01เวลาเปิด เวลาที่ใช้ และมุมถ่ายรูป
06:00–18:00
1.5–2 ชั่วโมง
ทางดำเนินเสานางเรียง — เส้นนำสายตาสู่ปราสาท
20 บาท
ไฮไลต์ห้ามพลาด
01
02
03
047 วันข้างหน้า
ไปวันไหนดี
ในสัปดาห์นี้
แตะการ์ดวันที่อยากไป เพื่อดูรายละเอียดอากาศ ฝน ฝุ่น และรายชั่วโมงของวันนั้น
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน · อาจมีละอองฝนบางช่วง
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน · อาจมีละอองฝนบางช่วง
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน · อาจมีละอองฝนบางช่วง
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ช่วงดีที่สุด 06:00–14:00 ฝนน้อย · อาจมีละอองฝนบางช่วง
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ช่วงดีที่สุด 09:00–19:00 ฝนน้อย · อาจมีละอองฝนบางช่วง
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ปราสาทหินขอมบนยอดภูเขาไฟที่ดับแล้วในอำเภอเฉลิมพระเกียรติ บุรีรัมย์ มีชื่อเสียงจากสะพานนาคราช ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ และแสงอาทิตย์ลอด 15 ช่องประตู
- เข้าชมช่วงเช้า แสงสวยบนทางดำเนิน
- สะพานนาคราชและปราสาทประธาน
- ชมทับหลังและภาพสลัก
- ต่อไปปราสาทเมืองต่ำ
ควรถึง เช้าตรู่ เพื่อเลี่ยงแดดและชมแสงเช้า
- ทางดำเนินเสานางเรียงเส้นนำสายตาสู่ปราสาทเช้า
- สะพานนาคราชนาค 5 เศียรกับปราสาทเช้า
- แนวประตู 15 ช่องแสงลอดประตูวันปรากฏการณ์
แกลเลอรี
ภาพจาก Wikimedia Commons และผู้ร่วมเผยแพร่ · เครดิตเต็มดูได้ที่หน้าแบบเดิม
ข้อควรรู้เฉพาะที่นี่
- เช็กวันพระอาทิตย์ลอด 15 ประตูของปีนั้นกับอุทยานก่อนไป (โทร 044-666-251)
- มาถึงก่อน 05:30 ในวันปรากฏการณ์ เพราะคนแน่นมาก
- ต่อด้วยปราสาทเมืองต่ำที่อยู่ไม่ไกล
- ใส่รองเท้าที่เดินสบาย มีบันไดหลายช่วง
ผู้ใหญ่ 20 บาท · ใช้เวลาเที่ยว 1.5–2 ชั่วโมง
ช่วงพระอาทิตย์ลอด 15 ประตูและงานประเพณีต้นเม.ย.
| ค่าเข้าชม ชาวไทย | 20 ฿/คน |
| ค่าเข้าชม ชาวต่างชาติ | 200 ฿/คน |
เงินสด · ราคาอาจเปลี่ยนตามฤดูกาล ควรเช็กกับสถานที่
- มีเด็ก เหมาะ เด็กได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ แต่ระวังบันได
- ผู้สูงอายุ เหมาะ ควรเดินช้าๆ มีบันไดหลายช่วง
- วีลแชร์ บันไดหลายช่วง ใช้รถเข็นได้เฉพาะบางส่วน
- สัตว์เลี้ยง ไม่อนุญาตในเขตโบราณสถาน
- ร้านอาหารหน้าอุทยานอาหารตามสั่งและของฝาก
- อ.ประโคนชัย / นางรองอาหารอีสานและก๋วยเตี๋ยว
- แต่งกายสุภาพ
- เดินตามทางที่กำหนด
- ห้ามปีนป่ายหรือนั่งบนโบราณสถาน
- ห้ามสัมผัสภาพสลัก
- บันไดชันหลายช่วง
- แดดแรงไม่มีร่มบนลานปราสาท
- วันปรากฏการณ์คนแน่นและรถติด
ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ต้นเดือนเมษายน (พร้อมพระอาทิตย์ลอด 15 ประตู)
ไปเดือนไหนดี
แตะแต่ละเดือนบนวงล้อเพื่อดูอากาศ ฝน ฝุ่น และความหนาแน่นของคน จากสถิติย้อนหลัง 10 ปี
ช่วงที่ดีที่สุด · พ.ย.–ก.พ. อากาศเย็น ส่วนต้นเม.ย. มีงานประเพณีขึ้นเขาและพระอาทิตย์ขึ้นลอด 15 ประตู
ควรระวัง · พ.ค. ร้อนจัด และกลางวันมีแดดแรงบนลานหิน
18°ม.ค.
19°ก.พ.
22°มี.ค.
24°เม.ย.
24°พ.ค.
24°มิ.ย.
23°ก.ค.
23°ส.ค.
22°ก.ย.
22°ต.ค.
20°พ.ย.
18°ธ.ค.
ต.ค. ตามสถิติ 22–29°C · ฝนเฉลี่ย 184 มม. (20 วันฝนตก) · ฟ้าโปร่ง 3 วัน · PM2.5 เฉลี่ย 8
เรื่องราวของที่นี่
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง หรือปราสาทหินพนมรุ้ง ตั้งอยู่ที่บ้านดอนหนองแหน ตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ห่างจากตัวเมืองลงมาทางใต้ราว 77 กิโลเมตร อยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร ตัวปราสาทตั้งบนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว สูงจากพื้นราบราว 200 เมตร วิกิพีเดียภาษาไทยระบุว่าสูงประมาณ 350 เมตรจากระดับน้ำทะเล ส่วนวิกิพีเดียภาษาอังกฤษให้ตัวเลขราว 386–402 เมตร ชื่อ "พนมรุ้ง" มาจากคำเขมร "วนํรุง" ในจารึก แปลว่า "ภูเขาใหญ่" ปัจจุบันปราสาทเป็นสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัด และยังเป็นภาพพื้นหลังในตราสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดด้วย
อ่านต่ออีก 21 ย่อหน้า
ก่อนจะมีปราสาท ยอดเขาแห่งนี้อาจเป็นที่เคารพของศาสนาพื้นถิ่นมาก่อน การเปลี่ยนที่บูชาท้องถิ่นให้เป็นปราสาทตามคติเขมรสำหรับ "กมรเตงชคตวฺนํรุง" เทพเจ้าแห่งพนมรุ้ง ซึ่งหมายถึงพระศิวะ น่าจะสะท้อนการที่ผู้นำท้องถิ่นผูกสัมพันธ์กับกษัตริย์เขมรผ่านศาสนา ชุมชนรอบเขาเป็นชุมชนใหญ่ ปากปล่องภูเขาไฟส่วนหนึ่งใช้เป็นบารายเก็บน้ำบนเขา และที่เชิงเขามีบารายอีก 2 สระ รวมทั้งสระหนองบัวรายและกุฏิฤๅษีที่เป็นอโรคยาศาล เมื่อ พ.ศ. 2561 กรมศิลปากรสำรวจด้วยเทคโนโลยี LiDAR และพบหลักฐาน 8 กลุ่มบนเขาและเชิงเขา ซึ่งเชื่อว่าเป็นหมู่บ้านอาศรมโยคีและที่อยู่ของข้าทาสที่ถวายแก่ปราสาท (ไทยโพสต์)
ปราสาทพนมรุ้งสร้างต่อเนื่องหลายสมัย ระยะแรกเป็นเทวสถานอิฐศิลปะแบบเกาะแกร์ ราวพุทธศตวรรษที่ 15 ฐานปราสาทอิฐ 2 หลังทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของปราสาทประธานยังหลงเหลืออยู่ ศิลปวัฒนธรรมระบุว่าเก่ากว่าปราสาทประธานราว 200 ปี วิกิพีเดียสรุปจากจารึกภาษาเขมรโบราณและสันสกฤตว่า พระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 แห่งเมืองพระนคร (ครองราชย์ พ.ศ. 1487–1511) สถาปนาเทวสถานถวายพระศิวะที่เขาพนมรุ้ง และพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 (พ.ศ. 1511–1544) อุทิศที่ดินและข้าทาสถวายเทวสถาน ต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 16 จึงสร้างปรางค์น้อยทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
ปราสาทประธานที่เห็นทุกวันนี้สร้างในพุทธศตวรรษที่ 17 วิกิพีเดียภาษาไทยและข่าวสดระบุว่าผู้สร้างคือ "นเรนทราทิตย์" เจ้านายราชวงศ์มหิธรปุระผู้ปกครองดินแดนแถบนี้ และเป็นต้นตระกูลของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ผู้สร้างนครวัด ท่านบำเพ็ญพรตเป็นโยคีที่พนมรุ้ง และจารึกพนมรุ้งหลักที่ 7 และ 9 ยังกล่าวถึง "หิรัณยะ" โอรสของท่านที่ดำเนินการก่อสร้างต่อ ส่วนวิกิพีเดียภาษาอังกฤษให้เครดิตปราสาทประธานแก่พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ความเห็นทั้งสองไม่ขัดกันนัก เพราะเป็นช่วงเวลาและราชวงศ์เดียวกัน
จารึกคือหลักฐานสำคัญที่สุดในการไขประวัติพนมรุ้ง มติชนระบุว่าระหว่างการบูรณะพบจารึก 9 หลัก ทั้งภาษาเขมรโบราณและภาษาสันสกฤต สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงอ่านและแปลจารึกชุดนี้ในพระวิทยานิพนธ์ "จารึกพบที่ปราสาทพนมรุ้ง" ระหว่าง พ.ศ. 2519–2521 สาขาจารึกภาษาตะวันออก มหาวิทยาลัยศิลปากร ต่อมาใน พ.ศ. 2542–2543 มีการอ่านจารึกที่พบเพิ่มอีก 2 หลัก (จารึกปราสาทพนมรุ้ง 3 และจารึกปราสาทหินพนมรุ้ง 8) และเมื่อ พ.ศ. 2566 มหาวิทยาลัยศิลปากรจัดพิมพ์พระราชนิพนธ์ฉบับปรับปรุง "ปราสาทพนมรุ้ง และจารึกพบที่ปราสาทพนมรุ้ง" เนื่องในวาระครบ 80 ปี และเปิดตัวเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2567
หลักที่สำคัญที่สุดคือจารึกปราสาทหินพนมรุ้ง หลักที่ 7 (บร.1, K.384) ฐานข้อมูลจารึกของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรระบุว่าเป็นภาษาสันสกฤต อักษรเขมรโบราณ จารบนหินชนวนสีเทารูปใบเสมา 4 ด้าน รวม 76 บรรทัด ปัจจุบันเก็บที่หอสมุดแห่งชาติ ยอร์ช เซเดส์ เป็นผู้ชำระและแปล เนื้อหาสรรเสริญพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 และเชื้อพระวงศ์ บทความของมติชน (2567) สรุปว่าจารึก K.384 เป็นคำสรรเสริญนเรนทราทิตย์ พระญาติสนิทของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ซึ่งเคยเป็นนักรบในกองทัพ ก่อนสละโลกมาบำเพ็ญพรตที่พนมรุ้ง ผู้แต่งคือหิรัณยะ โอรสและศิษย์ของท่าน ผู้ถวายสิ่งของแก่ศาสนสถานและสร้างรูปพระบิดาด้วยทองคำในรูปพระศิวะ บทความเดียวกันชี้ว่าจารึกบางบทไม่ได้บอกตรงๆ ว่านเรนทราทิตย์เป็นผู้สร้างปราสาท นักวิชาการจึงมองพนมรุ้งในช่วงนี้ว่าเป็นที่บำเพ็ญพรตของท่านเป็นหลัก ส่วนตัวปราสาทประธาน ระเบียงคด สะพานนาค และทางเดินเป็นศิลปะแบบนครวัด ราวครึ่งหลังของพุทธศตวรรษที่ 17
แผนผังของปราสาทเป็นแนวตรงจากเชิงเขามุ่งสู่ปราสาทประธานที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออก เริ่มจากบันไดและพลับพลาเปลื้องเครื่อง ที่เชื่อว่าเป็นที่ประทับเตรียมองค์ของกษัตริย์ก่อนเข้าพิธี ต่อด้วยทางดำเนินยาวราว 160 เมตร ขนาบด้วยเสานางเรียงยอดบัวตูมข้างละ 35 ต้น ไปสู่สะพานนาคราชชั้นแรกผังกากบาท ราวสะพานเป็นพญานาค 5 เศียร ซึ่งตามคติคือทางเชื่อมโลกมนุษย์กับโลกของเทพ กลางสะพานมีภาพสลักดอกบัว 8 กลีบ ซึ่งอาจหมายถึงเทพประจำทิศทั้งแปด ทางทิศเหนือของทางเดินมีพลับพลาศิลาแลงที่เรียกกันว่า "โรงช้างเผือก" จากนั้นเป็นบันไดที่มีชานพัก 5 ชั้นขึ้นสู่ลานบนยอดเขา และสะพานนาคราชชั้นที่ 2 หน้าซุ้มประตูระเบียงคดด้านตะวันออก
ปราสาทประธานก่อด้วยหินทรายสีชมพู ผังสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม กว้าง 8.20 เมตร สูง 27 เมตร ด้านหน้ามีมณฑปเชื่อมด้วยอันตราละ ห้องครรภคฤหะตรงกลางเคยประดิษฐานศิวลึงค์แทนองค์พระศิวะ ซึ่งสูญหายไปแล้ว เหลือเพียงท่อโสมสูตรที่รับน้ำสรงจากศิวลึงค์ ใกล้กันมีโคนนทิ พาหนะของพระศิวะ ระเบียงคดก่อเป็นห้องยาวล้อมลานปราสาท ที่หน้าบันระเบียงคดด้านตะวันออกมีภาพสลักฤๅษี ซึ่งหมายถึงพระศิวะในปางผู้รักษาโรค และอาจหมายรวมถึงนเรนทราทิตย์ผู้สร้างปราสาทด้วย
ทับหลังและหน้าบันของปราสาทประธานเต็มไปด้วยภาพสลักเรื่องราวในศาสนาฮินดู เช่น ศิวนาฏราช (พระศิวะทรงฟ้อนรำ) นารายณ์บรรทมสินธุ์ อวตารของพระนารายณ์อย่างพระรามและพระกฤษณะ ภาพพิธีกรรม และชีวิตประจำวันของฤๅษี นอกจากนี้ยังมีลวดลายดอกไม้ ใบไม้ และเทพประจำทิศ ลวดลายเหล่านี้คือหลักฐานที่ใช้กำหนดว่าปราสาทประธาน บันได และสะพานนาคราชสร้างในพุทธศตวรรษที่ 17
ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (พ.ศ. 1724–1761) มีการสร้างบรรณาลัยศิลาแลง 2 หลังทางด้านหน้าปราสาทประธานไว้เก็บคัมภีร์ ร่วมสมัยกับโรงช้างเผือก และตามข่าวสด ยังมีพลับพลา อโรคยาศาล และธรรมศาลาหรือที่พักคนเดินทางที่เชิงเขา วิกิพีเดียภาษาอังกฤษระบุว่าธรรมศาลานี้คือปราสาทบ้านบุ บนเส้นทางที่เชื่อมเมืองพระนครกับพิมาย เมื่ออาณาจักรเขมรหันมานับถือพุทธศาสนามหายาน เทวสถานแห่งนี้ก็ถูกดัดแปลงเป็นวัดในพุทธศาสนา
พนมรุ้งยังอยู่ในโครงข่าย "ราชมรรคา" ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ศิลปวัฒนธรรมสรุปจากจารึกปราสาทพระขรรค์ว่าพระองค์ทรงสร้างถนน 3 สายจากเมืองพระนคร พร้อม "บ้านมีไฟ" หรือธรรมศาลาเป็นระยะ สายจากเมืองพระนครถึงพิมายมีบ้านมีไฟ 17 แห่ง แต่พบในไทยเพียง 8 แห่ง และเซเดส์ประเมินว่าพระองค์สร้างที่พักคนเดินทางราว 121 แห่ง กับโรงพยาบาล 102 แห่ง นักวิชาการฝรั่งเศสลากแนวเส้นทางจากเมืองพระนครผ่านช่องตาเมือนและพนมรุ้งไปยังพิมาย ที่เชิงเขาพนมรุ้งพบทั้งบ้านมีไฟและอโรคยาศาล ส่วนที่ปราสาทเมืองต่ำพบร่องรอยถนนโบราณจากบารายมุ่งสู่พนมรุ้ง อย่างไรก็ดี ผู้วิจัยเห็นว่ายังยืนยันไม่ได้ว่าถนนสายนี้มีอยู่จริงตลอดแนวในเขตไทย และอาจเป็นเพียงโครงการที่วางแนวด้วยบ้านมีไฟไว้ก่อน
เมื่ออำนาจเขมรเสื่อมลงและสุโขทัยกับอยุธยาขึ้นมาแทน พนมรุ้งยังปรากฏในเอกสารไทย ข่าวสดอ้างพงศาวดารอยุธยาว่าใน พ.ศ. 1981 สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) เตรียมทัพไปตีเมืองพิมายและพนมรุ้ง และในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชก็มีการกล่าวถึงเมืองนางรอง ซึ่งอยู่ห่างจากปราสาทไปทางตะวันตกราว 20 กิโลเมตร
ปราสาทพนมรุ้งได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 52 ตอนที่ 75 ศิลปวัฒนธรรมระบุว่าเป็นปี พ.ศ. 2478 ส่วนวิกิพีเดียภาษาไทยเขียนว่า พ.ศ. 2475 กรมศิลปากรเริ่มบูรณะใน พ.ศ. 2514 ด้วยวิธีอนัสติโลซิส (Anastylosis) คือรื้อของเดิมลงโดยทำรหัสทุกชิ้น เสริมฐานรากใหม่ให้แข็งแรง แล้วประกอบชิ้นส่วนเดิมกลับที่เดิม งานใช้เวลา 17 ปีจนเสร็จ และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงเปิดอุทยานประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 ซึ่งตรงกับวันอนุรักษ์มรดกไทย
ผู้วางรากฐานการบูรณะพนมรุ้งคือปิแอร์ ปิชาร์ (Pierre Pichard) สถาปนิกชาวฝรั่งเศสที่เกิดเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2479 ศิลปวัฒนธรรมระบุว่าเขาเริ่มงานในไทยที่ปราสาทหินพิมายตั้งแต่ปี 2509 ภายใต้การนำของแบร์นาร์ด-ฟิลิปป์ โกรส์ลิเย และได้รับเชิญให้ดูแลการบูรณะพนมรุ้งใน พ.ศ. 2515 สมัยที่เชื้อ สาริมาน เป็นอธิบดีกรมศิลปากร โครงการช่วงที่เขาดูแลอยู่ระหว่าง พ.ศ. 2515–2521 เขาเป็นผู้นำวิธีอนัสติโลซิสมาใช้ในงานบูรณะของไทยเป็นครั้งแรก คือนำชิ้นส่วนเดิมกลับเข้าตำแหน่งให้มากที่สุดและใช้วัสดุใหม่ให้น้อยที่สุด ต่อมาเขาเป็นหัวหน้าสำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบุรพทิศ (EFEO) ศูนย์กรุงเทพฯ และถึงแก่กรรมเมื่อ 22 สิงหาคม 2567 อายุ 88 ปี
ในพิธีเปิดครั้งนั้นมีช่องว่างเหลืออยู่ช่องเดียว คือตำแหน่งของทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ เหนือประตูมณฑปด้านตะวันออก วิกิพีเดียระบุว่าทับหลังถูกโจรกรรมไปราว พ.ศ. 2503 ในช่วงสงครามเวียดนาม และสถาบันศิลปะแห่งชิคาโกได้มาใน ค.ศ. 1967 (พ.ศ. 2510) กรมศิลปากรยึดชิ้นส่วนบางชิ้นคืนได้จากร้านขายของเก่าย่านราชประสงค์เมื่อ พ.ศ. 2508 ต่อมาใน พ.ศ. 2516 ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล คณบดีคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และไฮแรม วูดเวิร์ด จูเนียร์ อดีตอาสาสมัครสันติภาพ พบทับหลังจัดแสดงอยู่ที่ชิคาโก และทรงมีหนังสือแจ้งอธิบดีกรมศิลปากรว่าควรขอคืน
ปี 2531 การทวงคืนกลายเป็นกระแสระดับชาติ มีการรณรงค์ทั้งในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด และในหมู่ชาวไทยที่ชิคาโก วงคาราบาวแต่งเพลง "ทับหลัง" และใช้เป็นชื่ออัลบั้มชุดที่ 9 ที่บุรีรัมย์ รองศาสตราจารย์วันชัย วัฒนกุล อธิการบดีวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ เป็นประธานการชุมนุมของประชาชนกว่า 15,000 คน ซึ่งยื่นหนังสือถึงเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ผ่านพร อุดมพงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัด วิกิพีเดียภาษาอังกฤษระบุว่าในเดือนตุลาคม 2531 สถาบันศิลปะแห่งชิคาโกตกลงส่งคืน แลกกับเงินบริจาคจากมูลนิธิ Elizabeth F. Cheney ในชิคาโก ทับหลังขึ้นเครื่องบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์เมื่อ 9 พฤศจิกายน ถึงกรุงเทพฯ 10 พฤศจิกายน และกลับขึ้นติดตั้งที่เดิมเมื่อ 7 ธันวาคม 2531
มติชน (2567) ให้รายละเอียดเสริมเรื่องทับหลังว่า ตัวทับหลังมีอายุราว พ.ศ. 1650 ถูกลักลอบนำไปสหรัฐอเมริการาว พ.ศ. 2508 และพบว่าจัดแสดงที่ชิคาโกใน พ.ศ. 2516 กรมศิลปากรพยายามทวงคืนระหว่าง พ.ศ. 2516–2521 และคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรก็ทวงอีกครั้งในปี 2531 แต่ไม่สำเร็จทั้งสองครั้ง ตามบทความนี้ สิ่งที่พลิกสถานการณ์คือการรณรงค์และเดินขบวนของคนไทยในสหรัฐฯ โดยเฉพาะที่ชิคาโก จนเกิดการไกล่เกลี่ยและส่งคืนในที่สุด
ภาพบนทับหลังคือพระนารายณ์บรรทมตะแคงขวาเหนือพญาอนันตนาคราช ซึ่งทอดตัวบนมกรกลางเกษียรสมุทร ก้านดอกบัวผุดจากพระนาภีโดยมีพระพรหมประทับอยู่บนดอก พระหัตถ์ถือคทา สังข์ และจักร พระหัตถ์หน้าขวารองพระเศียร ทรงมงกุฎทรงกรวยและผ้าจีบมีชายรูปหางปลาซ้อน 2 ชั้น และมีพระลักษมีประทับที่ปลายพระบาท ที่ชิคาโก ทับหลังเคยจัดแสดงในชื่อ "the Birth of Brahma with Reclining Vishnu on a Makara"
เรื่องการทวงคืนยังไม่จบเพียงทับหลัง เสาประดับกรอบประตูรูปพระกฤษณะยกภูเขาโควรรธนะ สูงราว 95 เซนติเมตร จากกรอบประตูด้านซ้ายของมณฑปด้านตะวันออก ซึ่งเชื่อว่าถูกลักลอบนำออกไปใน พ.ศ. 2508 และมีผู้บริจาคให้สถาบันศิลปะแห่งชิคาโกใน พ.ศ. 2509 เคยถูกระบุผิดว่ามาจากกัมพูชา จนดร.นิโกลาส์ เรอวีร์ นักวิจัยของสถาบัน ลงพื้นที่และยืนยันว่ามาจากพนมรุ้ง คณะกรรมการสถาบันมีมติถอนออกจากทะเบียนเมื่อ 11 มิถุนายน 2567 และกรมศิลปากรประกาศการส่งคืนในสัปดาห์ต่อมา เพื่อนำกลับไปรวมกับกรอบประตูเดิมคู่กับทับหลัง
ปรากฏการณ์ที่ทำให้พนมรุ้งโด่งดังคือดวงอาทิตย์ส่องลอดช่องประตูทั้ง 15 ช่อง ปีละ 4 ครั้ง คือขึ้นราวต้นเมษายนและต้นกันยายน (เช่น 8–10 ก.ย. 2568 เวลาประมาณ 05.57 น.) และตกราวต้นมีนาคมและต้นตุลาคม (ราว 5–7 ต.ค. เวลาประมาณ 17.55 น.) ศิลปวัฒนธรรมอธิบายว่าเป็นเพราะแนวปราสาทเบี่ยงไปทางเหนือราว 5.5 องศา ก่อนการบูรณะหลังคาที่ถล่มลงมาปิดช่องประตู จึงไม่มีใครเห็น จนเจ้าหน้าที่บูรณะสังเกตเห็นหลังงานเสร็จ ใน พ.ศ. 2546 แอสเกอร์ มอลเลอรุป สถาปนิกชาวเดนมาร์ก คำนวณวันเวลาได้แม่นยำ บทความยังย้ำว่าไม่มีจารึกหรือภาพสลักใดกล่าวถึงปรากฏการณ์นี้
งานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งมีที่มาสองชั้น วิกิพีเดียระบุว่าชาวบ้านเริ่มขึ้นเขาในวันเพ็ญเดือน 5 ตั้งแต่ พ.ศ. 2485 เพื่อปิดทองรอยพระพุทธบาทจำลองในปรางค์น้อย ส่วนศิลปวัฒนธรรมระบุว่าภาคราชการเริ่มจัดเป็นงานประเพณีครั้งแรกใน พ.ศ. 2534 โดยย้ายมาจัดช่วงสุดสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน งานมีขบวนจำลองการเสด็จของพระนางภูปตินทรลักษมีเทวี มารดาของนเรนทราทิตย์ และขบวนสัตว์พาหนะ 10 ชนิด งานปี 2569 จัดวันที่ 3–5 เมษายน ตรงกับช่วงพระอาทิตย์ขึ้นลอดประตูราว 05.50–06.10 น. (แนวหน้า)
ปราสาทยังผ่านเหตุร้ายในยุคใหม่ คืนวันที่ 19 พฤษภาคม 2551 คนร้ายเข้าทุบทำลายรูปทวารบาลและรูปสัตว์พาหนะ และเคลื่อนย้ายศิวลึงค์ หัวหน้าอุทยานในเวลานั้นระบุว่าชิ้นที่เป็นของจริงมีเพียงเศียรนาค 4 จาก 11 เศียร ที่เหลือเป็นของจำลองอายุกว่า 20 ปี และเริ่มซ่อมเมื่อ 26 พฤษภาคม ด้านการรับรองระดับโลก อธิบดีกรมศิลปากรแถลงเมื่อ 9 กรกฎาคม 2562 ว่าคณะกรรมการมรดกโลกสมัยที่ 43 ที่บากู รับรองให้กลุ่มปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ และปราสาทปลายบัด ขึ้นบัญชีเบื้องต้น (Tentative List) แล้ว (ข่าวสด)
- พุทธศตวรรษที่ 15สร้างปราสาทอิฐ 2 หลังศิลปะเกาะแกร์ เป็นเทวสถานรุ่นแรก
- 1487–1511พระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 สถาปนาเทวสถานถวายพระศิวะ
- 1511–1544พระเจ้าชัยวรมันที่ 5 อุทิศที่ดินและข้าทาสแก่เทวสถาน
- พุทธศตวรรษที่ 16สร้างปรางค์น้อย
- พุทธศตวรรษที่ 17นเรนทราทิตย์สร้างปราสาทประธาน บันได และสะพานนาคราช
- ราว 1650อายุโดยประมาณของทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ (มติชน)
- 1724–1761สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สร้างบรรณาลัย อโรคยาศาล และธรรมศาลา
ดูอีก 21 เหตุการณ์
- 1981เจ้าสามพระยาเตรียมทัพตีพิมายและพนมรุ้ง (ตามพงศาวดาร)
- 2478ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน (บางแหล่งระบุ 2475)
- 2485ชาวบ้านเริ่มขึ้นเขาในวันเพ็ญเดือน 5 (ตามวิกิพีเดีย)
- 2503ราวปีนี้ ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ถูกโจรกรรม
- 2508กรมศิลปากรยึดชิ้นส่วนทับหลังจากร้านของเก่าย่านราชประสงค์ และเสาพระกฤษณะถูกลักลอบนำออก
- 2510สถาบันศิลปะแห่งชิคาโกได้ทับหลังไว้ในครอบครอง
- 2514กรมศิลปากรเริ่มบูรณะด้วยวิธีอนัสติโลซิส
- 2515ปิแอร์ ปิชาร์ ได้รับเชิญให้ดูแลการบูรณะพนมรุ้ง (โครงการช่วง 2515–2521)
- 2516หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล พบทับหลังที่ชิคาโก
- 2516กรมศิลปากรเริ่มทวงคืนทับหลัง (2516–2521) แต่ไม่สำเร็จ
- 2519สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ทรงเริ่มพระวิทยานิพนธ์ "จารึกพบที่ปราสาทพนมรุ้ง" (2519–2521)
- 253121 พ.ค. เปิดอุทยานประวัติศาสตร์ / 10 พ.ย. ทับหลังกลับถึงไทย / 7 ธ.ค. ติดตั้งที่เดิม
- 2534ภาคราชการจัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งครั้งแรก
- 2542อ่านจารึกที่พบเพิ่ม 2 หลัก (2542–2543)
- 2546แอสเกอร์ มอลเลอรุป คำนวณวันพระอาทิตย์ลอด 15 ประตู
- 255119 พ.ค. คนร้ายทุบทำลายรูปทวารบาลและสัตว์พาหนะ
- 2561สำรวจ LiDAR พบร่องรอยหมู่บ้านอาศรมโยคีและข้าทาส
- 25629 ก.ค. กลุ่มปราสาทพนมรุ้ง เมืองต่ำ ปลายบัด ขึ้นบัญชีเบื้องต้นมรดกโลก
- 2566มหาวิทยาลัยศิลปากรจัดพิมพ์ "ปราสาทพนมรุ้ง และจารึกพบที่ปราสาทพนมรุ้ง"
- 256711 มิ.ย. สถาบันศิลปะแห่งชิคาโกมีมติคืนเสาประดับกรอบประตูรูปพระกฤษณะ
- 256716 พ.ค. เปิดตัวหนังสือจารึกพนมรุ้ง / 22 ส.ค. ปิแอร์ ปิชาร์ ถึงแก่กรรม






เช็คอินและรูปจากนักเที่ยว
ไปถึงแล้วกดเช็คอิน เก็บตราประทับ และบอกคนอื่นว่าตอนนี้ที่นี่เป็นยังไง
ตรวจก่อนว่าคุณอยู่ในระยะเช็คอินไหม จะได้ไม่ต้องกรอกเสียเปล่า
ต้องเปิดตำแหน่งและอยู่ใกล้ที่นี่ไม่เกิน 3 กม. · เช็คอินได้วันละ 1 ครั้งต่อสถานที่ · มาหลายวันก็เก็บได้ทุกวัน
ลงรูปได้จากทุกที่ ไม่ต้องอยู่ในระยะเช็คอิน · เลือกได้ครั้งละไม่เกิน 20 รูป · JPG / PNG / WebP · ระบบลบข้อมูลตำแหน่ง GPS ในรูปให้อัตโนมัติ
ไปยังไง
จากบุรีรัมย์ใช้ ทล.218 ราว 50 กม. เลี้ยวซ้าย ทล.24 ถึงบ้านตะ…
บุรีรัมย์–พนมรุ้ง ทาง ทล.218/24/2117
บุรีรัมย์–จันทบุรี ลงบ้านตะโก แล้วต่อสองแถวหรือวินมอเตอร์ไซค์ · ตามผู้ให้บริการ
กรุงเทพฯ–บุรีรัมย์ แล้วต่อรถราว 1.5 ชม. · ตามสายการบิน
ทล.218 → ทล.24 → ทล.2117 หรือ ทล.2445 → ทล.2075 → ทล.2117
ลานจอดรถหน้าอุทยาน (มีค่าบริการรถตามระเบียบ)
ปั๊มน้ำมันที่บ้านตะโก (ทล.24) และอ.ประโคนชัย
4G ใช้ได้
06:00–18:00
ราว 77 กม. จากตัวเมืองบุรีรัมย์
Phanom Rung Historical Park
200 บาท
ที่พักใกล้อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง
ราคาโดยประมาณต่อคืน สำหรับ 2 คน (สัปดาห์หน้า) · ราคาจริงขึ้นกับวันที่จอง
ถามบ่อย
ก่อนไปอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง
รวมคำตอบที่นักเที่ยวอยากรู้ก่อนออกเดินทาง อ่านจบในนาทีเดียว
พนมรุ้งอยู่ที่ไหน
ต.ตาเป๊ก อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ห่างตัวเมืองราว 77 กม.
ใครสร้างปราสาทพนมรุ้ง
สร้างหลายสมัย ปราสาทประธานสร้างราวพุทธศตวรรษที่ 17 โดยนเรนทราทิตย์ แห่งราชวงศ์มหิธรปุระ
พระอาทิตย์ลอด 15 ประตูวันไหน
ปีละ 4 ครั้ง ขึ้นราวต้นเม.ย.และต้นก.ย. ตกราวต้นมี.ค.และต้นต.ค. วันที่แน่นอนเปลี่ยนทุกปี
ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์กลับมาเมื่อไร
ถึงไทย 10 พ.ย. 2531 และติดตั้งที่เดิม 7 ธ.ค. 2531
ค่าเข้าชมเท่าไร
ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท (ควรตรวจสอบอัตราล่าสุด)
เปิดกี่โมง
ทุกวัน 06:00–18:00

พร้อมออกเดินทางไปอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งหรือยัง
วันที่ดีที่สุดในสัปดาห์นี้คือ พุธ 28 ต.ค. · เช็คอินเมื่อไปถึงเพื่อเก็บแสตมป์
