01เรื่องที่ควรรู้ก่อนเข้าวัด
แต่งกายสุภาพ · ถอดรองเท้าเมื่อเข้าอูบมุง · ห้ามปีนองค์ธาตุ · ห้ามเหยียบนาข้าวของชาวบ้าน
กลางวัน (โบราณสถานกลางแจ้ง)
ช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อเลี่ยงแดด
ประเพณีสรงน้ำพระและปิดทอง (เดือนเมษายน)
ไฮไลต์ห้ามพลาด
01
02
037 วันข้างหน้า
ไปวันไหนดี
ในสัปดาห์นี้
แตะการ์ดวันที่อยากไป เพื่อดูรายละเอียดอากาศ ฝน ฝุ่น และรายชั่วโมงของวันนั้น
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ช่วงดีที่สุด 14:00–19:00 ฝนน้อย
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
พระธาตุก่องข้าวน้อย
ธาตุก่องข้าวน้อย หรือพระธาตุตาดทอง เจดีย์ก่ออิฐถือปูนทรงบัวเหลี่ยมกลางทุ่งนาบ้านตาดทอง อำเภอเมืองยโสธร ห่างตัวเมืองราว 9 กิโลเมตร ชาวอีสานเล่าขานคู่กับนิทานสอนใจเรื่องก่องข้าวน้อยฆ่าแม่
- ชมธาตุก่องข้าวน้อยกลางทุ่ง
- วัดทุ่งสะเดา ธาตุลูกฆ่าแม่
- กลับตัวเมือง ชมวัดมหาธาตุ
ควรถึง ช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อเลี่ยงแดด
- ทุ่งนาด้านหน้าธาตุธาตุกับทุ่งข้าวเย็น
- อูบมุงหน้าธาตุสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นเช้า
แกลเลอรี
ภาพจาก Wikimedia Commons และผู้ร่วมเผยแพร่ · เครดิตเต็มดูได้ที่หน้าแบบเดิม
ข้อควรรู้เฉพาะที่นี่
- แวะวัดทุ่งสะเดาในตำบลเดียวกัน ชมธาตุลูกฆ่าแม่
- ไปช่วงเย็นจะได้ภาพธาตุกับทุ่งนาและแสงอาทิตย์
- รวมทริปกับวัดมหาธาตุและพิพิธภัณฑ์คางคกในตัวเมือง
- พกหมวกและน้ำ
ผู้ใหญ่ 0 บาท · รถยนต์ 0 บาท · ใช้เวลาเที่ยว 30–60 นาที
ช่วงสงกรานต์และเทศกาลบุญบั้งไฟยโสธร
| เข้าชม | ฟรี |
เงินสด · ราคาอาจเปลี่ยนตามฤดูกาล ควรเช็กกับสถานที่
- มีเด็ก ได้ และใช้เล่านิทานสอนเรื่องความกตัญญู
- ผู้สูงอายุ ได้ พื้นที่ราบ แต่แดดร้อน
- วีลแชร์ พื้นดินและหญ้า รถเข็นไม่สะดวก
- สัตว์เลี้ยง ไม่ควรพาสัตว์เลี้ยงเข้าศาสนสถาน
- ตัวเมืองยโสธรอาหารอีสานและหมูยอ
- แต่งกายสุภาพ
- ถอดรองเท้าเมื่อเข้าอูบมุง
- ห้ามปีนองค์ธาตุ
- ห้ามเหยียบนาข้าวของชาวบ้าน
- แดดร้อน ไม่มีร่มเงา
- ไม่มีร้านค้าหรือห้องน้ำในจุด
- หน้าฝนทางเข้าอาจเป็นโคลน
ประเพณีสรงน้ำพระและปิดทอง (เดือนเมษายน)
โรงพยาบาลยโสธร · ตำรวจท่องเที่ยว 1155 · ฉุกเฉิน 1669
ไปเดือนไหนดี
แตะแต่ละเดือนบนวงล้อเพื่อดูอากาศ ฝน ฝุ่น และความหนาแน่นของคน จากสถิติย้อนหลัง 10 ปี
ช่วงที่ดีที่สุด · พ.ย.–ม.ค. อากาศเย็น ทุ่งนาเหลืองช่วงเกี่ยวข้าว
ควรระวัง · มี.ค.–พ.ค. ร้อนจัด ทุ่งโล่งไม่มีร่ม
19°ม.ค.
20°ก.พ.
23°มี.ค.
25°เม.ย.
25°พ.ค.
25°มิ.ย.
25°ก.ค.
25°ส.ค.
24°ก.ย.
23°ต.ค.
22°พ.ย.
19°ธ.ค.
ต.ค. ตามสถิติ 23–30°C · ฝนเฉลี่ย 175 มม. (15 วันฝนตก) · ฟ้าโปร่ง 4 วัน · PM2.5 เฉลี่ย 7
เรื่องราวของที่นี่
ธาตุก่องข้าวน้อย มีชื่อทางการว่าพระธาตุตาดทอง หรือพระธาตุถาดทอง ตั้งอยู่กลางทุ่งนาบ้านตาดทอง ตำบลตาดทอง อำเภอเมืองยโสธร ห่างตัวจังหวัดราว 9 กิโลเมตร ตามทางหลวง 23 สายยโสธร–อุบลราชธานี ถึงกิโลเมตรที่ 194 แล้วเลี้ยวซ้ายอีกราว 1 กิโลเมตร
อ่านต่ออีก 14 ย่อหน้า
บ้านตาดทองเป็นชุมชนโบราณตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์จนถึงสมัยทวารวดี วิกิพีเดียภาษาไทยระบุว่าพบแหล่งฝังศพและเศษภาชนะแบบเดียวกับที่พบในทุ่งกุลาร้องไห้ มีเนินดินรูปวงรีขนาดราว 500×650 เมตร ล้อมด้วยคูน้ำ ปัจจุบันทางหลวงตัดผ่านกลางเนินและมีบ้านเรือนหนาแน่น ตำนานอุรังคนิทานของพระธาตุพนมยังกล่าวถึง "ชาวสะเดาตาดทอง" ที่นำของไปช่วยสร้างพระธาตุพนม
หลักฐานความเก่าแก่ของบ้านตาดทองไม่ได้มีเพียงเนินดินและคูน้ำ บทความประวัติศาสตร์จังหวัดยโสธรบน GotoKnow ซึ่งอ้างเอกสาร "บรรยายสรุปข้อราชการจังหวัดยโสธร" ของสำนักงานจังหวัดยโสธร (พ.ศ. 2529) ระบุว่าคณะสำรวจโบราณคดีของกรมศิลปากรเคยขุดพบใบเสมาหินที่บ้านตาดทอง และใช้เป็นหลักฐานว่าชาวยโสธรมีวัฒนธรรมสืบเนื่องมายาวนาน ใบเสมาสมัยทวารวดีที่ตั้งอยู่รอบองค์ธาตุในปัจจุบันจึงเป็นร่องรอยของศาสนสถานที่เก่ากว่าตัวธาตุหลายศตวรรษ
จากรูปแบบสถาปัตยกรรม พระธาตุตาดทองน่าจะสร้างในพุทธศตวรรษที่ 24 นิทานท้องถิ่นเล่าว่าเมื่อผู้คนแถบอำเภอรัตนบุรีรวบรวมของมีค่าจะนำไปบรรจุในพระธาตุพนม ระหว่างทางมาถึงบ้านตาดทองก็พบชาวบ้านสะเดาที่ไปช่วยบูรณะพระธาตุพนมเดินทางกลับมาแล้ว เพราะงานบูรณะเสร็จสิ้น จึงพร้อมใจกันสร้างเจดีย์บรรจุของมีค่าไว้ที่นี่ ชาวบ้านสะเดานำถาดทองที่ใช้อัญเชิญของไปพระธาตุพนมมารองรับของมีค่า จึงเป็นที่มาของชื่อพระธาตุถาดทองหรือตาดทอง
องค์ธาตุเป็นเจดีย์ทรงมณฑปยอดบัวเหลี่ยมในผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส ก่ออิฐถือปูน รูปทรงแปลกกว่าเจดีย์ทั่วไป ฐานล่างกว้างด้านละ 2 เมตร สูงราว 1 เมตร ช่วงกลางทำซุ้มทั้งสี่ด้านซึ่งเดิมคงมีพระพุทธรูป ยอดซุ้มเป็นซุ้มหน้านางประดับปูนปั้นลายพรรณพฤกษา เสาซุ้มทำลาย "แสงตาเวน" (ตะวัน) ประดับกระจก ส่วนยอดเป็นบัวเหลี่ยมย่อเก็จ มีเครื่องยอดซ้อน 3 ชั้น รอบนอกมีกำแพงอิฐขนาด 5×5 เมตร ใบเสมาสมัยทวารวดี และเจดีย์รายจำลองทรงบัวเหลี่ยม
เว็บไซต์การเดินทาง (karnderntang.com) บรรยายรายละเอียดเพิ่มว่าองค์ธาตุสูงประมาณ 10 เมตร ฐานสองชั้นเป็นแบบ "เอวขัน" ตามแบบศิลปะล้านช้าง แต่ส่วนยอดมีปลียอดเล็กแซมอยู่ทั้งสี่ด้าน ทำให้ต่างจากธาตุล้านช้างทั่วไป รูปทรงโดยรวมคล้ายพระธาตุศรีโคตรบูรณ์ในลาว และพระธาตุพระอานนท์ที่วัดมหาธาตุในตัวเมืองยโสธร เรื่องอายุของธาตุยังมีหลายความเห็น แหล่งเดียวกันนี้เรียกว่า "เจดีย์เก่าแก่สมัยขอม" ส่วนเอกสารของจังหวัดที่ GotoKnow อ้างระบุว่า "สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา" แต่ข้อมูลกรมศิลปากรที่อ้างในฐานข้อมูลแหล่งศิลปกรรมของ สผ. และวิกิพีเดียกำหนดอายุตามรูปแบบไว้ที่พุทธศตวรรษที่ 24 ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะทรงบัวเหลี่ยมแบบล้านช้าง-อีสานมากกว่า
ด้านหน้าพระธาตุมีอูบมุงแบบพื้นถิ่นอีสาน เป็นห้องสี่เหลี่ยมหลังคาทรงโดมลาดเอน สันหลังคาประดับปูนปั้นรูปนาค ยอดเป็นเจดีย์ขนาดเล็ก ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยฝีมือช่างพื้นถิ่นที่ชาวบ้านนับถือมาก ทุกเดือนเมษายนมีประเพณีสรงน้ำพระและปิดทอง ซึ่งเชื่อกันว่าหากไม่ทำ ปีนั้นฝนจะแล้ง
นิทานพื้นบ้านที่ทำให้ธาตุแห่งนี้เป็นที่รู้จักเล่าถึงชายหนุ่มชาวนา บ้างว่าชื่อทอง ที่ไถนากลางแดดจนหิวและเหนื่อย แม่นำข้าวมาส่งช้ากว่าปกติและก่องข้าวดูเล็ก เขาโกรธจนทำร้ายแม่ถึงแก่ชีวิต เมื่อกินข้าวแล้วกลับพบว่าข้าวในก่องน้อยนั้นกินไม่หมด จึงสำนึกผิดอย่างมากและสร้างธาตุขึ้นเพื่อไถ่บาป นิทานนี้จึงถูกเล่าเพื่อสอนเรื่องความกตัญญูและการระงับความโกรธ วิกิพีเดียภาษาไทยยังระบุว่าบางคนเห็นว่าควรเรียก "ธาตุ" มากกว่า "พระธาตุ" เพราะเชื่อว่าไม่ได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ แต่ข้อนี้ยังต้องการแหล่งอ้างอิงที่ดีกว่า
ชื่อตัวละครในนิทานต่างกันไปตามผู้เล่า บทความของสมบูรณ์ สารทลาลัย (พ.ศ. 2539) เรียกชายหนุ่มว่า "ทอง" ส่วนเอกสารบรรยายสรุปของจังหวัดยโสธร (พ.ศ. 2529) เรียกว่า "นายบุญมา" แต่โครงเรื่องตรงกัน คือความหิว ความโกรธชั่ววูบ และความสำนึกผิดที่สายเกินไป งานวิจัยของศุภกานต์ จรรยานุกูล (พ.ศ. 2562) สรุปแก่นของนิทานว่า การกระทำที่ขาดการยั้งคิดย่อมทิ้งผลที่แก้ไขไม่ได้ แม้จะสำนึกได้ภายหลัง บทความของอ่องอาจ หาญชนะวงศ์ระบุว่ากระทรวงวัฒนธรรมประกาศให้ตำนานก่องข้าวน้อยฆ่าแม่เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติเมื่อ พ.ศ. 2556
ในตำบลเดียวกันยังมีเจดีย์ที่วัดทุ่งสะเดา บ้านสะเดา ซึ่งวิกิพีเดียภาษาไทยระบุว่ากรมศิลปากรสันนิษฐานว่าเกี่ยวข้องกับนิทานก่องข้าวน้อยฆ่าแม่ ชาวบ้านเรียกว่า "ธาตุลูกฆ่าแม่" มีเจดีย์ก่ออิฐถือปูน 2 องค์ องค์หนึ่งสมบูรณ์ อีกองค์เหลือเพียงฐาน การขุดค้นพบว่าฐานแท่นบูชาขององค์ที่เหลือแต่ฐานยื่นเข้าไปใต้องค์ที่สมบูรณ์ แสดงว่าองค์ฐานสร้างก่อน องค์ที่สมบูรณ์เป็นทรงบัวเหลี่ยมผังแปดเหลี่ยมแบบพื้นถิ่นอีสาน อายุราวพุทธศตวรรษที่ 23 คล้ายเจดีย์ที่นิยมในหลวงพระบางและเวียงจันทน์
ในปี 2525 ชาวบ้านขุดพบไห 4 ใบใต้ฐานเจดีย์องค์ที่สมบูรณ์ของวัดทุ่งสะเดา ภายในมีพระพุทธรูปไม้แกะสลัก พระพุทธรูปบุเงิน พระพุทธรูปสำริด พระพุทธรูปตะกั่ว พระพุทธรูปดินเผาสีแดงชาดปิดทอง พระพิมพ์ เศษกระดูก กล้องยาสูบ และเครื่องถ้วยจีน ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่วัด ด้วยหลักฐานเหล่านี้ จึงมีการสันนิษฐานใหม่ว่าธาตุวัดทุ่งสะเดาอาจเป็นธาตุก่องข้าวน้อยตามตำนาน
กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนทั้งพระธาตุตาดทองและเจดีย์วัดทุ่งสะเดาเป็นโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 27 กันยายน 2479 ต่อมาประกาศกำหนดเขตที่ดินพระธาตุตาดทองเมื่อ 15 มกราคม 2552 เนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน 59 ตารางวา พระธาตุตาดทองได้รับการบูรณะครั้งหลังสุดในปี 2545 ส่วนที่วัดทุ่งสะเดา องค์ที่สมบูรณ์ (องค์ลูก) บูรณะในปี 2555 และองค์ที่เหลือแต่ฐาน (องค์แม่) บูรณะในปี 2537
นอกจากการขึ้นทะเบียนของกรมศิลปากร ธาตุก่องข้าวน้อยยังอยู่ในฐานข้อมูล "แหล่งศิลปกรรมอันควรอนุรักษ์" ของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ด้วย ตัวเลขเนื้อที่ในแต่ละแหล่งไม่ตรงกัน ฐานข้อมูล สผ. และวิกิพีเดียระบุ 1 ไร่ 1 งาน 59 ตารางวา แต่ karnderntang.com ระบุ 1 ไร่ 3 งาน 59 ตารางวา ส่วนองค์การบริหารส่วนตำบลตาดทองประชาสัมพันธ์ทั้ง "ธาตุก่องข้าวน้อย (ธาตุถาดทอง)" และ "ธาตุลูกฆ่าแม่ วัดทุ่งสะเดา" เป็นแหล่งท่องเที่ยวของตำบล และจัดประเพณีสรงน้ำธาตุเป็นประจำ
ตำนานนี้ยังถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ งานวิจัยของ องอาจ หาญชนะวงษ์ (วารสารศิลปกรรมและการออกแบบแห่งเอเชีย 2563) ศึกษาภาพยนตร์ "ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่" (2523) และ "คนไฟบิน" (2549) พบว่าตัวละครทองเปลี่ยนจากคนดีที่พลาดพลั้งในแบบสัจนิยม ไปเป็นตัวร้ายในเรื่องแนวแอ็กชันแฟนตาซี โดยสัมภาษณ์ผู้กำกับและผู้เขียนบท วิสิษฏ์ ศาสนเที่ยง และเฉลิม วงศ์พิมพ์ งานนี้ยังอ้างบทความของสมบูรณ์ สารธาลัย (2539) ที่มองนิทานนี้ว่าเป็นปัญญาสูงสุดด้านจริยธรรมของชาวอีสาน
รายละเอียดของภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องตามบทความของอ่องอาจ ภาพยนตร์ "ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่" (2523) กำกับโดยพงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา ผู้กำกับชาวอีสาน ปิยะ ตระกูลราษฎร์ รับบท "ทอง" ฉากเป็นชนบทอีสานราวปลายอยุธยา และได้รางวัลสุพรรณหงส์ภาพยนตร์ส่งเสริมเยาวชนดีเด่น ส่วน "คนไฟบิน" (2549) เขียนบทและกำกับโดยเฉลิม วงศ์พิมพ์ ตั้งฉากใน พ.ศ. 2398 ยุคสนธิสัญญาเบาว์ริงที่ทุนจากภายนอกเริ่มเข้าสู่อีสาน "ก่องข้าวน้อย" กลายเป็นโจรที่รอดจากการประหารแล้วร่วมมือกับนายทุน และเฉลิมได้รางวัลสุพรรณหงส์สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม ตำนานนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้งานศิลปะอื่น เช่น จิตรกรรม "ตาดทองก่องข้าวน้อย หมายเลข 1" (พ.ศ. 2533) ของบุญมั่น คำสะอาด ในหอศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร และการแสดงนาฏศิลป์ร่วมสมัย "กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว" ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (30 พ.ย. 2560)
- สมัยก่อนประวัติศาสตร์–ทวารวดีชุมชนโบราณบ้านตาดทอง เนินดินรูปวงรีมีคูน้ำล้อม
- พุทธศตวรรษที่ 23สร้างเจดีย์วัดทุ่งสะเดา (ธาตุลูกฆ่าแม่) ทรงบัวเหลี่ยมผังแปดเหลี่ยม
- พุทธศตวรรษที่ 24สร้างพระธาตุตาดทอง (ธาตุก่องข้าวน้อย) ตามรูปแบบสถาปัตยกรรม
- 247927 ก.ย. ขึ้นทะเบียนพระธาตุตาดทองและเจดีย์วัดทุ่งสะเดาเป็นโบราณสถาน
- 2523ภาพยนตร์ "ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่" ของพงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา ได้รางวัลสุพรรณหงส์
- 2525ชาวบ้านขุดพบไห 4 ใบใต้เจดีย์วัดทุ่งสะเดา
- 2529เอกสารบรรยายสรุปข้อราชการจังหวัดยโสธรบันทึกตำนาน (ตัวละครชื่อนายบุญมา)
ดูอีก 9 เหตุการณ์
- 2533บุญมั่น คำสะอาด วาดภาพ "ตาดทองก่องข้าวน้อย หมายเลข 1"
- 2537บูรณะเจดีย์องค์แม่ วัดทุ่งสะเดา
- 2539สมบูรณ์ สารทลาลัย ยกย่องนิทานเป็น "ภูมิปัญญาสูงสุดด้านจริยธรรมของชาวอีสาน"
- 2545บูรณะพระธาตุตาดทองครั้งหลังสุด
- 2549ภาพยนตร์ "คนไฟบิน" ของเฉลิม วงศ์พิมพ์ ดัดแปลงจากตำนาน
- 255215 ม.ค. ประกาศกำหนดเขตที่ดินพระธาตุตาดทอง
- 2555บูรณะเจดีย์องค์ลูก วัดทุ่งสะเดา
- 2556กระทรวงวัฒนธรรมประกาศตำนานก่องข้าวน้อยฆ่าแม่เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ
- 256030 พ.ย. นาฏศิลป์ร่วมสมัย "กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว" ดัดแปลงจากนิทาน ที่ ม.ราชภัฏสวนสุนันทา


เช็คอินและรูปจากนักเที่ยว
ไปถึงแล้วกดเช็คอิน เก็บตราประทับ และบอกคนอื่นว่าตอนนี้ที่นี่เป็นยังไง
ตรวจก่อนว่าคุณอยู่ในระยะเช็คอินไหม จะได้ไม่ต้องกรอกเสียเปล่า
ต้องเปิดตำแหน่งและอยู่ใกล้ที่นี่ไม่เกิน 1 กม. · เช็คอินได้วันละ 1 ครั้งต่อสถานที่ · มาหลายวันก็เก็บได้ทุกวัน
ลงรูปได้จากทุกที่ ไม่ต้องอยู่ในระยะเช็คอิน · เลือกได้ครั้งละไม่เกิน 20 รูป · JPG / PNG / WebP · ระบบลบข้อมูลตำแหน่ง GPS ในรูปให้อัตโนมัติ
ไปยังไง
ทล.23 สายยโสธร–อุบลราชธานี ถึง กม.194 เลี้ยวซ้ายราว 1 กม.
ตัวเมืองยโสธร–บ้านตาดทอง ทล.23
กรุงเทพฯ–ยโสธร แล้วต่อรถเช่า · ตามบริษัทรถ
กรุงเทพฯ–อุบลราชธานี แล้วต่อรถราว 1.5 ชม. · ตามสายการบิน
ทางหลวง 23 แล้วเข้าถนนในหมู่บ้านราว 1 กม.
จอดรถริมทางหน้าโบราณสถาน
ปั๊มน้ำมันในตัวเมืองยโสธรและริม ทล.23
4G ใช้ได้
กลางวัน (โบราณสถานกลางแจ้ง)
ราว 9 กม. จากตัวเมืองยโสธร
Phra That Kong Khao Noi
0 บาท
ที่พักใกล้พระธาตุก่องข้าวน้อย
ราคาโดยประมาณต่อคืน สำหรับ 2 คน (สัปดาห์หน้า) · ราคาจริงขึ้นกับวันที่จอง
ถามบ่อย
ก่อนไปพระธาตุก่องข้าวน้อย
รวมคำตอบที่นักเที่ยวอยากรู้ก่อนออกเดินทาง อ่านจบในนาทีเดียว
ธาตุก่องข้าวน้อยอยู่ที่ไหน
บ้านตาดทอง ต.ตาดทอง อ.เมืองยโสธร ห่างตัวเมืองราว 9 กม.
นิทานก่องข้าวน้อยฆ่าแม่เป็นเรื่องจริงไหม
เป็นนิทานพื้นบ้านสอนใจ หลักฐานทางสถาปัตยกรรมชี้ว่าธาตุสร้างราวพุทธศตวรรษที่ 24
ทำไมเรียกพระธาตุตาดทอง
ตามตำนานชาวบ้านใช้ถาดทองรองรับของมีค่าที่บรรจุในธาตุ
ธาตุลูกฆ่าแม่คืออะไร
เจดีย์ที่วัดทุ่งสะเดาในตำบลเดียวกัน ที่กรมศิลปากรสันนิษฐานว่าเกี่ยวกับนิทานนี้
เสียค่าเข้าไหม
ไม่เสีย

พร้อมออกเดินทางไปพระธาตุก่องข้าวน้อยหรือยัง
วันที่ดีที่สุดในสัปดาห์นี้คือ พฤหัส 29 ต.ค. · เช็คอินเมื่อไปถึงเพื่อเก็บแสตมป์
