพงใช้ศิลาแลง ปราสาทประธานมีประตูจริงทางตะวันออก ส่วนด้านอื่นเป็นประตูหลอก รอบนอกเป็นระเบียงคดขนาดราว 42 × 36 เมตร มีโคปุระด้านตะวันออก ถัดออกไปเป็นคูน้ำ และกำแพงศิลาแลงสูงราว 2.5 เมตร ขนาด 126 × 120 เมตร ห่างไปทางตะวันออกราว 200 เมตร มีทางดำเนินศิลาแลงไปยังบารายขนาดราว 200 × 370 เมตร ปราสาทหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ต่างจากนครวัดที่หันไปทางตะวันตก
หลังศาสนาฮินดูเสื่อมลงในอาณาจักรเขมรตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 17 ปราสาทถูกใช้เป็นพุทธสถานในช่วงหนึ่ง ก่อนจะถูกทิ้งร้าง ทรุดโทรม และถูกขโมยชิ้นส่วนศิลปกรรมไป
สุจิตต์ วงษ์เทศ เสนอว่า “ด่านพระจารึก” ในพระราชพงศาวดารคือปราสาทสด๊กก๊อกธม เมื่อเกิดจลาจลในกรุงธนบุรี เจ้าพระยาจักรียกทัพกลับจากเสียมเรียบและมาพักรอข่าวที่ด่านแห่งนี้ หลวงสรวิชิต (หน) ลอบนำข่าวจากกรุงธนบุรีมาแจ้ง ก่อนที่เจ้าพระยาจักรีจะเข้ากรุงและสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ใน พ.ศ. 2325 ทั้งนี้เป็นการตีความของผู้เขียน
สุจิตต์อธิบายเพิ่มว่าพื้นที่สด๊กก๊อกธมเป็นจุดเชื่อมเส้นทางคมนาคมระหว่างที่ราบสูงโคราช (ลุ่มน้ำมูลและชี) กับที่ราบลุ่มโตนเลสาบและลุ่มเจ้าพระยา ผ่านช่องเขาในทิวเขาพนมดงรัก ใกล้เคียงกันมีปราสาทเขาน้อย ปราสาทเขาโล้น และปราสาททัพเสียมอยู่บนเส้นทางเดียวกัน และทับหลังศิลปะถาลาบริวัตรที่วัดทองทั่ว จันทบุรี ก็ชี้ว่าเส้นทางนี้ไปถึงชายฝั่งตะวันออก เมื่ออยุธยารุ่งเรือง พื้นที่นี้ลดความสำคัญลงและถูกเรียกรวมว่า “ด่านพระจารึก” ซึ่งยังไม่ทราบความหมายแน่ชัด และมีตำนานเล่าเรื่องพระร่วงส่งส่วยน้ำไปกัมพูชาผูกอยู่ด้วย
ในยุคใหม่ หลวงชาญนิคม เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน พบปราสาทระหว่างออกลาดตระเวนใน พ.ศ. 2463 กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานใน พ.ศ. 2478 พื้นที่ 641 ไร่ 2 งาน 82 ตารางวา ขณะนั้นพื้นที่ยังรกร้างและไม่ค่อยมีคนรู้จัก
ช่วงสงครามกัมพูชา พ.ศ. 2518–2526 พื้นที่ปราสาทเป็นศูนย์อพยพชั่วคราวภายใต้การดูแลของข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) หลังเวียดนามบุกกัมพูชาและรัฐบาลเขมรแดงล่มสลายใน พ.ศ. 2521–2522 ผืนป่ารอบปราสาทกลายเป็นค่ายผู้ลี้ภัยหนองเสม็ด (Rithysen) ขนาดใหญ่ อยู่ในความควบคุมของกลุ่มเขมรเสรีที่ต่อต้านคอมมิวนิสต์ และเป็นฐานสนับสนุนของแนวร่วมปลดปล่อยประชาชนเขมร (KPNLF) ชาวบ้านเล่าว่ามีการงัดหินปราสาทไปทำบังเกอร์และเตาก้อนเส้า มีการวางทุ่นระเบิดรอบพื้นที่ และผู้ลี้ภัยขุดหลุมหลายร้อยหลุมในบารายเพื่อหาน้ำ จนบารายเก็บน้ำไม่ได้มาจนถึงปัจจุบัน ส่วนศูนย์เขาอีด่างซึ่งใหญ่ที่สุดในพื้นที่ปิดใน พ.ศ. 2536
ค่ายหนองเสม็ดเริ่มตั้งใกล้บ้านหนองเสม็ดเมื่อพฤษภาคม พ.ศ. 2522 และได้รับอาหารช่วยเหลือครั้งแรกเมื่อ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2522 เดิมเรียกว่า “ชุมรุมทเมย” (ค่ายใหม่) มีชื่อเล่นว่า “007” จากเรื่องชิงอำนาจในค่าย และได้ชื่อ “ฤทธิเสน” ตามวีรบุรุษพื้นบ้านเขมรเมื่อสิงหาคม พ.ศ. 2523 ปลายพฤษภาคม พ.ศ. 2523 ค่ายย้ายมาติดกับซากปราสาท ซึ่งระบายน้ำไม่ดีและมีทุ่นระเบิดตกค้าง ประชากรค่ายมีการประเมินต่างกันตั้งแต่ 48,000 ถึงกว่า 100,000 คน (พ.ศ. 2522) และ 45,000–70,000 คน (พ.ศ. 2527) ไม่รวมกำลังพล KPNLF อีกราว 8,000 คน American Refugee Committee ตั้งโรงพยาบาล 100 เตียง และฝึกบุคลากรการแพทย์ชาวเขมร 150 คน ค่ายยังมีตลาดมืดชายแดนที่ใช้ทองคำและอัญมณีแทนเงิน วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2527 กองทัพเวียดนามบุกโจมตีด้วยปืนใหญ่และรถถังจนค่ายถูกทำลาย มีผู้เสียชีวิตเป็นทหารฝ่ายต่อต้าน 55 คนและพลเรือน 63 คน ผู้รอดชีวิตถูกย้ายไป Site 7 ใกล้เขาอีด่างในเดือนมกราคม พ.ศ. 2528 และไปค่าย Site Two ที่ตาพระยาเมื่อ 29 กันยายน พ.ศ. 2528 ขรรค์ชัย บุนปาน บันทึกว่าหลังเวียดนามโค่นเขมรแดงเมื่อ 7 มกราคม พ.ศ. 2522 ไทยปิดชายแดน แต่ถึงเดือนตุลาคมปีเดียวกันมีชาวเขมรอพยพเข้ามาแล้วราว 91,000 คน
การเก็บกู้ทุ่นระเบิดเริ่มใน พ.ศ. 2538 และแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2547 โดยศูนย์ปฏิบัติการกู้ทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) ร่วมกับองค์กร JAHDS จากญี่ปุ่น และมูลนิธิพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ Wikipedia ระบุว่าช่วง พ.ศ. 2545–2547 เก็บกู้ทุ่นระเบิดได้ 76 ลูก รวมถึงวัตถุระเบิดอื่น
กรมศิลปากรสำรวจปราสาทใน พ.ศ. 2536 ซึ่งตอนนั้นเหลือเพียงซากปรักหักพัง จากนั้นบูรณะระหว่าง พ.ศ. 2538–2553 ด้วยวิธีอนัสติโลซิส (anastylosis) คือ ให้หมายเลขหินที่หล่นลงมา ทดลองเรียงกลับตำแหน่งเดิมเหมือนต่อจิ๊กซอว์ และใช้หินใหม่เฉพาะส่วนที่ขาดเพื่อความมั่นคง โดยไม่สร้างลวดลายขึ้นจากจินตนาการ ทับหลังด้านตะวันออกที่หายไปจึงไม่ถูกสร้างใหม่ ทีมงานยังใช้ภาพถ่ายเก่าเทียบเพื่อดูว่ามีอะไรสูญหาย งานบูรณะจบลงใน พ.ศ. 2553 ด้วยการประกอบยอดปราสาทประธาน ส่วนใน พ.ศ. 2552 กรมศิลปากรได้งบ 14 ล้านบาทเพื่อปรับภูมิทัศน์รอบปราสาท
ปราสาทอยู่ใกล้แนวเขตแดนมาก มีรายงานว่าใน พ.ศ. 2546 กัมพูชาเคยกล่าวว่าปราสาทอยู่ในดินแดนกัมพูชา แต่ไทยยืนยันว่าอยู่ในเขตไทยและดูแลบูรณะมาโดยตลอด ใน พ.ศ. 2551 เกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากรขณะนั้น ระบุว่าปราสาทอยู่ในเขตไทย และมีร่องน้ำกั้นแนวเขตอยู่
อีกหลักฐานหนึ่งของประวัติศาสตร์เขตแดนแถบนี้ คือหลักเขตแดนไทย–กัมพูชาหมายเลข 50 ซึ่งปักในสมัยรัชกาลที่ 5 หลักนี้ถูกถอนออกใน พ.ศ. 2484 ต่อมาทายาทของพลเอกมังกร พรหมโยธี มอบให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และส่งต่อไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ใน พ.ศ. 2564
กรมศิลปากรประกาศจัดตั้งอุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธมใน พ.ศ. 2562 และวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงเปิดศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ ภายในจัดแสดง 3 ส่วน คือ โถงต้อนรับ ห้องฉายวิดีทัศน์ และห้องนิทรรศการเรื่องสถาปัตยกรรมขอม จารึกสด๊กก๊อกธม และการอนุรักษ์ มีหุ่นจำลองสามมิติและชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมที่พบจากการขุดแต่ง
ช่วงเหตุปะทะชายแดนไทย–กัมพูชาใน พ.ศ. 2568 วันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2568 อุทยานฯ เผยแพร่เรื่องราวของปราสาทในฐานะที่พักพิงผู้ลี้ภัยเมื่อ 50 ปีก่อน จากนั้นมีรายงานเมื่อ 21 กันยายน พ.ศ. 2568 ว่าอุทยานฯ ปิดชั่วคราว เพราะอยู่ในพื้นที่เสี่ยงและได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะ ผู้จัดการ Online รายงานว่าอุทยานฯ กลับมาเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568 หลังปิดไปนานนับเดือน ชาวบ้านหนองหญ้าแก้วและหนองจานจัดงานทอดกฐินประจำปีควบคู่กันด้วย
ศูนย์ข้อมูลเปิดทุกวัน 09.00–16.00 น. (Thai PBS World ระบุ 08.30–16.30 น.) มีค่าเข้าชมเล็กน้อย โทร. 0 3755 0454 หรือเพจอุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม เพราะพื้นที่อยู่ติดชายแดน ควรตรวจสอบสถานการณ์และประกาศเปิด–ปิดก่อนเดินทางทุกครั้ง และเดินตามทางที่จัดไว้เท่านั้น
- 1345(ค.ศ. 802) จารึกเล่าว่าพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ทำพิธีบนมเหนทรบรรพต (ปีนี้มาจากหลักฐานอื่น)
- 1480Thai PBS World ระบุว่าอาจเริ่มก่อสร้างในรัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 4
- 1480(มหาศักราช 859) จารึกสด๊กก๊อกธมหลักที่ 1
- 1585ปีสร้างเสร็จตามที่สุจิตต์ วงษ์เทศ ระบุ
- 1595สร้างเสร็จในรัชกาลพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2
- 15968 ก.พ. (ค.ศ. 1053) วันที่ระบุในจารึกสด๊กก๊อกธม (K.235)
- 2325สุจิตต์ วงษ์เทศ เสนอว่าเจ้าพระยาจักรีพักทัพที่ “ด่านพระจารึก” ซึ่งคือที่นี่
ดูอีก 22 เหตุการณ์
- 2427เอเตียน แอมอนิเย รายงานการพบจารึก
- 2463หลวงชาญนิคม ตำรวจตระเวนชายแดน พบปราสาท
- 2478กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน
- 2484ถอนหลักเขตแดนไทย–กัมพูชาหมายเลข 50
- 25039 พ.ย. ไฟไหม้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จารึกเสียหาย
- 2518ถึง 2526 เป็นศูนย์อพยพผู้ลี้ภัยกัมพูชา (UNHCR)
- 2522ค่ายผู้ลี้ภัยหนองเสม็ด (Rithysen) ตั้งในป่ารอบปราสาท
- 2523พ.ค. ค่ายหนองเสม็ดย้ายมาติดปราสาท ส.ค. เปลี่ยนชื่อเป็นฤทธิเสน
- 252725 ธ.ค. เวียดนามโจมตี ค่ายหนองเสม็ดถูกทำลาย
- 252829 ก.ย. ผู้ลี้ภัยย้ายไปค่าย Site Two ที่ตาพระยา
- 2536กรมศิลปากรสำรวจซากปราสาท และศูนย์เขาอีด่างปิด
- 2538เริ่มเก็บกู้ทุ่นระเบิดและเริ่มบูรณะแบบอนัสติโลซิส
- 2546มีรายงานว่ากัมพูชาอ้างว่าปราสาทอยู่ในดินแดนของตน
- 2547เก็บกู้ทุ่นระเบิดเสร็จสิ้น
- 2552ได้งบ 14 ล้านบาทเพื่อปรับภูมิทัศน์
- 2553ประกอบยอดปราสาทประธาน งานบูรณะเสร็จ
- 2556การสำรวจด้วยไลดาร์ยืนยันที่ตั้งมเหนทรบรรพตบนพนมกุเลน
- 2562ประกาศเป็นอุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม
- 2564หลักเขตหมายเลข 50 ย้ายไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี
- 256515 พ.ค. สมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดศูนย์ข้อมูล
- 2568ก.ย. ปิดชั่วคราวจากเหตุปะทะชายแดน
- 256830 ต.ค. กลับมาเปิดให้เข้าชม







เช็คอินและรูปจากนักเที่ยว
ไปถึงแล้วกดเช็คอิน เก็บตราประทับ และบอกคนอื่นว่าตอนนี้ที่นี่เป็นยังไง
ตรวจก่อนว่าคุณอยู่ในระยะเช็คอินไหม จะได้ไม่ต้องกรอกเสียเปล่า
ต้องเปิดตำแหน่งและอยู่ใกล้ที่นี่ไม่เกิน 1.5 กม. · เช็คอินได้วันละ 1 ครั้งต่อสถานที่ · มาหลายวันก็เก็บได้ทุกวัน
ลงรูปได้จากทุกที่ ไม่ต้องอยู่ในระยะเช็คอิน · เลือกได้ครั้งละไม่เกิน 20 รูป · JPG / PNG / WebP · ระบบลบข้อมูลตำแหน่ง GPS ในรูปให้อัตโนมัติ
ไปยังไง
ถนนลาดยางตลอดสาย ช่วงใกล้ชายแดนอาจมีด่านตรวจทหาร
ทางหลวง 33 ไปอรัญประเทศ แล้วไปโคกสูง
ต่อรถเช่าหรือแท็กซี่ราว 35 กม. · ตามระยะทาง
จากกรุงเทพฯ ไปอรัญประเทศ (ทางหลวง 33) แล้วขึ้นเหนือไปอำเภอโคกสูง ตามป้ายไปบ้านหนองหญ้าแก้ว ราว 35 กม.
ลานจอดรถหน้าศูนย์ข้อมูล
ปั๊มน้ำมันในอรัญประเทศและตัวอำเภอโคกสูง
สัญญาณมือถือใช้ได้ แต่ใกล้ชายแดนอาจจับสัญญาณกัมพูชา
ทุกวัน 09:00–16:00 (ศูนย์ข้อมูล)
ราว 290 กม. จากกรุงเทพฯ
อุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม
ที่พักในสระแก้ว
ราคาโดยประมาณต่อคืน สำหรับ 2 คน (สัปดาห์หน้า) · ราคาจริงขึ้นกับวันที่จอง
ถามบ่อย
ก่อนไปปราสาทสด๊กก๊อกธม
รวมคำตอบที่นักเที่ยวอยากรู้ก่อนออกเดินทาง อ่านจบในนาทีเดียว
ปราสาทสด๊กก๊อกธมสร้างเมื่อไร
สร้างเสร็จราว พ.ศ. 1595 (ค.ศ. 1052) ในรัชกาลพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2
จารึกสด๊กก๊อกธมสำคัญอย่างไร
340 บรรทัด เล่าประวัติตระกูลพราหมณ์ที่รับใช้กษัตริย์ขอม 250 ปี และลัทธิเทวราช
ตอนนี้เปิดให้เที่ยวไหม
ปิดชั่วคราวช่วงเหตุปะทะ ก.ย. 2568 และกลับมาเปิด 30 ต.ค. 2568 ควรเช็กเพจอุทยานฯ ก่อนไป
อยู่ห่างชายแดนแค่ไหน
ราว 1 กม.

พร้อมออกเดินทางไปปราสาทสด๊กก๊อกธมหรือยัง
วันที่ดีที่สุดในสัปดาห์นี้คือ พุธ 28 ต.ค. · เช็คอินเมื่อไปถึงเพื่อเก็บแสตมป์
