01ฤดูฝน ความปลอดภัย และการเตรียมตัว
พ.ค. – ก.ย.
นั่งเรือ — ใส่เสื้อชูชีพทุกครั้งเมื่อนั่งเรือไปวัดติโลกอาราม และนั่งนิ่ง ๆ ไม่ยืนบนเรือ
2–3 ชั่วโมง
สัญญาณมือถือดีมาก อยู่ในตัวเมือง
ไฮไลต์ห้ามพลาด
01
02
03
04
057 วันข้างหน้า
ไปวันไหนดี
ในสัปดาห์นี้
แตะการ์ดวันที่อยากไป เพื่อดูรายละเอียดอากาศ ฝน ฝุ่น และรายชั่วโมงของวันนั้น
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
ช่วงเช้ามีหมอกหนา มองเห็นได้ไม่ถึง 1 กม. เปิดไฟหน้าและขับช้า
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
ช่วงเช้ามีหมอกหนา มองเห็นได้ไม่ถึง 1 กม. เปิดไฟหน้าและขับช้า
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
ช่วงเช้ามีหมอกหนา มองเห็นได้ไม่ถึง 1 กม. เปิดไฟหน้าและขับช้า
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ช่วงดีที่สุด 06:00–14:00 ฝนน้อย · อาจมีละอองฝนบางช่วง
ช่วงเช้ามีหมอกหนา มองเห็นได้ไม่ถึง 1 กม. เปิดไฟหน้าและขับช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ช่วงดีที่สุด 08:00–13:00 ฝนน้อย · อาจมีละอองฝนบางช่วง
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน · อาจมีละอองฝนบางช่วง
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
ช่วงเช้ามีหมอกหนา มองเห็นได้ไม่ถึง 1 กม. เปิดไฟหน้าและขับช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ดาวเต็มฟ้า
ลุ้นได้แค่ไหน
คะแนนจากเมฆทุกชั้นและแสงจันทร์คืนนี้ ยิ่งฟ้ามืดยิ่งเห็นทางช้างเผือกชัด · แตะคืนอื่นด้านล่างเพื่อดูคะแนน 7 คืนข้างหน้า
กว๊านพะเยา
กว๊านพะเยาเป็นแหล่งน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ อยู่ติดตัวเมืองพะเยา มีทิวเขาดอยหลวงเป็นฉากหลัง เดิมเป็นที่ลุ่มริมแม่น้ำอิงที่มีหนองน้ำอย่าง "หนองเอี้ยง" จนกรมประมงสร้างประตูกั้นน้ำแล้วเสร็จในปี 2484 จึงกลายเป็นกว๊านอย่างทุกวันนี้
จุดเด่นคือพระอาทิตย์ตกเหนือผิวน้ำ ถนนชายกว๊านที่เดินเล่นได้ยาว วัดติโลกอารามอายุกว่า 500 ปีที่จมอยู่กลางกว๊านซึ่งนั่งเรือไปไหว้ได้ และพิธีเวียนเทียนกลางน้ำในวันพระใหญ่
ริมกว๊านเป็นที่สาธารณะ ไม่เก็บค่าเข้า ช่วงเย็นเหมาะเดินเล่น ชมแสงสุดท้าย และกินปลาเผาหรือปลาส้มอาหารขึ้นชื่อของพะเยา
- หมอกบางบนผิวน้ำ ตักบาตรที่ท่าเรือ
- นั่งเรือไปวัดติโลกอาราม แดดค่อนข้างแรง
- พระอาทิตย์ตก คนเยอะที่สุด
- ตลาดและร้านอาหารริมกว๊าน
ควรถึง ราว 17:00 เพื่อหาที่จอดและรอพระอาทิตย์ตก หรือ 06:30 ถ้าอยากเห็นหมอกเช้าและตักบาตร
เช้าหน้าหนาว (พ.ย. – ม.ค.) มักมีหมอกบาง ๆ ลอยบนผิวน้ำ ชัดสุดราว 06:30–08:00 น. ส่วนช่วงเย็นตลอดปีเป็นเวลาชมพระอาทิตย์ตกหลังทิวเขาฝั่งตะวันตกของกว๊าน
- ลานพญานาคคู่ริมกว๊านพระอาทิตย์ตกหลังเจดีย์และพญานาคเย็น
- ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พญางำเมืองวิวกว๊านกว้างและทิวเขาเช้าหรือเย็น
- ท่าเรือวัดติโลกอารามเรือกับหมอกเช้าเช้าตรู่
แกลเลอรี
ภาพจาก Wikimedia Commons และผู้ร่วมเผยแพร่ · เครดิตเต็มดูได้ที่หน้าแบบเดิม
ข้อควรรู้เฉพาะที่นี่
ใส่เสื้อชูชีพทุกครั้งเมื่อนั่งเรือไปวัดติโลกอาราม และนั่งนิ่ง ๆ ไม่ยืนบนเรือ
ราวกั้นริมกว๊านบางช่วงต่ำ ดูแลเด็กเล็กใกล้ชิด
ช่วงพลบค่ำแมลงริมน้ำเยอะ พกยากันยุง
ปลายหน้าแล้งน้ำลด ริมตลิ่งเป็นโคลนและผักตบชวา อย่าเดินลงไป
- มาช่วง 17:00 เดินเล่นถนนชายกว๊านแล้วรอพระอาทิตย์ตก
- ตื่นเช้าไปตักบาตรข้าวเหนียวที่ท่าเรือไปวัดติโลกอาราม ราว 07:00 น.
- ลองเวียนเทียนกลางน้ำในวันมาฆบูชา วิสาขบูชา หรืออาสาฬหบูชา
- ชิมปลาส้มและปลาเผาร้านริมกว๊าน
- เที่ยวต่อวัดศรีโคมคำ (พระเจ้าตนหลวง) และหอวัฒนธรรมนิทัศน์ใกล้กัน
ผู้ใหญ่ 0 บาท · ใช้เวลาเที่ยว 2–3 ชั่วโมง
เย็นวันศุกร์–อาทิตย์ หน้าหนาว และช่วงเทศกาลปลายปี
| เรือไปวัดติโลกอาราม (ราคาเมื่อปี 2558 อาจเปลี่ยน) ไม่บังคับ | 30 ฿/คน |
เงินสดและโอน ร้านริมกว๊านส่วนใหญ่รับโอน · ราคาอาจเปลี่ยนตามฤดูกาล ควรเช็กกับสถานที่
- มีเด็ก เหมาะกับเด็ก มีลานกว้างเดินเล่น ระวังริมน้ำ
- ผู้สูงอายุ ทางเดินริมกว๊านราบเรียบ มีม้านั่งพักเป็นระยะ ขึ้นลงเรือต้องมีคนช่วย
- วีลแชร์ ถนนชายกว๊านเป็นทางราบ ใช้วีลแชร์ได้ แต่ขึ้นเรือไปวัดติโลกอารามไม่สะดวก
- สัตว์เลี้ยง จูงสัตว์เลี้ยงเดินริมกว๊านได้ ใส่สายจูงและเก็บมูลทุกครั้ง
- ร้านอาหารริมถนนชายกว๊านปลาเผา กุ้งฝอยทอด และปลาส้มพะเยา
- ตลาดนัดริมกว๊านยามค่ำปลาเผา กุ้งเผา ส้มตำ และของกินพื้นเมือง
- แต่งกายสุภาพเมื่อขึ้นเกาะวัดติโลกอาราม
- ใส่เสื้อชูชีพและนั่งให้มั่นคงบนเรือ
- ไม่ทิ้งขยะหรือเศษอาหารลงกว๊าน
- ไม่ปีนองค์เจดีย์หรือฐานโบราณสถานกลางน้ำ
- ใส่เสื้อชูชีพเมื่อนั่งเรือ
- ดูแลเด็กเล็กใกล้ราวริมน้ำ
- มี.ค. – เม.ย. ฝุ่น PM2.5 สูง ผู้มีโรคทางเดินหายใจควรระวัง
เวียนเทียนกลางน้ำที่วัดติโลกอาราม วันมาฆบูชา วิสาขบูชา และอาสาฬหบูชา · งานเทศกาลปลายปีริมกว๊าน (แต่ละปีจัดต่างกัน)
ไปเดือนไหนดี
แตะแต่ละเดือนบนวงล้อเพื่อดูอากาศ ฝน ฝุ่น และความหนาแน่นของคน จากสถิติย้อนหลัง 10 ปี
ช่วงที่ดีที่สุด · พ.ย. – ก.พ. อากาศเย็น ฟ้าใส เช้า ๆ มีหมอกบาง ๆ บนผิวน้ำ ช่วงเย็นพระอาทิตย์ตกหลังทิวเขาสวยที่สุด เดินเล่นถนนชายกว๊านได้สบาย
ควรระวัง · มี.ค. – เม.ย. หมอกควันจากการเผาทำให้ฟ้าขมุก พระอาทิตย์ตกไม่ชัด และอากาศร้อน ส่วนปลายหน้าแล้งน้ำในกว๊านมักลดลงจนเห็นตะกอนและผักตบชวา
17°ม.ค.
18°ก.พ.
21°มี.ค.
23°เม.ย.
24°พ.ค.
24°มิ.ย.
24°ก.ค.
23°ส.ค.
23°ก.ย.
22°ต.ค.
20°พ.ย.
18°ธ.ค.
ต.ค. ตามสถิติ 22–29°C · ฝนเฉลี่ย 144 มม. (18 วันฝนตก) · ฟ้าโปร่ง 7 วัน · PM2.5 เฉลี่ย 8
เรื่องราวของที่นี่
กว๊านพะเยาอยู่ในอำเภอเมืองพะเยา เป็นแหล่งน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ และใหญ่เป็นอันดับสามหรือสี่ของประเทศ รองจากหนองหานที่สกลนครและบึงบอระเพ็ดที่นครสวรรค์ ตัวเลขพื้นที่ต่างกันไปตามแหล่งและระดับน้ำ ตั้งแต่ราว 10,915 ไร่ (17.55 ตารางกิโลเมตร โดยเฉลี่ย) ถึง 12,831 ไร่ (ราว 20.5 ตารางกิโลเมตร) ลึกเฉลี่ยราว 1.5 เมตร ลึกสุดราว 4 เมตร ผิวน้ำสูงราว 393 เมตรจากระดับน้ำทะเล รับน้ำจากแม่น้ำอิงและลำห้วยสาขา 13–18 สาย กักเก็บน้ำได้ราว 31–34 ล้านลูกบาศก์เมตร มีทิวเขาดอยหลวงในทิวเขาผีปันน้ำเป็นฉากหลังทางทิศตะวันตก
อ่านต่ออีก 14 ย่อหน้า
คำว่า "กว๊าน" เป็นคำล้านนาที่พบใช้เฉพาะในพะเยา หมายถึงหนองหรือบึงขนาดใหญ่ บทความในศิลปวัฒนธรรมเสนอว่าคำนี้เพี้ยนมาจาก "กว้าน" ในกลุ่มภาษาไทย–ลาว ซึ่งแปลว่ารวบรวม และยังใช้เรียกศาลากลางบ้าน หอประชุม หอเทพารักษ์ หรือตำแหน่งขุนนางผู้ปกครอง
ก่อนปี 2484 ที่นี่ยังไม่ใช่ทะเลสาบ แต่เป็นที่ลุ่มต่ำในหุบเขาริมแม่น้ำอิง ที่มีลำรางหลายสายเชื่อมต่อกับ "หนอง" และ "บวก" น้อยใหญ่ หนองสำคัญที่สุดคือ "หนองเอี้ยง" หน้าฝนราวกรกฎาคมถึงพฤศจิกายนน้ำจะท่วมรวมเป็นสองแอ่ง คือกว๊านน้อยทางตะวันตกและกว๊านหลวงทางตะวันออก ส่วนหน้าแล้งน้ำแห้งเหลือเพียงหนองและทุ่งนา แผนที่ที่สำรวจระหว่างปี 2462–2464 ยังแสดงหนองเหล่านี้ให้เห็นอยู่ ผืนดินอุดมสมบูรณ์แห่งนี้จึงมีผู้คนตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่โบราณ ชื่อเดิมของหนองนี้คือ "หนองนกเอี้ยง" วันที่ 17 มกราคม 2462 เกษตรอำเภอพะเยามาสำรวจไว้ว่า หนองกว้างยาวราว 50 เส้น เดือนกันยายนริมขอบลึกราว 1 ศอก กลางหนองลึกราว 1 วา 3 ศอก รอบ ๆ เป็นป่าไผ่ หมู่บ้านใกล้สุดอยู่ห่างราว 4 เส้น กว๊านน้อยกับกว๊านหลวงเชื่อมกันด้วยร่องน้ำชื่อ "แม่ร่องน้อยห่าง" และมี "ร่องเหี้ย" ต่อจากกว๊านหลวงไปลงแม่น้ำอิง
ความแห้งแล้งคือแรงผลักสำคัญที่ทำให้เกิดกว๊าน ราวปี 2447 เมื่อคนในเมืองพะเยาเพิ่มขึ้น น้ำใช้ก็ขาดแคลนหนัก ทางการเคยเสนอให้ย้ายเมืองไปที่บ้านแม่ต๋ำลายอิง แต่ชาวเมืองซึ่งยังหวาดระแวงจากเหตุกบฏเงี้ยวเมื่อปี 2445 ไม่ยอมย้าย แผนจึงล้มไป ในหน้าแล้งชาวบ้านต้องขุดบ่อกลางหนองแล้วบรรทุกน้ำด้วยเกวียนเข้าไปขายในเมือง จนการขายน้ำกลายเป็นอาชีพหนึ่ง ขณะที่ชาวบ้านฝั่งตรงข้ามก็ขนข้าวและครั่งด้วยเกวียนข้ามที่ลุ่มมาขายที่ตลาด
ตำนานเมืองพะเยาเล่าว่าขุนจอมธรรม ต้นวงศ์ของพญางำเมือง ตั้งบ้านเมืองบนที่ราบลุ่มแม่น้ำอิงที่เรียกว่า "หนองเอี้ยงเชิงภูยาว" ซึ่งต่อมาคือเมืองพะเยา พญางำเมือง กษัตริย์พะเยาองค์แรกที่มีหลักฐานว่ามีตัวตนจริง ประสูติปี 1781 ไปศึกษาที่เมืองละโว้ร่วมสำนักกับพ่อขุนรามคำแหง ขึ้นครองพะเยาราวปี 1801 และเป็นพันธมิตรของพญามังรายกับพระร่วงแห่งสุโขทัย หลังพญางำเมืองสิ้นพระชนม์ (บางแหล่งว่าปี 1841 บางแหล่งว่าปี 1861) พะเยาถูกผนวกเข้ากับอาณาจักรล้านนา
ในยุคล้านนา ริมหนองเอี้ยงมีวัดสำคัญชื่อ "วัดติโลกอาราม" หรือที่ชาวบ้านเรียก "สันธาตุบวกสี่แจ่ง" สร้างระหว่างปี 2019–2029 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์ล้านนาองค์ที่ 9 แห่งราชวงศ์มังราย ซึ่งพระราชทานทรัพย์อุปถัมภ์ แหล่งข้อมูลบางแห่งระบุว่าเจ้าหัวแสนเป็นผู้สร้างตามพระราชโองการ วัดนี้และชุมชนรอบ ๆ ตั้งอยู่บนผืนดินแห้งมาหลายร้อยปี
จุดเปลี่ยนมาจากงานประมงของรัฐ ตั้งแต่ปี 2444 กฎหมายอากรค่าน้ำกำหนดให้ผู้จับปลาในหนองบึงต้องขอใบอนุญาตและเสียอากร ปี 2466 คณะของ ดร.ฮิว แมคคอร์มิค สมิท ผู้เชี่ยวชาญประมงชาวอเมริกันซึ่งต่อมาเป็นอธิบดีคนแรกของกรมรักษาสัตว์น้ำ (ต้นกำเนิดกรมประมง) ได้มาสำรวจหนองเอี้ยง และเสนอให้ทำเป็นแหล่งเพาะพันธุ์และอนุรักษ์ปลา หลังวางแผนช่วงปี 2477–2478 กรมประมงตั้งสถานีประมงน้ำจืดพะเยาริมแม่น้ำอิง และปี 2482 เริ่มสร้างประตูระบายน้ำกั้นลำน้ำอิง พร้อมพระบรมราชโองการกำหนดเขตหวงห้ามที่ดินราว 16,225 ไร่ เพื่อให้มีน้ำใช้หน้าแล้ง และชะลอน้ำหลากไม่ให้ท่วมไร่นาปลายน้ำ ประตูน้ำแล้วเสร็จในปี 2484 น้ำท่วมขังเป็นแอ่งกว้างราว 17–18 ตารางกิโลเมตร จุน้ำได้ราว 33.84 ล้านลูกบาศก์เมตร และได้ชื่อว่า "กว๊านพะเยา"
การเกิดกว๊านมีราคาที่ต้องจ่าย ทุ่งนา บ้านเรือน วัด และแหล่งโบราณคดีบนที่ลุ่มเดิมจมอยู่ใต้น้ำ รวมถึงวัดติโลกอาราม หนังสือ "เมืองไทย" ฉบับเดือนตุลาคม 2484 ยังมีภาพชาวบ้านตักน้ำจากบ่อกลางกว๊านไปขายในตัวเมือง สะท้อนช่วงรอยต่อก่อนที่ทุ่งจะกลายเป็นทะเลสาบถาวร ส่วนระบบอากรค่าน้ำที่สร้างความลำบากให้ชาวประมงก็สิ้นสุดลงเมื่อมีพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 การประปาเริ่มผลิตน้ำประปาจากกว๊านให้ชาวเมืองในปี 2501
ชุมชนริมกว๊านที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือบ้านร่องไฮทางฝั่งใต้ หมู่บ้านนี้ตั้งขึ้นราวปี 2458 โดยคนจากบ้านท่ากว๊านในตัวเวียง ตามด้วยคนจากบ้านกาดเมฆ จังหวัดลำปาง ที่นำอาชีพตีมีดมาด้วย ชื่อ "ร่องไฮ" มาจากร่องน้ำที่ช้างลากซุงลงแม่น้ำอิงซึ่งมีต้นไทร (ภาษาเหนือว่า "ไฮ") ขึ้นเรียงราย เมื่อประตูน้ำแล้วเสร็จ น้ำท่วมไร่นา บ้านเรือน และวัดของหมู่บ้าน ครอบครัวจำนวนมากต้องย้ายขึ้นที่สูง ปี 2504 น้ำในกว๊านสูงขึ้นจนท่วมป่าช้า ชาวบ้านจึงเปลี่ยนจากฝังศพมาเผาศพ และปี 2516 ก็เกิดน้ำท่วมหมู่บ้านอีกครั้งเพราะระบายน้ำไม่ทัน ริมกว๊านแถบนี้ยังพบซากเจดีย์และโบราณวัตถุอย่างน้อย 14 จุด ชาวบ้านเรียกแนวโบราณสถาน 8–9 แห่งที่เรียงตัวเข้าไปในกว๊านว่า "สันธาตุ" การขุดค้นปี 2545–2547 และ 2561 ที่วัดร้างบ้านร่องไฮพบเจดีย์แปดเหลี่ยม วิหาร กำแพงล้อม และพระพุทธรูปหินทรายปางลีลาแบบสุโขทัยสูงราว 150–160 เซนติเมตร อายุราวพุทธศตวรรษที่ 20–21
หลังจากนั้นกว๊านพะเยากลายเป็นหัวใจของงานประมงภาคเหนือ ปี 2492 กรมประมงประกาศให้เป็นที่รักษาพืชพันธุ์ ปี 2501 ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์เสด็จพะเยาเป็นครั้งแรก ทรงปล่อยพันธุ์ปลาลงลำน้ำอิงและเยี่ยมสถานีประมงกว๊านพะเยา ปี 2514 กรมประมงสร้างพระตำหนักกว๊านพะเยาถวายสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีและสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ และช่วงปี 2532–2536 มีการสร้างโรงเพาะฟัก ห้องปฏิบัติการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด และสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ
กว๊านมีปลาน้ำจืดราว 45–50 ชนิดใน 17 วงศ์ เช่น ปลาสวาย ปลาไน ปลานิล ปลาหมอ ปลาช่อน ปลากด ปลาดุก ปลาสลิด และปลากระดี่ มีพืชน้ำราว 36 ชนิด ความอุดมสมบูรณ์ของปลาทำให้พะเยาเป็นแหล่งผลิต "ปลาส้ม" รายใหญ่จนเป็นของขึ้นชื่อประจำจังหวัด และชาวประมงพื้นบ้านยังออกเรือเหวี่ยงแหในกว๊านทุกเช้า
วัดติโลกอารามที่จมอยู่ใต้น้ำค่อย ๆ ถูกค้นพบอีกครั้ง ปี 2526 พบพระพุทธรูปหินทรายปางมารวิชัย ศิลปะสกุลช่างพะเยา หน้าตักกว้าง 105 เซนติเมตร ได้รับการขนานนามว่า "หลวงพ่อศิลา" และอัญเชิญไปไว้ที่วัดศรีอุโมงค์คำ ปี 2549–2550 มีการล่องเรือสำรวจ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2550 พบศิลาจารึกอักษรฝักขามระบุประวัติวัด ผู้อุปถัมภ์ ผู้สร้าง และพิธีกรรม ปัจจุบันเก็บที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดพะเยา ปีเดียวกันหลวงพ่อศิลาได้กลับมาประดิษฐานบนบุษบกที่วัดเดิม และวันที่ 24 มีนาคม 2551 กลุ่มโบราณคดีใต้น้ำ กรมศิลปากร ร่วมกับทหารเรือ ดำน้ำสำรวจพื้นที่กว่า 11 ไร่ พบใบเสมาหกเหลี่ยม 9 แท่ง ฐานเสา ฐานเจดีย์ อุโบสถ ศาลาการเปรียญ สระน้ำ และกำแพงแก้ว ทุกวันนี้วัดจัดพิธีเวียนเทียนกลางน้ำปีละ 3 ครั้ง ในวันมาฆบูชา วิสาขบูชา และอาสาฬหบูชา ผู้ร่วมพิธีนั่งเรือแจวเวียนรอบลานอิฐและพระธาตุ ในฤดูแล้งยอดพระธาตุจะโผล่พ้นผิวน้ำให้เห็น
ความนิยมและการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นทำให้กว๊านเสื่อมโทรม ปี 2543 คณะรัฐมนตรีมีมติให้กว๊านพะเยาเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ แต่ถึงปี 2552 กว๊านตื้นเขิน มีวัชพืชและตะกอนสะสม ปลาลดลง ผักตบชวาปกคลุมราวหนึ่งในสามของพื้นที่ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและหน่วยงานต่าง ๆ จึงสร้างคันดักตะกอน เก็บวัชพืชไปทำอาหารสัตว์ ปล่อยปลาพื้นเมือง และเพิ่มความจุน้ำได้ราว 370,000 ลูกบาศก์เมตร กว๊านส่งน้ำให้ราว 16,500 ครอบครัวและพื้นที่เกษตรราว 43,785 ไร่ ปี 2566 มีการปรับเขตรักษาพันธุ์สัตว์น้ำให้สอดคล้องกับพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และปี 2567 กรมชลประทานวางแผนขุดลอกตะกอนรอบกว๊าน พร้อมขยายหนองเล็งทรายที่ต้นน้ำอิงในอำเภอแม่ใจ จาก 9 เป็นราว 23.7 ล้านลูกบาศก์เมตร เพราะน้ำประปาของพะเยายังขาดราวปีละ 720,000 ลูกบาศก์เมตร ด้านการบริหาร กว๊านพะเยาอยู่ภายใต้กฎหมายและภารกิจของหน่วยงานรัฐถึง 13 แห่ง ซึ่งยังไม่สอดคล้องกันทั้งระบบ ผังเมืองรวมเมืองพะเยาปี 2548 หมดอายุในปี 2555 ปีเดียวกันสถาบันพระปกเกล้าจัดเวทีสานเสวนาและพบปัญหาร่วม 3 ด้าน คือระบบนิเวศ การบริหารจัดการ และจิตสำนึก ต่อมาสมัชชาสุขภาพจังหวัดพะเยาได้ข้อตกลงร่วมเรื่องการดูแลกว๊าน และมูลนิธิชัยพัฒนาเข้ามาหนุนแผนพัฒนากว๊านอย่างยั่งยืน 5 แผนงาน ปัญหาที่ยังพบคือการบุกรุกพื้นที่ น้ำเสียจากชุมชนและร้านอาหาร สารเคมีการเกษตร และการประมงผิดกฎหมายด้วยยาเบื่อ วัตถุระเบิด หรือไฟฟ้า ขณะที่เขตห้ามจับปลาก็กระทบรายได้ของชาวประมงพื้นบ้านในบางชุมชน
ฝั่งตะวันออกของกว๊านคือ "ถนนชายกว๊าน" ทางเดินเลียบน้ำยาวที่เป็นห้องนั่งเล่นของคนพะเยา มีลานพระบรมราชานุสาวรีย์พญางำเมือง ประติมากรรมพญานาคคู่กับเจดีย์กลางน้ำที่ผูกกับตำนานพญาธุมะสิกขี และท่าเรือไปวัดติโลกอาราม ซึ่งเมื่อปี 2558 ค่าเรือคนละ 30 บาท ใช้เวลาราว 10 นาที เช้า ๆ มีคนตักบาตรข้าวเหนียวที่ท่าเรือราว 07:00 น. ช่วงเย็นมีตลาดและร้านปลาเผา บางปีมีน้ำพุดนตรีและงานเทศกาลปลายปี เช่นงานเกษตรและท่องเที่ยวริมกว๊านของกรมประมงระหว่าง 25 ธันวาคม 2566 ถึง 3 มกราคม 2567 ขณะเดียวกันก็มีผู้รักกว๊านแสดงความกังวลต่ออาคารสูงริมกว๊านที่อาจบดบังทัศนียภาพในอนาคต
ผู้มาเยือนช่วยรักษากว๊านได้ง่าย ๆ ด้วยการไม่ทิ้งขยะและเศษอาหารลงน้ำ ใส่เสื้อชูชีพเมื่อนั่งเรือ แต่งกายสุภาพเมื่อขึ้นเกาะวัดติโลกอาราม ไม่ปีนโบราณสถานกลางน้ำ และอุดหนุนปลาและอาหารจากชาวประมงท้องถิ่น
- 1801พญางำเมืองขึ้นครองเมืองพะเยา
- 2019–2029สร้างวัดติโลกอารามริมหนองเอี้ยง สมัยพระเจ้าติโลกราช
- 2444กฎหมายอากรค่าน้ำ เก็บอากรผู้จับปลาในหนองบึง
- 2447เมืองพะเยาขาดน้ำหนัก ชาวบ้านขายน้ำจากบ่อกลางหนอง
- 2458ตั้งบ้านร่องไฮริมหนองฝั่งใต้
- 246217 ม.ค. เกษตรอำเภอสำรวจหนองนกเอี้ยง
- 2466คณะ ดร.ฮิว เอ็ม. สมิท สำรวจหนองเอี้ยง
ดูอีก 14 เหตุการณ์
- 2482เริ่มสร้างประตูกั้นน้ำแม่อิง กำหนดเขตหวงห้ามราว 16,225 ไร่
- 2484ประตูน้ำแล้วเสร็จ เกิดเป็นกว๊านพะเยา วัดและชุมชนจมน้ำ
- 2490พ.ร.บ.การประมง ยกเลิกระบบอากรค่าน้ำ
- 2501ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพะเยาครั้งแรก ทรงปล่อยปลาลงลำน้ำอิง
- 2504น้ำกว๊านท่วมป่าช้าบ้านร่องไฮ ชาวบ้านเปลี่ยนเป็นเผาศพ
- 2514กรมประมงสร้างพระตำหนักกว๊านพะเยา
- 2526พบพระพุทธรูปหินทราย "หลวงพ่อศิลา"
- 2543ครม. กำหนดเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำความสำคัญระดับชาติ
- 2547ขุดค้นวัดร้างบ้านร่องไฮ พบพระพุทธรูปหินทรายปางลีลา
- 25509 ก.พ. พบศิลาจารึกวัดติโลกอาราม หลวงพ่อศิลากลับมาประดิษฐาน
- 255124 มี.ค. กรมศิลปากรและทหารเรือดำน้ำสำรวจวัดใต้กว๊าน
- 2552กว๊านตื้นเขิน เริ่มฟื้นฟูดักตะกอนและกำจัดวัชพืช
- 2555สถาบันพระปกเกล้าจัดเวทีสานเสวนาหาทางออกเรื่องกว๊าน
- 2567กรมชลประทานวางแผนขุดลอกกว๊านและขยายหนองเล็งทราย



เช็คอินและรูปจากนักเที่ยว
ไปถึงแล้วกดเช็คอิน เก็บตราประทับ และบอกคนอื่นว่าตอนนี้ที่นี่เป็นยังไง
ตรวจก่อนว่าคุณอยู่ในระยะเช็คอินไหม จะได้ไม่ต้องกรอกเสียเปล่า
ต้องเปิดตำแหน่งและอยู่ใกล้ที่นี่ไม่เกิน 4 กม. · เช็คอินได้วันละ 1 ครั้งต่อสถานที่ · มาหลายวันก็เก็บได้ทุกวัน
ลงรูปได้จากทุกที่ ไม่ต้องอยู่ในระยะเช็คอิน · เลือกได้ครั้งละไม่เกิน 20 รูป · JPG / PNG / WebP · ระบบลบข้อมูลตำแหน่ง GPS ในรูปให้อัตโนมัติ
ไปยังไง
จากเชียงรายใช้ทางหลวง 1 (พหลโยธิน) ลงใต้ราว 90 กม. ถึงตัวเมื…
ทางหลวง 1 ลงใต้ ราว 90 กม.
ทางหลวง 118 และ 120 ผ่านแม่ใจ ราว 150 กม.
เข้าสถานีขนส่งพะเยา แล้วต่อสองแถวหรือเดิน · ตามเส้นทาง
ถนนพหลโยธิน (ทางหลวง 1) เข้าตัวเมืองพะเยา แล้วไปถนนชายกว๊าน ทางราบตลอด
จอดริมถนนชายกว๊านและลานจอดรอบลานพญางำเมือง ช่วงเย็นวันหยุดที่จอดเต็มเร็ว
ปั๊มน้ำมันในตัวเมืองพะเยาริมทางหลวง 1
สัญญาณมือถือดีมาก อยู่ในตัวเมือง
ริมกว๊านเป็นที่สาธารณะ เข้าได้ตลอดวัน เรือไปวัดติโลกอารามให้บริการช่วงกลางวัน
ราว 94 กม. จากตัวเมืองเชียงราย
กว๊านพะเยา ถนนชายกว๊าน พะเยา
0 บาท
ที่พักใกล้กว๊านพะเยา
ราคาโดยประมาณต่อคืน สำหรับ 2 คน (สัปดาห์หน้า) · ราคาจริงขึ้นกับวันที่จอง
ถามบ่อย
ก่อนไปกว๊านพะเยา
รวมคำตอบที่นักเที่ยวอยากรู้ก่อนออกเดินทาง อ่านจบในนาทีเดียว
กว๊านพะเยาเสียค่าเข้าไหม
ไม่เสีย เป็นพื้นที่สาธารณะ
กว๊านพะเยาเกิดขึ้นได้อย่างไร
เดิมเป็นที่ลุ่มและหนองน้ำริมแม่น้ำอิง กรมประมงสร้างประตูกั้นน้ำเริ่มปี 2482 แล้วเสร็จปี 2484 น้ำจึงท่วมขังเป็นกว๊าน
วัดติโลกอารามคืออะไร
วัดสมัยพระเจ้าติโลกราช สร้างราว พ.ศ. 2019–2029 จมอยู่ใต้กว๊านหลังสร้างประตูน้ำ ปัจจุบันนั่งเรือไปไหว้ได้
ดูพระอาทิตย์ตกที่ไหนดี
ลานพญานาคคู่และถนนชายกว๊านฝั่งตะวันออก หันไปทางทิวเขาฝั่งตะวันตก
กว๊านใหญ่แค่ไหน
ราว 12,831 ไร่ เป็นแหล่งน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ

พร้อมออกเดินทางไปกว๊านพะเยาหรือยัง
วันที่ดีที่สุดในสัปดาห์นี้คือ พฤหัส 29 ต.ค. · เช็คอินเมื่อไปถึงเพื่อเก็บแสตมป์
