01ทะเลหมอก ถนน และสิ่งที่ต้องเตรียม
ทะเลหมอกช่วง พ.ย.–ม.ค. ชัดที่สุดก่อน 07:30
05:30–06:00 เพื่อลงทะเบียนรอบแรกและดูทะเลหมอก
ทางหลวง 1009 ชันและคดเคี้ยว เช้ามีหมอกและน้ำค้าง ใช้เกียร์ต่ำ
4G ใช้ได้ที่ลานจอด บนเส้นทางบางช่วงอ่อน
ไฮไลต์ห้ามพลาด
01
02
03
047 วันข้างหน้า
ไปวันไหนดี
ในสัปดาห์นี้
แตะการ์ดวันที่อยากไป เพื่อดูรายละเอียดอากาศ ฝน ฝุ่น และรายชั่วโมงของวันนั้น
ช่วงที่ควรไป ช่วงดีที่สุด 06:00–12:00 ฝนน้อย
อาจมีฝนบางช่วง ถนนขึ้นเขาอาจลื่น ระวังทางโค้ง
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ช่วงดีที่สุด 06:00–13:00 ฝนน้อย · อาจมีละอองฝนบางช่วง
อาจมีฝนบางช่วง ถนนขึ้นเขาอาจลื่น ระวังทางโค้ง
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน · อาจมีละอองฝนบางช่วง
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ช่วงดีที่สุด 06:00–13:00 ฝนน้อย
อาจมีฝนบางช่วง ถนนขึ้นเขาอาจลื่น ระวังทางโค้ง
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ช่วงดีที่สุด 06:00–11:00 ฝนน้อย · อาจมีละอองฝนบางช่วง
อาจมีฝนบางช่วง ถนนขึ้นเขาอาจลื่น ระวังทางโค้ง
ช่วงเช้ามีหมอกหนา มองเห็นได้ไม่ถึง 1 กม. เปิดไฟหน้าและขับช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน · อาจมีละอองฝนบางช่วง
อาจมีฝนบางช่วง ถนนขึ้นเขาอาจลื่น ระวังทางโค้ง
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ดาวเต็มฟ้า
ลุ้นได้แค่ไหน
คะแนนจากเมฆทุกชั้นและแสงจันทร์คืนนี้ ยิ่งฟ้ามืดยิ่งเห็นทางช้างเผือกชัด · แตะคืนอื่นด้านล่างเพื่อดูคะแนน 7 คืนข้างหน้า
กิ่วแม่ปาน
เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เส้นทางวงรอบ 3.2 กม. บนสันเขาสูงราว 2,157 เมตร
- รอบแรก ทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น
- หมอกเริ่มจาง แสงสวย
- คนเยอะ แดดแรงบนสันเขา
- แสงบ่ายส่องเจดีย์คู่
ควรถึง 05:30–06:00 เพื่อลงทะเบียนรอบแรกและดูทะเลหมอก
ทะเลหมอกช่วง พ.ย.–ม.ค. ชัดที่สุดก่อน 07:30
- จุดชมวิวไม้ริมผาทะเลหมอกและทิวเขาเช้า
- สันเขากิ่วแม่ปานทางเดินบนทุ่งหญ้าเช้า
- จุดชมเจดีย์คู่เจดีย์คู่กลางป่าบ่าย
แกลเลอรี
ภาพจาก Wikimedia Commons และผู้ร่วมเผยแพร่ · เครดิตเต็มดูได้ที่หน้าแบบเดิม
ข้อควรรู้เฉพาะที่นี่
ห้ามเดินเอง ไกด์ 200 บาทต่อกลุ่มไม่เกิน 10 คน
เช้าฤดูหนาว 0–9°C ลมแรงบนสันเขา
ผู้มีโรคหัวใจ ความดัน หอบหืด ควรหลีกเลี่ยง
ห้ามนั่งหรือยืนบนราวจุดชมวิว
- ไปถึงก่อน 06:00 รอบแรกได้ทะเลหมอกและคนน้อย
- ใส่เสื้อหนาว ถุงมือ หมวก และรองเท้ากันลื่น
- บนเส้นทางไม่มีห้องน้ำหรือร้านค้า เข้าห้องน้ำก่อนเดิน
- ซื้อตั๋วอุทยานผ่านแอป QueQ ล่วงหน้าได้ 15 วัน
ผู้ใหญ่ 60 บาท · รถยนต์ 30 บาท · ใช้เวลาเที่ยว 2–3 ชั่วโมง
ธ.ค.–ม.ค. โดยเฉพาะช่วงปีใหม่ คนขึ้นดอยกว่า 1 หมื่นคนต่อวัน
| ค่าเข้าอุทยาน ผู้ใหญ่ไทย ไม่บังคับ | 60 ฿/คน |
| ค่าเข้าอุทยาน ผู้ใหญ่ต่างชาติ ไม่บังคับ | 300 ฿/คน |
| ค่าเข้าอุทยาน เด็กไทย ไม่บังคับ | 30 ฿/คน |
| ค่าเข้าอุทยาน เด็กต่างชาติ ไม่บังคับ | 150 ฿/คน |
| ไกด์ท้องถิ่น (กลุ่มละไม่เกิน 10 คน) ไม่บังคับ | 200 ฿/กลุ่ม |
| รถยนต์ ไม่บังคับ | 30 ฿/คัน |
| จักรยานยนต์ ไม่บังคับ | 20 ฿/คัน |
ค่าเข้าซื้อผ่านแอป QueQ หรือเงินสดที่ด่าน ค่าไกด์เงินสด · ราคาอาจเปลี่ยนตามฤดูกาล ควรเช็กกับสถานที่
- มีเด็ก เด็กโตที่เดินเก่งไปได้ ระยะ 3.2 กม. มีขึ้นลง
- ผู้สูงอายุ ต้องแข็งแรง ที่ระดับ 2,000 ม. เหนื่อยง่าย
- วีลแชร์ ไม่รองรับ มีบันไดและสันเขาแคบ
- สัตว์เลี้ยง อุทยานแห่งชาติโดยทั่วไปไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้า
- ร้านที่ศูนย์บริการ กม. 42หมูปิ้ง กาแฟร้อน
- ตลาดเช้าบ้านขุนกลางผักผลไม้เมืองหนาว 06:00–09:00
- สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ร้านอาหารโครงการหลวง
- เดินตามไกด์และอยู่บนทางเดิน
- เก็บขยะกลับ
- ห้ามเก็บดอกไม้หรือพืช
- ห้ามนั่งหรือยืนบนราวกั้น
- อากาศหนาวและลมแรง
- บันไดและสะพานไม้ลื่นยามเช้า
- สันเขาแคบ ต้องเดินเรียงแถว
ไปเดือนไหนดี
แตะแต่ละเดือนบนวงล้อเพื่อดูอากาศ ฝน ฝุ่น และความหนาแน่นของคน จากสถิติย้อนหลัง 10 ปี
ช่วงที่ดีที่สุด · พ.ย.–ธ.ค. ทะเลหมอกยามเช้า · ธ.ค.–ม.ค. หนาวจัดมีเหมยขาบ · ม.ค.–มี.ค. กุหลาบพันปีบาน
ควรระวัง · 1 มิ.ย.–31 ต.ค. เส้นทางปิด · มี.ค.–เม.ย. หมอกควันบังวิว
7°ม.ค.
9°ก.พ.
11°มี.ค.
13°เม.ย.
13°พ.ค.
13°มิ.ย.
13°ก.ค.
13°ส.ค.
13°ก.ย.
12°ต.ค.
10°พ.ย.
7°ธ.ค.
ต.ค. ตามสถิติ 12–18°C · ฝนเฉลี่ย 186 มม. (25 วันฝนตก) · ฟ้าโปร่ง 4 วัน · PM2.5 เฉลี่ย 8
เรื่องราวของที่นี่
เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน อยู่ราวกิโลเมตรที่ 42 ของทางหลวง 1009 สายจอมทอง-ยอดดอยอินทนนท์ ใกล้พระมหาธาตุเจดีย์คู่ ต่ำกว่ายอดดอยราว 5 กิโลเมตร จุดเริ่มต้นอยู่ที่ระดับราว 2,157 เมตร เป็นทางเดินวงรอบยาว 3.2 กิโลเมตร ใช้เวลา 2–3 ชั่วโมง มีจุดสื่อความหมาย 21 จุด ผ่านป่าดิบเขาที่มีมอสคลุมต้นไม้ ทุ่งหญ้าบนสันเขา และหน้าผาที่มีกุหลาบพันปีขึ้นอยู่ ทุกกลุ่มต้องเดินกับไกด์ท้องถิ่น
อ่านต่ออีก 22 ย่อหน้า
คำว่า "กิ่ว" ในภาษาเหนือหมายถึงสันเขาแคบ ๆ ที่อยู่ระหว่างหุบสองฝั่ง ส่วน "แม่ปาน" คือชื่อลำห้วยแม่ปานที่ไหลลงจากภูเขาด้านนี้ กิ่วแม่ปานจึงหมายถึงสันเขาแคบเหนือต้นน้ำแม่ปาน ช่วงที่แคบที่สุดของเส้นทางเป็นสันเขาที่มีหุบลึกทั้งสองข้าง ต้องเดินเรียงแถวตามไกด์
ภูเขาลูกนี้เดิมชื่อ "ดอยหลวง" หรือ "ดอยอ่างกา" ตามแอ่งพรุใกล้ยอดดอยที่มีฝูงกามาเล่นน้ำ แอ่งนั้นปัจจุบันคือเส้นทางอ่างกาหลวง พรุมอสสแฟกนัมที่สูงที่สุดของประเทศ และเป็นต้นน้ำแม่กลางที่ไหลลงแม่น้ำปิง ชาวเชียงใหม่ถือว่าน้ำจากอ่างกาศักดิ์สิทธิ์ ใช้ในพิธีสำคัญหลายครั้ง ส่วนตัวภูเขาเป็นหินแกรนิตในเทือกเขาถนนธงชัย ยอดสูงสุด 2,565 เมตร สูงที่สุดในประเทศไทย
พระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 7 และพระราชบิดาของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ทรงห่วงใยป่าไม้บนภูเขาทางเหนือ และมีพระประสงค์ให้เก็บพระอัฐิไว้บนดอยหลวง วิกิพีเดียภาษาอังกฤษระบุว่าครองเมืองตั้งแต่ ค.ศ. 1870 ส่วนแหล่งไทยมักระบุ พ.ศ. 2416 พระองค์ถึงแก่พิราลัยวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2440 แล้วภูเขาลูกนี้จึงถูกเรียกว่าดอยอินทนนท์
เรื่องที่เล่าต่อกันมาคือเจ้าดารารัศมีอัญเชิญพระอัฐิส่วนหนึ่งขึ้นไปบรรจุในกู่บนยอดดอย แต่ศิลปวัฒนธรรมสรุปงานของสมฤทธิ์ ลือชัย ว่าเรื่องนี้ปรากฏในหนังสือรุ่นหลังเท่านั้น ส่วนบันทึกของคนใกล้ชิดเจ้าดารารัศมีสามท่าน คือ ม.จ.พูนพิศมัย ดิศกุล เจ้าแสงดาว ณ เชียงใหม่ และเจ้าแก้วนวรัฐ กล่าวถึงเพียงการขึ้นไปทำเครื่องหมายไว้บนยอดดอย ไม่ได้พูดถึงการบรรจุพระอัฐิ ทุกวันนี้กู่พระเจ้าอินทวิชยานนท์ยังตั้งอยู่และผู้คนยังมาสักการะ ม.จ.พูนพิศมัยยังเล่าว่าเจ้าดารารัศมีจารึกพระนามไว้บนก้อนหินบนยอดดอย ส่วนป้ายที่กู่ระบุว่าเจ้าดารารัศมีสร้างกู่เมื่อมีนาคม พ.ศ. 2458 กองทัพอากาศสร้างเจดีย์เล็กข้างกู่ใน พ.ศ. 2518 และเมื่อทรุดโทรมหลังปี 2529 ก็สร้างใหม่ด้วยแรงศรัทธาของทายาทเจ้านายล้านนา พระสงฆ์ ทหารอากาศ และประชาชน (ข้อมูลส่วนนี้มาจากการถอดความป้าย ยังต้องตรวจสอบ)
ไหล่เขาของดอยอินทนนท์เป็นที่อยู่ของชาวปกาเกอะญอมานาน เช่น บ้านแม่กลางหลวง บ้านผาหมอน บ้านหนองหล่ม และชาวม้งที่บ้านขุนกลางใกล้ที่ทำการอุทยาน ก่อนทศวรรษ 2510 ชาวบ้านทำไร่หมุนเวียน ล่าสัตว์ และปลูกฝิ่น การสูญเสียป่าต้นน้ำกลายเป็นปัญหาระดับประเทศ วันนี้มีชุมชนราว 35 หมู่บ้านที่พึ่งพาผืนป่าในอุทยาน และชาวปกาเกอะญอกับม้งเป็นผู้นำการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
ชาวม้งบ้านขุนกลางอยู่บนระดับราว 1,400 เมตรในลุ่มน้ำแม่กลาง วิทยานิพนธ์ของจุฬาฯ ปี 2542 ระบุว่าหมู่บ้านมีอายุราว 100 ปี หรือสามชั่วคน ฝิ่นเคยเป็นพืชเงินสดหลักก่อนถูกแทนด้วยพืชเมืองหนาว สำนักสงฆ์ขุนกลางตั้งปี 2519 โรงเรียนปี 2520 ไฟฟ้าเข้าหมู่บ้าน 29 สิงหาคม 2527 ประชากรเพิ่มจาก 737 คนในปี 2529 เป็น 1,129 คนใน 163 ครัวเรือนในปี 2541 ช่วงนั้นชาวบ้านยังต้องยืนยันสิทธิ์ไม่อพยพออกจากพื้นที่เดิม
ประวัติชาวปกาเกอะญอบ้านแม่กลางหลวงมีหลายสำนวน บทความของสถาบันวิจัยสังคม จุฬาฯ ระบุว่ากลุ่มสะกอมาถึงย่านบ้านหลวงตั้งแต่ พ.ศ. 2330 และตั้งหมู่บ้านเมื่อ พ.ศ. 2477 โดยครอบครัวของนายเปอะโละเก ขณะที่ไทยโพสต์เล่าว่าเริ่มตั้งรกรากราว พ.ศ. 2413 โดยนายตาโรจากแม่ฮ่องสอน ช่วงทศวรรษ 2520–2530 ชาวนาพื้นราบจอมทองขัดแย้งเรื่องน้ำกับชุมชนบนดอย ปี 2538 ผู้นำแม่กลางหลวงร่วมตั้งเครือข่ายลุ่มน้ำ และปี 2542 สมศักดิ์ คีรีภูมิทอง ริเริ่มการท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งตั้งแต่ปี 2552 รายได้ถูกนำไปทำถนน แนวกันไฟ และทุนการศึกษา
วันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2515 รัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร ประกาศให้ดอยอินทนนท์เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งที่ 6 ของไทย พื้นที่ราว 270 ตารางกิโลเมตร วันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2517 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จฯ ดอยขุนกลางเป็นครั้งแรก มีพระราชดำริให้ขยายเขตอุทยานเพื่อคุ้มครองต้นน้ำ ปีเดียวกันพระองค์ยังเสด็จพระราชดำเนินเดินป่าราว 6 กิโลเมตรไปทอดพระเนตรต้นกาแฟอาราบิกาไม่กี่ต้นที่บ้านหนองหล่ม-ผาหมอน แล้วโครงการหลวงก็แจกเมล็ดพันธุ์ให้หมู่บ้านปกาเกอะญอกว่า 10 หมู่บ้าน ซึ่งกลายเป็นต้นแม่พันธุ์กาแฟของพื้นที่
กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2522 มูลนิธิโครงการหลวงตั้งสถานีวิจัยโครงการหลวงอินทนนท์ใกล้บ้านขุนกลาง เพื่อวิจัยพืชเมืองหนาวทดแทนฝิ่น ภายหลังยกระดับเป็นสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ทุกวันนี้ครอบครัวชาวปกาเกอะญอและม้งปลูกกาแฟ เบญจมาศ และผักส่งโครงการหลวง แหล่งข้อมูลยังระบุวันก่อตั้งสถานีต่างกัน คือ กุมภาพันธ์ 2522 และ 30 มกราคม 2523 รวมถึงขนาดพื้นที่ 150 หรือ 600 ไร่ สถานีตั้งอยู่บนไร่ฝิ่นเดิม และในปี 2560 ชาวม้งบ้านขุนกลางกับบ้านขุนวางร่วมกันส่งผักผลไม้และดอกไม้ราว 10 ตันไปถวายในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพรัชกาลที่ 9
พ.ศ. 2530 กองทัพอากาศร่วมกับประชาชนสร้างพระมหาธาตุเจดีย์นภเมทนีดลถวายรัชกาลที่ 9 ในวาระเจริญพระชนมพรรษา 60 พรรษา และ พ.ศ. 2535 สร้างพระมหาธาตุเจดีย์นภพลภูมิสิริถวายสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงในวาระเดียวกัน ช่วงท้ายของเส้นทางกิ่วแม่ปานมีจุดชมที่มองเห็นเจดีย์คู่นี้ บนยอดดอยยังมีสถานีเรดาร์ของกองทัพอากาศ และเชื่อกันว่าถนนขึ้นยอดดอยยาว 48 กิโลเมตรในเขตอุทยานถูกตัดโดยกองทัพบกในทศวรรษ 2510 เพื่อเข้าถึงสถานีนี้ ส่วนเจดีย์องค์ที่สามข้างเจดีย์คู่ วางศิลาฤกษ์เมื่อ 27 ธันวาคม 2567 โดย พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล และมีพิธีเริ่มก่อสร้างวันที่ 3 เมษายน 2569 โดย พล.อ.อ.เสกสรร คันธา กำหนดเสร็จสิงหาคม 2571 ทั้งนี้สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นที่มาของพระมหาธาตุองค์ที่สอง เสด็จสวรรคตเมื่อตุลาคม 2568
เอกสารทางการของอุทยานไม่ได้ระบุปีที่เปิดเส้นทางกิ่วแม่ปาน แหล่งข้อมูลรองเล่าต่างกันไป บางแห่งว่าวางแผนตั้งแต่ พ.ศ. 2540 และเปิดเป็นเส้นทางเดินเองใน พ.ศ. 2544 บางแห่งว่าเปิดราว พ.ศ. 2542 เดิมเป็นเส้นทางลาดตระเวนป้องกันการลักลอบล่าสัตว์และบุกรุกป่า ก่อนจะดึงดูดนักดูนกเข้ามา จึงพอสรุปได้ว่าเปิดให้คนทั่วไปเดินราว พ.ศ. 2542–2544 หลักฐานที่ใกล้ทางการที่สุดคือข่าวประชาสัมพันธ์ของ EGCO ปี 2563 ซึ่งเรียกกิ่วแม่ปานว่าเป็นเส้นทางห้องเรียนธรรมชาติแห่งแรกที่ EGCO ร่วมกับกรมป่าไม้พัฒนา และบอกว่าเส้นทางให้บริการมาแล้ว 20 ปี จึงน่าจะเปิดราว พ.ศ. 2542–2543
ราว พ.ศ. 2547 อุทยานร่วมกับชุมชนฝึกชาวบ้านที่เคยทำไร่และล่าสัตว์ให้เป็นไกด์นำเที่ยว เพื่อให้มีรายได้แทนการปลูกฝิ่นและการล่าสัตว์ พ.ศ. 2550 มูลนิธิไทยรักษ์ป่าโดยการสนับสนุนของ EGCO ช่วยพัฒนาเส้นทาง ราวปี 2555–2556 นักเดินป่าบันทึกว่ามีค่าไกด์ 200 บาทเก็บที่ปากทาง ซึ่งยังเป็นอัตราเดิมมาถึงปัจจุบัน
แหล่งข่าวภาษาอังกฤษส่วนใหญ่ระบุว่าไกด์เป็นชาวม้งจากบ้านขุนกลาง ขณะที่เว็บไซต์ประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลระบุชมรมท่องเที่ยวบ้านแม่กลางหลวงซึ่งเป็นชาวปกาเกอะญอเป็นผู้ติดต่อ ส่วนข่าวภาษาไทยบอกเพียงว่าเป็นมัคคุเทศก์ท้องถิ่น จำนวนไกด์เพิ่มขึ้นทุกปี ฤดูกาล 2567–68 มี 215 คน (ผู้ใหญ่ 137 เยาวชน 78) ฤดูกาล 2568–69 มี 328 คน (ผู้ใหญ่ 217 เยาวชน 111)
เส้นทางปิดทุกปีระหว่าง 1 มิถุนายนถึง 31 ตุลาคม เพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัวและซ่อมสะพานไม้ แล้วเปิดใหม่วันที่ 1 พฤศจิกายน โดยมีพิธีเปิดที่จุดชมวิว กม. 42 ราว 06:30 น. ปี 2565 อุณหภูมิตอนเปิดอยู่ที่ 10 องศา ปี 2566 แบ่งเป็น 3 รอบต่อวัน รอบละราว 200 คน ส่วนวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 เปิดท่ามกลางฝนและหมอกที่ 14 องศา
ความนิยมสูงก็ทำให้เกิดปัญหา ธันวาคม พ.ศ. 2559 ช่วงวันหยุดยาว รถติดยาวกว่า 2 กิโลเมตรหน้ากิ่วแม่ปาน และมีภาพนักท่องเที่ยวนั่งและยืนบนราวกั้นจุดชมวิวเพื่อถ่ายรูปจนเป็นข่าวดัง หัวหน้าอุทยานเตือนว่าจะดำเนินคดีและลงโทษไกด์ที่ปล่อยให้ทำ งานวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ตีพิมพ์ปี 2561 พบว่าเส้นทางมีปัญหาขยะจากนักท่องเที่ยวเกินขีดรองรับ และเสนอให้จำกัดจำนวนคน
ปี 2562 มูลนิธิไทยรักษ์ป่า EGCO อุทยาน และกลุ่มไกด์ท้องถิ่นปรับปรุงเส้นทางครั้งใหญ่ สถาปนิกอนุรักษ์ จุฬาภรณ์ นันทพานิช แห่งป่าเหนือสตูดิโอ สำรวจผลกระทบ แล้วทำทางเดินไม้เนื้อแข็งบนเสาเหล็กที่ปักเฉพาะจุด ให้ดินไม่ถูกเหยียบอัดและสัตว์เล็กลอดผ่านได้ ทำป้ายใหม่ที่ทนความชื้น และมีแอปลงทะเบียนลดการรอคิว ส่งมอบให้อุทยานเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2563 (บางบล็อกเขียนว่าปรับปรุงปี 2561 แต่ปีนั้นคือเส้นทางยอดดอย) ช่วงโควิด-19 เส้นทางปิดตั้งแต่ 9 มกราคม พ.ศ. 2564 เพราะคณะกรรมการไกด์กังวลว่าเชื้อจะเข้าชุมชน แล้วเปิดอีกครั้ง 3 กุมภาพันธ์ 2564 วันนั้นอุณหภูมิ 6 องศา และกุหลาบพันปีบานเต็มหน้าผา ต่อมาเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2564 อุทยานเปิดพร้อมระบบจองและจำกัดคน 2,000 คนต่อวันทั้งอุทยาน
วันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2559 เฮลิคอปเตอร์ UH-72A ของกองทัพบก หมายเลข 9656 ขาดการติดต่อขณะบินกลับพิษณุโลกหลังภารกิจช่วยน้ำท่วมที่แม่ฮ่องสอน วันรุ่งขึ้นพบซากบนเนินเขาย่านกิ่วแม่ปาน ราว กม. 45–46 ห่างสถานีเรดาร์ราว 2 กิโลเมตร ผู้อยู่บนเครื่องทั้ง 5 นายเสียชีวิต รวมถึง พล.ต.นพพร เรือนจันทร์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4
ตั้งแต่ปี 2566 ดอยอินทนนท์เป็นหนึ่งใน 6 อุทยานแรกที่ใช้ตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ผ่านแอป QueQ ซื้อล่วงหน้าได้ 15 วัน ฤดูกาลพฤศจิกายน 2566–พฤษภาคม 2567 มีคนเดินกิ่วแม่ปาน 117,383 คน (ไทย 78,543 ต่างชาติ 38,840) และฤดูกาลถัดมา 123,776 คน (ไทย 80,950 ต่างชาติ 42,826)
กิ่วแม่ปานคือหนึ่งในจุดที่หนาวที่สุดของประเทศ เช้าฤดูหนาวมักอยู่ที่ 0–9 องศา และเมื่อยอดหญ้าติดลบจะเกิด "เหมยขาบ" หรือน้ำค้างแข็ง วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2562 กิ่วแม่ปานวัดได้ 2 องศาขณะยอดดอย −1 องศา วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569 เกิดเหมยขาบเป็นครั้งที่ 24 ของฤดู ยอดหญ้าวัดได้ −3.5 องศา กิ่วแม่ปาน 4 องศา และวันก่อนหน้านั้นมีคนขึ้นดอยถึง 11,999 คน สถิติอื่นที่น่าสนใจ คือ 17 ธันวาคม 2556 กิ่วแม่ปาน 0 องศา ยอดดอย −2 องศา และมีแม่คะนิ้งยาวกว่า 5 กิโลเมตร วันที่ 21 ธันวาคม 2560 เวลา 06:30 วัดได้ −5 องศาด้วยเทอร์โมมิเตอร์ที่พื้นหน้าหอดูดาวแห่งชาติ กม. 44.4 ซึ่ง สดร. เรียกว่าไม่เคยมีมาก่อน (เป็นค่าที่พื้น ไม่ใช่อุณหภูมิอากาศทางการ) และฤดูหนาว 2568–69 เกิดเหมยขาบติดต่อกัน 12 วัน (22 ธ.ค. 2568–2 ม.ค. 2569) ทำลายสถิติเดิม 10 วันของเดือนมกราคม 2567
ระบบนิเวศบนเส้นทางหาได้ยากในเมืองไทย ช่วงแรกเป็นป่าเมฆที่มีมอส เฟิร์น และกล้วยไม้อิงอาศัย จากนั้นออกสู่ทุ่งหญ้าแบบกึ่งอัลไพน์ที่พบในไทยอีกเพียงดอยผ้าห่มปกและดอยเชียงดาว หน้าผาเป็นที่ขึ้นของกุหลาบพันปีสีแดง (Rhododendron arboreum) ที่บานปีละครั้งราวธันวาคม-มีนาคม และมีน้ำตกลานเสด็จเล็ก ๆ ใกล้จุดเริ่มต้น ผาแง่มน้อยเป็นก้อนหินคู่ที่มีหินรูปหัวใจตกอยู่ข้าง ๆ
บนหน้าผามีกวางผาอาศัยอยู่กว่า 30 ตัว บางเช้าเห็นยืนอยู่บนชะง่อนหิน อุทยานดอยอินทนนท์มีนกกว่า 380 ชนิด ชนิดเด่นบนยอดดอยได้แก่ นกกินปลีหางยาวเขียวชนิดย่อยเฉพาะดอยอินทนนท์ และนกเขียวปีกแดง ส่วนแมลงเด่นคือด้วงอินทนนท์สีน้ำเงินอมม่วง
วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2569 คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้เสนอดอยอินทนนท์เป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียนแห่งที่ 11 ของไทย ข้อมูลประกอบระบุว่ามีป่าปกคลุม 89.49% พืช 1,271 ชนิด (เฉพาะถิ่น 43 ชนิด) และนก 378 ชนิด ผู้เชี่ยวชาญของศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพอาเซียนลงพื้นที่ 23–25 กันยายน 2569 และคาดว่าจะได้รับการรับรองภายในปี 2570 ส่วนการเปิดเส้นทางฤดูกาลใหม่ตามปกติคือ 1 พฤศจิกายน 2569
- ราว 2360ประสูติเจ้าอินทนนท์
- 2413/2416ขึ้นเป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 7 (แหล่งข้อมูลต่างกัน)
- 23 พ.ย. 2440พระเจ้าอินทวิชยานนท์ถึงแก่พิราลัย ดอยหลวงเป็นดอยอินทนนท์
- ราว 2443ชาวม้งตั้งบ้านขุนกลาง (ราว 100 ปีก่อน 2542)
- มี.ค. 2458ป้ายระบุว่าเจ้าดารารัศมีสร้างกู่บนยอดดอย (ยังต้องตรวจสอบ)
- 2477ตั้งบ้านแม่กลางหลวง (บางแหล่งว่า 2330 หรือ 2413)
- 2 ต.ค. 2515ตั้งอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ แห่งที่ 6 ของไทย
ดูอีก 37 เหตุการณ์
- 16 ม.ค. 2517รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ดอยขุนกลางครั้งแรก มีพระราชดำริขยายอุทยาน
- 2518กองทัพอากาศสร้างเจดีย์เล็กข้างกู่บนยอดดอย
- 2520ตั้งโรงเรียนบ้านขุนกลาง
- ก.พ. 2522ตั้งสถานีวิจัยโครงการหลวงอินทนนท์
- 29 ส.ค. 2527ไฟฟ้าเข้าบ้านขุนกลาง
- 2530สร้างพระมหาธาตุเจดีย์นภเมทนีดล
- 2535สร้างพระมหาธาตุเจดีย์นภพลภูมิสิริ
- 2538ตั้งเครือข่ายลุ่มน้ำของชุมชนบนดอย
- 2540วางแผนเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ (ตามบล็อก)
- ราว 2542–2544เปิดเส้นทางกิ่วแม่ปานให้คนทั่วไปเดิน
- 2542บ้านแม่กลางหลวงเริ่มการท่องเที่ยวชุมชน
- 2547ฝึกชาวบ้านเป็นไกด์นำทาง
- 2550มูลนิธิไทยรักษ์ป่า (EGCO) เริ่มโครงการเส้นทางห้องเรียนธรรมชาติ
- 2551กรมอุทยานฯ EGCO และมูลนิธิไทยรักษ์ป่าร่วมมือพัฒนาเส้นทาง
- 2556ค่าไกด์ 200 บาทต่อกลุ่ม
- 17 ธ.ค. 2556กิ่วแม่ปาน 0°C ยอดดอย −2°C แม่คะนิ้งยาวกว่า 5 กม.
- ธ.ค. 2559นักท่องเที่ยวนั่งบนราวกั้นจนเป็นข่าว รถติดกว่า 2 กม.
- 14 ส.ค. 2559เฮลิคอปเตอร์ทหารตกย่านกิ่วแม่ปาน เสียชีวิต 5 นาย
- 21 ธ.ค. 2560วัดที่พื้นหน้าหอดูดาวได้ −5°C
- 2562ปรับปรุงทางเดินบนเสาเหล็ก ป้ายใหม่ และแอปจองคิว (ส่งมอบ 12 ก.พ. 2563)
- 12 ก.พ. 2563ส่งมอบเส้นทางที่ปรับปรุงให้อุทยาน
- 8 ธ.ค. 2562กิ่วแม่ปาน 2°C ยอดดอย −1°C
- 9 ม.ค. 2564ปิดเส้นทางชั่วคราวช่วงโควิด-19
- 3 ก.พ. 2564เปิดอีกครั้ง 6°C กุหลาบพันปีบาน
- 10 พ.ย. 2564เปิดอุทยานพร้อมระบบจองและจำกัดคน
- 7 มิ.ย. 2565ใช้ค่าเข้าอุทยานอัตราใหม่
- 2566เริ่มตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน QueQ
- 1 พ.ย. 2567เปิดฤดูกาลใหม่ ไกด์ 215 คน ฤดูกาลก่อนมีคนเดิน 117,383 คน
- 27 ธ.ค. 2567วางศิลาฤกษ์เจดีย์องค์ที่สาม
- 1 พ.ย. 2568เปิดฤดูกาลใหม่ 14°C ไกด์ 328 คน ฤดูกาลก่อน 123,776 คน
- ต.ค. 2568สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จสวรรคต
- 22 ธ.ค. 2568–2 ม.ค. 2569เหมยขาบติดต่อกัน 12 วัน สถิติใหม่
- 1 ม.ค. 2569เหมยขาบครั้งที่ 24 ยอดหญ้า −3.5°C
- 3 เม.ย. 2569พิธีเริ่มสร้างเจดีย์องค์ที่สาม กำหนดเสร็จ ส.ค. 2571
- 15 ก.ย. 2569ครม.อนุมัติเสนอชื่ออุทยานมรดกแห่งอาเซียน
- 1 พ.ย. 2569กำหนดเปิดฤดูกาลใหม่ตามปกติ
- 2571คาดว่าเจดีย์องค์ที่สามจะสร้างเสร็จ










เช็คอินและรูปจากนักเที่ยว
ไปถึงแล้วกดเช็คอิน เก็บตราประทับ และบอกคนอื่นว่าตอนนี้ที่นี่เป็นยังไง
ตรวจก่อนว่าคุณอยู่ในระยะเช็คอินไหม จะได้ไม่ต้องกรอกเสียเปล่า
ต้องเปิดตำแหน่งและอยู่ใกล้ที่นี่ไม่เกิน 3 กม. · เช็คอินได้วันละ 1 ครั้งต่อสถานที่ · มาหลายวันก็เก็บได้ทุกวัน
ลงรูปได้จากทุกที่ ไม่ต้องอยู่ในระยะเช็คอิน · เลือกได้ครั้งละไม่เกิน 20 รูป · JPG / PNG / WebP · ระบบลบข้อมูลตำแหน่ง GPS ในรูปให้อัตโนมัติ
ไปยังไง
ทางหลวง 1009 ชันและคดเคี้ยว เช้ามีหมอกและน้ำค้าง ใช้เกียร์ต่…
ทางหลวง 108 แล้ว 1009 ถึง กม. 42
เช่าในเมือง ควร 150cc ขึ้นไป · 250–450 บาท/วัน
ขึ้นรถที่ตลาดจอมทอง · 200–300 บาท/คน
รวมยอดดอยและน้ำตก · 1,200–1,800 บาท/คน
ทางหลวง 108 เชียงใหม่-ฮอด ถึง กม. 58 เลี้ยวขวาเข้าทางหลวง 1009 ขึ้นดอยอินทนนท์ ถึง กม. 42 ใกล้พระมหาธาตุเจดีย์คู่
ลานจอดที่ศูนย์บริการหน้าเส้นทาง กม. 42 เต็มเร็วช่วงวันหยุด
เติมที่จอมทองก่อนขึ้นดอย
4G ใช้ได้ที่ลานจอด บนเส้นทางบางช่วงอ่อน
06:00–16:00 (ลงทะเบียนตั้งแต่ 05:30 รอบสุดท้ายราว 15:50)
ราว 100 กม. จากตัวเมืองเชียงใหม่
Kew Mae Pan Nature Trail
300 บาท
ที่พักใกล้กิ่วแม่ปาน
ราคาโดยประมาณต่อคืน สำหรับ 2 คน (สัปดาห์หน้า) · ราคาจริงขึ้นกับวันที่จอง
ถามบ่อย
ก่อนไปกิ่วแม่ปาน
รวมคำตอบที่นักเที่ยวอยากรู้ก่อนออกเดินทาง อ่านจบในนาทีเดียว
กิ่วแม่ปานเปิดเดือนไหน
เปิด 1 พ.ย.–31 พ.ค. ปิด 1 มิ.ย.–31 ต.ค. เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ
ต้องจ้างไกด์ไหม
ต้อง 200 บาทต่อกลุ่ม ไม่เกิน 10 คน
เดินนานแค่ไหน
วงรอบ 3.2 กม. ราว 2–3 ชั่วโมง มีขึ้นลงและบันได
กุหลาบพันปีบานเดือนไหน
ราว ธ.ค.–มี.ค. บานมากช่วง ม.ค.–ก.พ.
หนาวแค่ไหน
เช้าฤดูหนาว 0–9°C บางวันยอดหญ้าติดลบเกิดเหมยขาบ
วีลแชร์ไปได้ไหม
ไม่ได้ ทางเลือกคือทางเดินไม้อ่างกาหลวงใกล้ยอดดอย

พร้อมออกเดินทางไปกิ่วแม่ปานหรือยัง
วันที่ดีที่สุดในสัปดาห์นี้คือ พฤหัส 29 ต.ค. · เช็คอินเมื่อไปถึงเพื่อเก็บแสตมป์
