01เรื่องที่ควรรู้ก่อนเข้าวัด
แต่งกายสุภาพ · ถอดรองเท้าเมื่อขึ้นลานกราบไหว้ · ห้ามปีนป่ายองค์พระ · อย่าให้อาหารลิงหรือสัตว์ป่า
ประมาณ 06:00–18:00 (พื้นที่กลางแจ้ง)
เช้าหรือเย็นเพื่อเลี่ยงแดด
งานนมัสการพระมงคลมิ่งเมือง วันเพ็ญเดือน 3 (มาฆบูชา)
ไฮไลต์ห้ามพลาด
01
02
037 วันข้างหน้า
ไปวันไหนดี
ในสัปดาห์นี้
แตะการ์ดวันที่อยากไป เพื่อดูรายละเอียดอากาศ ฝน ฝุ่น และรายชั่วโมงของวันนั้น
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน · อาจมีละอองฝนบางช่วง
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน · อาจมีละอองฝนบางช่วง
ลมกระโชกแรง ราว 54 กม./ชม.
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
พุทธอุทยานอำนาจเจริญ (พระมงคลมิ่งเมือง)
พระมงคลมิ่งเมือง หรือ "พระใหญ่" พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอำนาจเจริญ ประดิษฐานในพุทธอุทยานบนเขาดานพระบาท ห่างตัวเมืองราว 3 กม. หน้าตักกว้าง 11 เมตร สูง 20 เมตร
- ไหว้พระมงคลมิ่งเมืองช่วงอากาศเย็น
- ไหว้พระละฮายด้านหลังองค์พระ
- เดินชมลานหินดานและป่าด้านหลัง
ควรถึง เช้าหรือเย็นเพื่อเลี่ยงแดด
- ลานด้านหน้าองค์พระพระใหญ่เต็มองค์เย็น
- ลานหินดานองค์พระกับร่มไม้เช้า
แกลเลอรี
ภาพจาก Wikimedia Commons และผู้ร่วมเผยแพร่ · เครดิตเต็มดูได้ที่หน้าแบบเดิม
ข้อควรรู้เฉพาะที่นี่
- ไหว้พระละฮายด้านหลังองค์พระ ซึ่งคนนิยมขอโชคลาภ
- มาช่วงเย็นจะได้แสงสวยบนองค์พระสีทอง
- เดินชมลานหินดานและหาจุดรอยพระพุทธบาท
- ต่อด้วยวัดพระเหลาเทพนิมิตร อ.พนา
ผู้ใหญ่ 0 บาท · รถยนต์ 0 บาท · ใช้เวลาเที่ยว 30–60 นาที
งานมาฆบูชาและวันหยุดยาว
- มีเด็ก เหมาะ มีพื้นที่ร่มรื่นให้เดินเล่น
- ผู้สูงอายุ เหมาะ ทางเรียบ แต่ระวังพื้นหินลื่น
- วีลแชร์ ลานหินบางช่วงไม่เรียบ ใช้รถเข็นได้บางส่วน
- สัตว์เลี้ยง ไม่เหมาะ เป็นศาสนสถาน
- ตลาดและร้านอาหารในตัวเมืองอำนาจเจริญอาหารอีสานและก๋วยจั๊บญวน
- แต่งกายสุภาพ
- ถอดรองเท้าเมื่อขึ้นลานกราบไหว้
- ห้ามปีนป่ายองค์พระ
- อย่าให้อาหารลิงหรือสัตว์ป่า
- ลานหินร้อนช่วงกลางวัน
- พื้นหินลื่นเมื่อเปียกฝน
- ช่วงงานมาฆบูชารถติดและที่จอดเต็ม
งานนมัสการพระมงคลมิ่งเมือง วันเพ็ญเดือน 3 (มาฆบูชา)
โรงพยาบาลอำนาจเจริญ · ตำรวจท่องเที่ยว 1155 · เจ็บป่วยฉุกเฉิน 1669
ไปเดือนไหนดี
แตะแต่ละเดือนบนวงล้อเพื่อดูอากาศ ฝน ฝุ่น และความหนาแน่นของคน จากสถิติย้อนหลัง 10 ปี
ช่วงที่ดีที่สุด · พ.ย.–ก.พ. อากาศเย็น และมีงานนมัสการช่วงมาฆบูชา
ควรระวัง · มี.ค.–พ.ค. ลานหินร้อนจัดช่วงกลางวัน
18°ม.ค.
19°ก.พ.
23°มี.ค.
25°เม.ย.
25°พ.ค.
25°มิ.ย.
24°ก.ค.
24°ส.ค.
24°ก.ย.
23°ต.ค.
21°พ.ย.
19°ธ.ค.
ต.ค. ตามสถิติ 23–30°C · ฝนเฉลี่ย 141 มม. (15 วันฝนตก) · ฟ้าโปร่ง 5 วัน · PM2.5 เฉลี่ย 7
เรื่องราวของที่นี่
พระมงคลมิ่งเมือง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "พระใหญ่" ประดิษฐานอยู่ในพุทธอุทยานบนเขาดานพระบาท ตำบลบุ่ง อำเภอเมืองอำนาจเจริญ ห่างจากหอนาฬิกากลางเมืองไปทางเหนือตามถนนชยางกูร (ทางหลวง 212) ราว 3 กิโลเมตร ถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองและพระพุทธรูปประจำจังหวัดอำนาจเจริญ ตัวเลขพื้นที่พุทธอุทยานต่างกันตามแหล่ง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระบุราว 36 ไร่ ส่วนหนังสือพิมพ์แนวหน้า (2569) ระบุเกือบ 100 ไร่
อ่านต่ออีก 15 ย่อหน้า
"เขาดาน" คือเนินสูงคล้ายภูเขาลูกเตี้ยใกล้กึ่งกลางจังหวัด พื้นเป็นลานหินดานธรรมชาติสลับกับป่าและทางน้ำ เว็บไซต์ is-trip ระบุว่าหินในบริเวณนี้อยู่ในกลุ่มเดียวกับหินทรายแดง แผนที่ธรณีวิทยาจัดเป็นหินทรายเม็ดปนกรวด กลางลานหินบนเนินสูงมีรอยพระพุทธบาทธรรมชาติ จึงเรียกกันว่า "เขาดานพระบาท" แนวหน้ายังกล่าวถึง "รอยพระพุทธบาทจารึก" บนเขาหินด้านหลังว่าเป็นหลักฐานว่าที่นี่เป็นพุทธสถานมาช้านาน
วิกิพีเดียระบุว่าเขาดานพระบาทมีหลักฐานว่าเป็นพื้นที่ศาสนสถานมากว่า 2,000 ปี ในบริเวณนี้ยังพบแท่งหินธรรมชาติขนาดใหญ่รูปร่างคล้ายหลักเสมา ครก และลูกนิมิต ซึ่งขุดขึ้นจากหนองน้ำธรรมชาติแล้วนำมาตั้งใกล้องค์พระ ชาวบ้านเชื่อว่ามีเทวดาอารักษ์ปกปักรักษาพื้นที่ จึงสถาปนาหินเหล่านี้เป็นหลักเสมาธรรมชาติเพื่อกำหนดเขตศักดิ์สิทธิ์ของเมือง วิกิพีเดียหน้าจังหวัดอำนาจเจริญจัด "กลุ่มเสมาอุทยานพระมงคลมิ่งเมือง" ไว้ในรายชื่อแหล่งโบราณคดีของจังหวัด
ด้านหลังพระมงคลมิ่งเมืองประดิษฐาน "พระละฮาย" หรือ "พระขี่ล่าย" พระพุทธรูปหินทรายแดง 2 องค์ ห่มจีวรสีเหลือง ฐานข้อมูลแหล่งศิลปกรรมของ สผ. และ อพท. ระบุว่าพบในหนองน้ำเมื่อ พ.ศ. 2505 ระหว่างปรับปรุงบริเวณเพื่อทำฝายกั้นน้ำ ส่วนแนวหน้าระบุว่าพบระหว่างสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยปลาแดก หรืออ่างเก็บน้ำพุทธอุทยานฝั่งตรงข้าม ชื่อ "ละฮาย" ในภาษาอีสานหมายถึงไม่สวยงามตามพุทธลักษณะ องค์พระดูเหมือนแกะสลักยังไม่เสร็จ ผู้มาขอโชคลาภนิยมบนบาน เมื่อสมหวังจะนำรูปปั้นไก่มาแก้บน บริเวณนี้จึงมีตุ๊กตาไก่วางอยู่จำนวนมาก
อายุของพระละฮายยังมีหลายความเห็น วิกิพีเดียเรียกว่าศิลปะทวารวดี แนวหน้า (2569) ระบุว่ารูปแบบตรงกับทวารวดีรุ่นหลังราวพุทธศตวรรษที่ 10–12 แต่ is-trip ระบุว่าเป็นศิลปะท้องถิ่นราวพุทธศตวรรษที่ 15–20 อย่างไรก็ดี ทุกแหล่งตรงกันว่าพระทั้งสององค์เก่ากว่าพระมงคลมิ่งเมืองมาก และเป็นร่องรอยพุทธศาสนาบนเขาดานพระบาทก่อนการสร้างพระใหญ่
จุดเริ่มของพระใหญ่มาจากพระครูทัศนประกาศ (บุ จนฺทสิริ) เจ้าอาวาสวัดสำราญนิเวศในเวลานั้น ซึ่งริเริ่มความคิดตั้งแต่ราว พ.ศ. 2498 ตามข้อมูลของ is-trip (เว็บประชาสัมพันธ์จังหวัดเขียนชื่อท่านว่า "พระครูทัศประกาศ") ท่านต้องการสร้างพระพุทธรูปใหญ่เป็นศูนย์รวมจิตใจ สำหรับบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ โบราณวัตถุที่ชำรุด เช่น เศียรพระพุทธรูปและใบเสมาเก่า กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ใต้ฐาน และเป็นอนุสรณ์แด่สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส) สังฆนายกองค์แรก และพระอาจารย์ดี ฉนฺโน โดยบรรจุอัฐิบางส่วนของทั้งสองไว้ที่ฐานด้วย
ผู้ที่พระใหญ่สร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์คือสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส) พระมหาเถระชาวอุบลราชธานี วิกิพีเดียระบุว่าท่านมีนามเดิมว่าอ้วน แสนทวีสุข เกิดเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2410 ที่บ้านแคน ตำบลดอนมดแดง เมืองอุบลราชธานี เคยครองวัดสุปัฏนาราม (อุบลฯ) วัดสุทธจินดา (นครราชสีมา) วัดบรมนิวาส และวัดพระศรีมหาธาตุ (กรุงเทพฯ) และเป็นสังฆนายกรูปแรกของประเทศไทยตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2484 ศิลปวัฒนธรรมระบุว่าท่านมีบทบาทสำคัญในการขยายการศึกษาและวัดธรรมยุตในภาคอีสาน และได้รับสมณศักดิ์สมเด็จพระมหาวีรวงศ์เมื่อ พ.ศ. 2482 ท่านมรณภาพเมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2499 ไม่นานหลังโครงการสร้างพระใหญ่เริ่มก่อตัว การบรรจุอัฐิของท่านไว้ใต้ฐานจึงทำให้พระมงคลมิ่งเมืองเป็นทั้งพระประธานของเมืองและอนุสรณ์ของพระเถระผู้ใหญ่แห่งอีสาน
การก่อสร้างเริ่มใน พ.ศ. 2503 ขณะที่อำนาจเจริญยังเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี วิกิพีเดียจึงระบุว่าองค์พระเกิดจากความร่วมมือของประชาชนและส่วนราชการในจังหวัดอุบลราชธานี ตามข้อมูลสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด พิธีวางศิลาฤกษ์จัดเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2505 ระหว่างพิธีมีฝนตกหนัก แต่เจ้าคุณพระธรรมบัณฑิตให้ดำเนินพิธีต่อไปท่ามกลางสายฝน
ต่อมาทุนสร้างไม่พอ พ.อ.ปิ่น มุทุกันต์ จึงนำเรื่องไปเรียน พล.อ.ประภาส จารุเสถียร ซึ่งบริจาคทรัพย์ส่วนตัวและชักชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสมทบ งานจึงเดินต่อจนแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2508 (แนวหน้า) เว็บประชาสัมพันธ์จังหวัดระบุค่าก่อสร้างในการสร้างครั้งใหม่ราว 332,800 บาท
ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเงินทุนก้อนสำคัญล้วนมีบทบาทระดับประเทศ พ.อ.ปิ่น มุทุกันต์ เป็นลูกหลานอำนาจเจริญเอง มติชน (2562) ระบุว่าท่านเกิด พ.ศ. 2459 ที่บ้านคำพระ อำนาจเจริญ ในครอบครัวชาวนา บวชเรียนในสายธรรมยุตก่อนลาสิกขามาเป็นอนุศาสนาจารย์ทหาร และเป็นนักเทศน์ที่มีชื่อเสียงมาก บรรยายธรรมทางวิทยุชุด "กึ่งพุทธกาล" ในปี 2499–2500 และได้เป็นอธิบดีกรมการศาสนาใน พ.ศ. 2506 ก่อนถึงแก่กรรมใน พ.ศ. 2515 ส่วนจอมพลประภาส จารุเสถียร (ขณะนั้นยศพลเอก) วิกิพีเดียระบุว่าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2500 ต่อเนื่องในรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และจอมพลถนอม กิตติขจร ซึ่งตรงกับช่วงที่พระใหญ่กำลังก่อสร้าง
ผู้ออกแบบคือครูจิตร (ประกิต) บัวบุศย์ และผู้ควบคุมการก่อสร้างคือนายช่างคำเม้า ภักดีปัญญา ชาวร้อยเอ็ด ซึ่ง is-trip ระบุว่าเคยร่วมงานกับกรมศิลปากร องค์พระเป็นโครงคอนกรีตเสริมเหล็กครอบพระพุทธรูปปูนปั้นองค์เดิม ซึ่ง อพท. ระบุว่าฐานกว้าง 8.4 เมตร ยาว 12.6 เมตร สูง 5.2 เมตร ผิวนอกบุกระเบื้องโมเสกสีทอง เป็นปางมารวิชัย หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก หน้าตักกว้าง 11 เมตร สูงจากพื้นถึงยอดเปลวรัศมี 20 เมตร is-trip ระบุว่าในเวลานั้นเป็นพระพุทธรูปกลางแจ้งขนาดใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน
เรื่องพุทธศิลป์มีหลายคำอธิบาย แหล่งส่วนใหญ่ เช่น สผ. อพท. และแนวหน้า ระบุว่าได้รับอิทธิพลศิลปะอินเดียเหนือแบบปาละ ซึ่งแผ่เข้ามาในอีสานราวพุทธศตวรรษที่ 13–16 เว็บประชาสัมพันธ์จังหวัดเล่าว่าช่างถ่ายแบบมาจากพระพุทธชินราช และให้ตัวเลขหน้าตักไว้หลายค่า (9, 10 หรือ 11 เมตร) ส่วน is-trip เห็นว่าคงพุทธลักษณะศิลปะท้องถิ่นอีสาน ตามความเชื่อที่ สผ. บันทึกไว้ ในองค์พระบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้รับจากประเทศอินเดีย
เมื่ออำนาจเจริญแยกจากอุบลราชธานีขึ้นเป็นจังหวัดใน พ.ศ. 2536 พระมงคลมิ่งเมืองก็กลายเป็นสัญลักษณ์หลักของจังหวัดใหม่ ตราประจำจังหวัดมีพระมงคลมิ่งเมืองเป็นภาพประธาน แสงฉัพพรรณรังสีเปล่งรอบพระเศียร ขนาบด้วยต้นไม้และกลุ่มเมฆ คำขวัญประจำจังหวัดก็ขึ้นต้นว่า "พระมงคลมิ่งเมือง แหล่งรุ่งเรืองเจ็ดลุ่มน้ำ" ชื่อเมืองเองย้อนไปถึง พ.ศ. 2401 เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกบ้านค้อใหญ่ (ปัจจุบันอยู่ในอำเภอลืออำนาจ) ขึ้นเป็น "เมืองอำนาจเจริญ"
งานนมัสการพระมงคลมิ่งเมืองจัดทุกปีในวันเพ็ญเดือน 3 ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชา เว็บประชาสัมพันธ์จังหวัดระบุว่าจัด 5 วัน 5 คืน และแนวหน้าระบุว่าจัดสืบต่อมาไม่น้อยกว่า 40 ปี งานปี 2567 จัดวันที่ 18–24 กุมภาพันธ์ มีพิธีบวงสรวง รำบูชา ทำบุญตักบาตร เวียนเทียน นิทรรศการ และตลาดสินค้า OTOP
หน้าองค์พระมีแผงพระเครื่องและพระบูชาหลายสิบแผง ดูแลโดยชมรมพระเครื่องพระบูชาจังหวัดอำนาจเจริญ แนวหน้าระบุว่าเหรียญพระมงคลมิ่งเมืองรุ่นแรก พ.ศ. 2511 เป็นรุ่นที่หายากและเป็นที่ต้องการสูงสุด ป่าธรรมชาติด้านหลังพุทธอุทยานยังได้รับการอนุรักษ์ มีถ้ำ เรือนไม้ และสำนักสงฆ์ ส่วนอ่างเก็บน้ำพุทธอุทยานฝั่งตรงข้ามใช้ทั้งเพื่อการเกษตรและการผลิตน้ำประปาของเมือง
อ่างเก็บน้ำพุทธอุทยานซึ่งเกิดจากการกั้นห้วยปลาแดกเป็นทั้งแหล่งน้ำสำคัญและความเสี่ยงของเมือง แนวหน้ารายงานเมื่อ 10 กันยายน พ.ศ. 2568 ว่าอ่างมีความจุ 19.325 ล้านลูกบาศก์เมตร และหลังฝนตกหนักต่อเนื่องน้ำเต็มอ่างจนล้นทางระบายน้ำล้น ผู้นำชุมชนต้องเตือนชาวบ้าน 3 ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองอำนาจเจริญริมห้วยปลาแดกให้ยกของขึ้นที่สูง ส่วนความเชื่อเรื่องพระละฮายยังคงแน่นแฟ้น แนวหน้า (2566) ระบุว่าผู้ที่สมหวังไม่ได้นำมาแก้บนแค่รูปปั้นไก่ แต่ยังมีม้าลายและช้างวางเต็มบริเวณด้านหลังองค์พระ
- พุทธศตวรรษที่ 10–20อายุโดยประมาณของพระละฮาย 2 องค์ (แต่ละแหล่งกำหนดต่างกัน)
- 2401รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ยกบ้านค้อใหญ่เป็นเมืองอำนาจเจริญ
- 241021 มี.ค. สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส) เกิดที่บ้านแคน เมืองอุบลราชธานี
- 2459พ.อ.ปิ่น มุทุกันต์ เกิดที่บ้านคำพระ อำนาจเจริญ
- 2484สมเด็จพระมหาวีรวงศ์เป็นสังฆนายกรูปแรกตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ 2484
- 2498พระครูทัศนประกาศ (บุ จนฺทสิริ) ริเริ่มสร้างพระใหญ่
- 249926 ม.ค. สมเด็จพระมหาวีรวงศ์มรณภาพ
ดูอีก 9 เหตุการณ์
- 2500พล.อ.ประภาส จารุเสถียร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
- 2503เริ่มก่อสร้าง ขณะอำนาจเจริญยังเป็นอำเภอของอุบลราชธานี
- 25051 ก.ย. วางศิลาฤกษ์ท่ามกลางฝน และขุดพบพระละฮายในหนองน้ำ
- 2506พ.อ.ปิ่น มุทุกันต์ เป็นอธิบดีกรมการศาสนา
- 250831 มี.ค. สร้างพระมงคลมิ่งเมืองแล้วเสร็จ ด้วยแรงสนับสนุนของ พล.อ.ประภาส จารุเสถียร
- 2511ออกเหรียญพระมงคลมิ่งเมืองรุ่นแรก
- 2536ตั้งจังหวัดอำนาจเจริญ ตราจังหวัดใช้พระมงคลมิ่งเมืองเป็นภาพประธาน
- 256718–24 ก.พ. งานนมัสการพระมงคลมิ่งเมืองช่วงมาฆบูชา
- 256810 ก.ย. อ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน (19.325 ล้าน ลบ.ม.) น้ำเต็มและล้นทางระบาย



เช็คอินและรูปจากนักเที่ยว
ไปถึงแล้วกดเช็คอิน เก็บตราประทับ และบอกคนอื่นว่าตอนนี้ที่นี่เป็นยังไง
ตรวจก่อนว่าคุณอยู่ในระยะเช็คอินไหม จะได้ไม่ต้องกรอกเสียเปล่า
ต้องเปิดตำแหน่งและอยู่ใกล้ที่นี่ไม่เกิน 1 กม. · เช็คอินได้วันละ 1 ครั้งต่อสถานที่ · มาหลายวันก็เก็บได้ทุกวัน
ลงรูปได้จากทุกที่ ไม่ต้องอยู่ในระยะเช็คอิน · เลือกได้ครั้งละไม่เกิน 20 รูป · JPG / PNG / WebP · ระบบลบข้อมูลตำแหน่ง GPS ในรูปให้อัตโนมัติ
ไปยังไง
จากหอนาฬิกากลางเมืองไปทางเหนือตามถนนชยางกูรราว 3 กม. ป้ายทาง…
ตัวเมืองอำนาจเจริญ–พุทธอุทยาน ตามถนนชยางกูร
กรุงเทพฯ–อำนาจเจริญ แล้วต่อรถในเมือง · ตามผู้ให้บริการ
กรุงเทพฯ–อุบลราชธานี แล้วต่อรถราว 1.5 ชม. · ตามสายการบิน
ถนนชยางกูร (ทล.212) ทางลาดยางตลอด
ลานจอดรถหน้าพุทธอุทยาน
ปั๊มน้ำมันในตัวเมืองและริม ทล.212
4G ใช้ได้ดี
ประมาณ 06:00–18:00 (พื้นที่กลางแจ้ง)
ราว 3 กม. จากตัวเมืองอำนาจเจริญ
Phra Mongkhon Ming Mueang
0 บาท
ที่พักใกล้พุทธอุทยานอำนาจเจริญ (พระมงคลมิ่งเมือง)
ราคาโดยประมาณต่อคืน สำหรับ 2 คน (สัปดาห์หน้า) · ราคาจริงขึ้นกับวันที่จอง
ถามบ่อย
ก่อนไปพุทธอุทยานอำนาจเจริญ (พระมงคลมิ่งเมือง)
รวมคำตอบที่นักเที่ยวอยากรู้ก่อนออกเดินทาง อ่านจบในนาทีเดียว
พระมงคลมิ่งเมืองอยู่ที่ไหน
เขาดานพระบาท ต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ ห่างตัวเมืองราว 3 กม. ทางเหนือตามถนนชยางกูร
สร้างเมื่อไร
เริ่มสร้าง พ.ศ. 2503 วางศิลาฤกษ์ 2505 แล้วเสร็จ 31 มี.ค. 2508
พระมงคลมิ่งเมืองใหญ่แค่ไหน
หน้าตักกว้าง 11 เมตร สูงจากพื้นถึงยอดเปลวรัศมี 20 เมตร
พระละฮายคืออะไร
พระพุทธรูปหินทรายแดงโบราณ 2 องค์ พบในหนองน้ำเมื่อ พ.ศ. 2505 คนนิยมขอโชคลาภและแก้บนด้วยรูปไก่
งานประจำปีจัดเมื่อไร
วันเพ็ญเดือน 3 ช่วงมาฆบูชา
เสียค่าเข้าไหม
ไม่เสียค่าเข้า

พร้อมออกเดินทางไปพุทธอุทยานอำนาจเจริญ (พระมงคลมิ่งเมือง)หรือยัง
วันที่ดีที่สุดในสัปดาห์นี้คือ พฤหัส 29 ต.ค. · เช็คอินเมื่อไปถึงเพื่อเก็บแสตมป์