01เวลาเปิด เวลาที่ใช้ และมุมถ่ายรูป
เดินข้ามสะพานได้ตลอด 24 ชม.
1–2 ชั่วโมง
ริมน้ำฝั่งเมือง — สะพานเต็มแนวกับแม่น้ำ
ฟรี
ไฮไลต์ห้ามพลาด
01
02
03
047 วันข้างหน้า
ไปวันไหนดี
ในสัปดาห์นี้
แตะการ์ดวันที่อยากไป เพื่อดูรายละเอียดอากาศ ฝน ฝุ่น และรายชั่วโมงของวันนั้น
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน · อาจมีละอองฝนบางช่วง
ช่วงเช้ามีหมอกหนา มองเห็นได้ไม่ถึง 1 กม. เปิดไฟหน้าและขับช้า
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ช่วงดีที่สุด 06:00–15:00 ฝนน้อย · อาจมีละอองฝนบางช่วง
ช่วงเช้ามีหมอกหนา มองเห็นได้ไม่ถึง 1 กม. เปิดไฟหน้าและขับช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ช่วงดีที่สุด 06:00–11:00 ฝนน้อย · อาจมีละอองฝนบางช่วง
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน · อาจมีละอองฝนบางช่วง
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
สะพานข้ามแม่น้ำแคว
สะพานข้ามแม่น้ำแควเป็นสะพานรถไฟเหล็กข้ามแม่น้ำแควใหญ่ในจังหวัดกาญจนบุรี ส่วนหนึ่งของทางรถไฟสายไทย–พม่า หรือ “ทางรถไฟสายมรณะ” ที่ญี่ปุ่นสร้างในสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยแรงงานเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรและแรงงานชาวเอเชีย สะพานเหล็กเสร็จใน พ.ศ. 2486 และปัจจุบันรถไฟยังวิ่งผ่านทุกวัน
- เดินสะพาน คนน้อย
- ศูนย์รถไฟไทย–พม่าและสุสานดอนรัก
- พระอาทิตย์ตกและไฟประดับยามค่ำ
ควรถึง มาก่อน 09:00 คนน้อย แสงเช้าสวย หรือช่วงเย็นรอพระอาทิตย์ตก
- ริมน้ำฝั่งเมืองสะพานเต็มแนวกับแม่น้ำเย็น
- ปลายสะพานรางรถไฟกับโครงเหล็กโค้งเช้า
- ร้านริมน้ำสะพานยามค่ำมีไฟประดับค่ำ
แกลเลอรี
ภาพจาก Wikimedia Commons และผู้ร่วมเผยแพร่ · เครดิตเต็มดูได้ที่หน้าแบบเดิม
ข้อควรรู้เฉพาะที่นี่
รถไฟยังวิ่งผ่าน หลบเข้าช่องหลบเมื่อได้ยินสัญญาณ
ทางเดินไม่มีราวกั้นด้านแม่น้ำ ดูแลเด็กเล็ก
บนสะพานไม่มีร่มเงา
ช่วงก่อนและหลังรถไฟผ่านคนหนาแน่น
- เช็กเวลารถไฟก่อนเดินบนสะพาน
- นั่งรถไฟข้ามสะพานไปถ้ำกระแซ ได้ยินเสียงล้อบนเหล็ก
- แวะศูนย์รถไฟไทย–พม่าและสุสานดอนรักให้เข้าใจเรื่องราว
- ช่วงเย็นชมพระอาทิตย์ตกจากร้านริมน้ำ
ผู้ใหญ่ 0 บาท · ใช้เวลาเที่ยว 1–2 ชั่วโมง
วันหยุดยาวและช่วงงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว
| เดินข้ามสะพาน | ฟรี |
| รถไฟชั้น 3 สายน้ำตก ชาวต่างชาติ (ราคาเหมา) ไม่บังคับ | 100 ฿/คน |
เงินสดเป็นหลัก ร้านค้าบางร้านรับโอน · ราคาอาจเปลี่ยนตามฤดูกาล ควรเช็กกับสถานที่
- มีเด็ก เด็กเที่ยวได้ แต่ต้องจับมือตลอดบนสะพานเพราะไม่มีราวกั้น
- ผู้สูงอายุ เดินได้แต่พื้นเป็นแผ่นเหล็กและไม้ ระวังสะดุด
- วีลแชร์ พื้นสะพานไม่เรียบ ไม่เหมาะกับวีลแชร์
- สัตว์เลี้ยง ควรอุ้มหรือจูงสัตว์เลี้ยงใกล้ตัว ระวังรถไฟ
- ร้านอาหารริมแม่น้ำแควใหญ่อาหารไทยและปลาแม่น้ำ
- ร้านค้ารอบสะพานของว่างและของที่ระลึก
- เคารพสถานที่ในฐานะอนุสรณ์ผู้เสียชีวิต
- หลบให้รถไฟตามสัญญาณ
- ไม่ปีนโครงเหล็ก
- ไม่ยืนค้างกลางรางเพื่อถ่ายรูปเมื่อรถไฟใกล้มา
- รถไฟวิ่งผ่าน ระวังตลอดเวลา
- ไม่มีราวกั้นด้านแม่น้ำ
- แดดแรงช่วงกลางวัน
งานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว (ปลาย พ.ย.–ต้น ธ.ค.)
ไปเดือนไหนดี
แตะแต่ละเดือนบนวงล้อเพื่อดูอากาศ ฝน ฝุ่น และความหนาแน่นของคน จากสถิติย้อนหลัง 10 ปี
ช่วงที่ดีที่สุด · พ.ย. – ก.พ. อากาศเย็นสบาย และปลาย พ.ย.–ต้น ธ.ค. มีงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแควพร้อมแสงสีเสียง
ควรระวัง · มี.ค. – พ.ค. ร้อนจัด สะพานไม่มีร่มเงา ช่วงสายวันหยุดคนแน่นมาก
21°ม.ค.
22°ก.พ.
24°มี.ค.
26°เม.ย.
26°พ.ค.
25°มิ.ย.
25°ก.ค.
25°ส.ค.
25°ก.ย.
24°ต.ค.
23°พ.ย.
22°ธ.ค.
ต.ค. ตามสถิติ 24–31°C · ฝนเฉลี่ย 279 มม. (22 วันฝนตก) · ฟ้าโปร่ง 2 วัน · PM2.5 เฉลี่ย 14
เรื่องราวของที่นี่
สะพานข้ามแม่น้ำแควตั้งอยู่ที่ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมืองกาญจนบุรี ห่างตัวเมืองไปทางเหนือราว 4 กิโลเมตรตามทางหลวงหมายเลข 323 เป็นสะพานรถไฟเหล็กข้ามแม่น้ำแควใหญ่ และเป็นส่วนหนึ่งของทางรถไฟสายไทย–พม่าที่รู้จักกันในชื่อ “ทางรถไฟสายมรณะ” ยาว 415 กิโลเมตร ปัจจุบันรถไฟยังวิ่งผ่านทุกวัน และสะพานถูกยกย่องให้เป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ
อ่านต่ออีก 25 ย่อหน้า
จุดเริ่มต้นมาจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ศิลปวัฒนธรรมสรุปว่า วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2484 กองทัพญี่ปุ่นเริ่มเจรจากับไทยขอสร้างทางรถไฟทหาร 2 สาย คือสายหนองปลาดุก–กาญจนบุรี–ตันบูซายัด กับสายชุมพร–กระบุรี ญี่ปุ่นสำรวจเส้นทางในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2485 และวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2485 ทั้งสองฝ่ายหารือกันโดยญี่ปุ่นขอครอบครองและใช้ทางรถไฟจนกว่าสงครามจะสิ้นสุด
การก่อสร้างเริ่มจากทั้งฝั่งไทยและฝั่งพม่า ศิลปวัฒนธรรมระบุว่าเริ่มเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2485 ขณะที่บางแหล่งระบุมิถุนายน พ.ศ. 2485 เดิมคาดว่าต้องใช้เวลาราว 6 ปี แต่เมื่อการขนส่งทางทะเลของญี่ปุ่นเสียหายหนัก ญี่ปุ่นจึงสั่งเร่งให้เสร็จภายในสิงหาคม พ.ศ. 2486 ทางรถไฟเปิดใช้เมื่อ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2486 หลังก่อสร้างราว 16 เดือน
ญี่ปุ่นเลือกท่ามะขามเป็นจุดข้ามแม่น้ำ เพราะพื้นดินมั่นคงกว่าและน้ำท่วมน้อยกว่าแนวที่ผ่านตัวเมืองกาญจนบุรี จุดนี้อยู่ราวกิโลเมตรที่ 56 นับจากสถานีหนองปลาดุก เชลยศึกอังกฤษกลุ่มแรกมาถึงเมื่อ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2485 และตั้งค่ายที่ฝรั่งเรียกว่า Tamarkan ซึ่งตอนแรกมีเพียงเรือนหลังคาจาก 5 หลังในรั้วล้อม ต่อมาราวกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2486 เชลยศึกดัตช์จากหมู่เกาะอินเดียตะวันออกราว 1,000 คน ภายใต้ร้อยเอกเฮนดริก ทิลเลมา มาสมทบ และสร้างเรือนเพิ่มอีก 5 หลัง รวมกำลังพลในค่ายราว 2,000 คน
แรงงานหลักคือเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรราว 60,000 คน และแรงงานชาวเอเชียที่ถูกเกณฑ์หรือจ้างมาจากหลายชาติ ทั้งทมิฬ พม่า ชวา ญวน มลายู และจีน ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 250,000 คน บางแหล่งระบุว่ารวมกว่า 400,000 คน ต้องทำงานวันละ 16–20 ชั่วโมง ท่ามกลางความร้อน ฝนหนัก โรคระบาดอย่างอหิวาตกโรค และการขาดแคลนอาหารและยา
ตัวเลขผู้เสียชีวิตแตกต่างกันมาก ญี่ปุ่นประเมินว่าเชลยศึกเสียชีวิตราว 10,000 คน และกุลีราว 30,000 คน ขณะที่ฝ่ายสัมพันธมิตรประเมินว่าเชลยศึกเสียชีวิตราว 12,000 คน และกุลีราว 250,000 คน แหล่งอื่นระบุรวมกว่า 150,000 คน หรือเฉลี่ยราว 360 คนต่อทางรถไฟ 1 กิโลเมตร ต้นปี พ.ศ. 2568 ยังมีการพบโครงกระดูกแรงงานชาวทมิฬกว่า 100 ร่างในกาญจนบุรี
ฝ่ายญี่ปุ่นมีคำอธิบายที่ต่างออกไป ศิลปวัฒนธรรมเคยแปลบันทึกความทรงจำของนายพลนากามูระ ผู้บัญชาการกองทัพญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ซึ่งอ้างว่าเชลยศึกในเขตกาญจนบุรีเสียชีวิตมากเพราะอหิวาตกโรคระบาดที่บ้านนิเถะ ไม่ได้เกิดจากการกระทำของญี่ปุ่น และระบุตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ว่า “ห้าพันกว่าคน” ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเชลยศึกและกรรมกรชาวมลายู นี่เป็นคำกล่าวอ้างฝ่ายเดียวที่ยังไม่มีหลักฐานอิสระยืนยัน และขัดกับบันทึกของเชลยศึกจำนวนมาก
สะพานที่ท่ามะขาม หรือที่ฝรั่งเรียกว่า Tamarkan เป็นสะพานหมายเลข 277 ของทางรถไฟสายนี้ ญี่ปุ่นสร้างสะพานไม้ชั่วคราวขึ้นก่อนเสร็จราวกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2486 ส่วนสะพานเหล็กถาวรเสร็จราวมิถุนายน พ.ศ. 2486 เชลยศึกชาวดัตช์จำนวนมากที่มาถึงช่วงต้นปี พ.ศ. 2486 เป็นผู้หล่อตอม่อ โครงเหล็กว่ากันว่านำมาจากเกาะชวา และนับเป็นสะพานเหล็กแห่งเดียวที่ญี่ปุ่นสร้างในไทย
ที่ท่ามะขามมีสะพาน 2 แห่งคู่กัน สะพานไม้แบบโครงขาหยั่งสร้างก่อน และใช้งานได้ราวกุมภาพันธ์–มีนาคม พ.ศ. 2486 เมื่อขบวนรถไฟขบวนแรกข้ามไป ส่วนสะพานเหล็ก 11 ช่วงใช้โครงเหล็กที่ญี่ปุ่นรื้อมาจากสะพานแห่งหนึ่งในเกาะชวาเมื่อ พ.ศ. 2485 แหล่งข้อมูลระบุว่าเสร็จราวพฤษภาคมถึงมิถุนายน พ.ศ. 2486 ช่วงนั้นญี่ปุ่นเร่งงานแบบที่เชลยศึกเรียกว่า “สปีโด” (Speedo) แต่เมื่อสะพานเหล็กเสร็จ ท่าทีของผู้คุมก็ผ่อนลง ค่ายถึงกับจัดการแสดงดนตรีทุกสัปดาห์
เชลยศึกอังกฤษที่สร้างสะพานอยู่ภายใต้การนำของพันโทฟิลิป ทูซีย์ แห่งกรมทหารปืนใหญ่สนามที่ 135 ซึ่งเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่ถูกส่งจากสิงคโปร์มาไทยในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2485 กลุ่มของเขามีอัตราการเสียชีวิตต่ำที่สุดกลุ่มหนึ่งในบรรดาหน่วยแรงงานบนทางรถไฟ ต่างจากตัวละคร “พันเอกนิโคลสัน” ในภาพยนตร์ที่เป็นเรื่องแต่ง หลังสะพานเสร็จ เชลยศึกส่วนใหญ่ถูกย้ายกลับไปหนองปลาดุก
ทูซีย์ร้องเรียนเรื่องการทารุณเชลยศึกจนถูกทุบตีอยู่บ่อยครั้ง เขาต่อรองให้ได้สิ่งจำเป็นด้วยเหตุผลว่าจะช่วยให้งานเสร็จเร็วขึ้น และแอบก่อวินาศกรรมเท่าที่ไม่เป็นอันตรายต่อลูกน้อง เช่น ให้เก็บปลวกมาปล่อยกัดกินโครงไม้ และผสมคอนกรีตให้ไม่ได้คุณภาพ เขาเคยปกปิดการหลบหนีของเชลยศึกนาน 48 ชั่วโมงจนถูกลงโทษ ส่วนผู้หลบหนีถูกจับได้และถูกประหาร ฝ่ายญี่ปุ่นเองยกย่องว่าค่ายท่ามะขามเป็นค่ายเชลยศึกที่บริหารดีที่สุดบนทางรถไฟสายนี้
บุคคลสำคัญฝ่ายไทยคือนายบุญผ่อง ศิริเวชชพันธุ์ (พ.ศ. 2449–2525) พ่อค้าชาวกาญจนบุรีที่ส่งเสบียงให้ค่าย และร่วมมือกับทูซีย์ลักลอบนำอาหาร ยา และเงินเข้าไปช่วยเชลยศึก ทั้งที่เสี่ยงชีวิต เซอร์เอ็ดเวิร์ด “เวียรี” ดันลอป ศัลยแพทย์เชลยศึกชาวออสเตรเลีย กล่าวว่าเขา “ช่วยชีวิตคนไว้จำนวนมหาศาล” ต่อมามีการตั้งทุน Weary Dunlop–Boonpong ส่งศัลยแพทย์ไทยไปฝึกอบรมที่ออสเตรเลีย บ้านของเขาที่ตลาดปากแพรกยังมีนิทรรศการเล็ก ๆ ให้ชม และเรื่องราวของเขาถูกสร้างเป็นละคร “บุญผ่อง” ของไทยพีบีเอส
หลังสะพานเสร็จ ท่ามะขามกลายเป็นค่ายโรงพยาบาลตั้งแต่ราวพฤษภาคม พ.ศ. 2486 แม้จะแทบไม่มียาและอาหาร ปลายปีเดียวกันถูกปรับเป็นค่ายพักฟื้นรองรับผู้ป่วยราว 1,500 คน และทูซีย์ถูกย้ายไปหนองปลาดุกในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2486 บันทึกของหน่วยปืนกลออสเตรเลียระบุว่า 2 ใน 3 ของผู้เสียชีวิตที่ท่ามะขามใน พ.ศ. 2486 ป่วยด้วยโรคบิด ต้น พ.ศ. 2487 ค่ายมีเชลยศึกอังกฤษ ออสเตรเลีย และอเมริกันเกือบ 3,000 คน พัสดุกาชาดแจกครั้งแรกเมื่อ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2487 โดย 6 คนต้องแบ่งกัน 1 กล่อง และจดหมายฉบับแรกมาถึงเมื่อ 28 พฤษภาคม ช่วงเดียวกัน ญี่ปุ่นเริ่มคัดคนที่แข็งแรงส่งไปญี่ปุ่นทางไซ่ง่อน
วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2487 มีการเปิดอนุสรณ์ผู้เสียชีวิตใกล้ค่ายท่ามะขาม แหล่งข้อมูลยังไม่ตรงกันว่าเชลยศึกเป็นผู้สร้างเพื่อรำลึกถึงเพื่อน หรือกองทัพญี่ปุ่นเป็นผู้สร้าง งานศึกษาภาษาไทยเรื่อง Kanchanaburi Ireito ระบุว่ากองทัพญี่ปุ่นสั่งให้สร้างอนุสรณ์ในกาญจนบุรีช่วง พ.ศ. 2486–2487 ตามแนวคิดทางศาสนาเรื่องการปลอบดวงวิญญาณผู้ตาย ควบคู่กับอุดมการณ์สงครามของญี่ปุ่นในยุคนั้น
ค่ายเชลยศึกอยู่ห่างสะพานเหล็กเพียงราว 60 หลา และอยู่ใกล้ฐานปืนต่อสู้อากาศยานของญี่ปุ่น ผู้บังคับบัญชาเชลยศึกขอให้ย้ายค่ายหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ วันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2487 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตร 21 ลำเข้าโจมตี ระเบิด 4 ลูกตกในค่าย เชลยศึกเสียชีวิต 18 คน และบาดเจ็บ 37 คน บางแหล่งระบุ 68 คน ธันวาคม พ.ศ. 2487 สะพานไม้ถูกทำลาย และเชลยศึกถูกบังคับให้ซ่อมหลังการโจมตีแต่ละครั้ง กลางกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2488 ช่วงสะพานเหล็กถูกทำลาย 1 ช่วง และอีก 2 ช่วงพังลงในการโจมตีช่วงเมษายนถึงมิถุนายน
ช่วง พ.ศ. 2487–2488 ฝ่ายสัมพันธมิตรทิ้งระเบิดทั้งสะพานไม้และสะพานเหล็กหลายครั้ง ครั้งสำคัญคือวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2488 เครื่องบินลิเบอเรเตอร์ของฝูงบิน 159 กองทัพอากาศอังกฤษและอีก 2 ฝูง เข้าโจมตี เครื่องบิน 2 ลำทิ้งระเบิดหน่วงเวลาจากความสูงราว 500 ฟุต ทำลายช่วงสะพานได้ลำละ 1 ช่วง ขณะที่เครื่องบินที่เหลือทำลายสะพานไม้ที่อยู่ใกล้กัน ทำให้เส้นทางขาดตอนโดยสมบูรณ์ บางส่วนของสะพานยังมีร่องรอยสะเก็ดระเบิดให้เห็น
หลังญี่ปุ่นยอมแพ้ ค่ายท่ามะขามถูกรื้อจนหมดภายในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2488 ร่างผู้เสียชีวิตตามแนวทางรถไฟถูกย้ายไปฝังใหม่ที่สุสานทหารสัมพันธมิตรช่องไก่และสุสานดอนรัก ยกเว้นร่างทหารอเมริกันที่ถูกส่งกลับสหรัฐอเมริกา
หลังสงคราม วันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2488 ผู้แทนรัฐบาลไทยลงนามรับทราบข้อบังคับของฝ่ายสัมพันธมิตรที่เมืองแคนดี อังกฤษถือว่าทางรถไฟเป็นทรัพย์สินของตน และต้นปี พ.ศ. 2489 ได้รื้อรางออกไปแล้ว 30 กิโลเมตรในพม่าและ 6 กิโลเมตรในไทย อังกฤษเสนอขายให้ไทยครั้งแรก 3 ล้านปอนด์ ลดเหลือ 1.5 ล้านปอนด์ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2489 คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้เจรจาเมื่อ 30 กันยายน พ.ศ. 2489 และตกลงราคาสุดท้ายที่ 1,250,000 ปอนด์
รัฐบาลไทยซ่อมสะพานจนใช้งานได้อีกครั้งใน พ.ศ. 2489 ช่วงสะพานเหล็กโค้งเป็นของเดิมตั้งแต่ พ.ศ. 2486 ส่วนช่วงกลางที่เป็นโครงเหล็กทรงสี่เหลี่ยม 2 ช่วงเป็นของที่ทำขึ้นใหม่หลังสงคราม ข้อมูลท่องเที่ยวระบุว่าญี่ปุ่นจัดหามาเป็นค่าปฏิกรรมสงคราม
สะพานโด่งดังไปทั่วโลกจากนวนิยายของปีแยร์ บูล และภาพยนตร์ The Bridge on the River Kwai ใน พ.ศ. 2500 ซึ่งได้รางวัลออสการ์ แม้สะพานในภาพยนตร์จะเป็นสะพานไม้สูงที่ต่างจากของจริง ชื่อ “Kwai” เองก็มาจากการออกเสียงคำว่า “แคว” (ลำน้ำสาขา) ของเชลยศึกอังกฤษ เมื่อมีนักท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์มากขึ้น ทางการจึงเปลี่ยนชื่อลำน้ำช่วงนี้เป็นแม่น้ำแควใหญ่ใน พ.ศ. 2503
ภาพยนตร์ถูกอดีตเชลยศึกวิจารณ์อย่างหนัก เพราะผิดจากข้อเท็จจริงหลายเรื่อง ทั้งชื่อแม่น้ำ การวางฉากไว้กลางป่าลึก ทั้งที่จริงอยู่ใกล้เมือง การมีสะพานเพียงแห่งเดียวแทนที่จะเป็น 2 แห่ง และการแสดงภาพนายทหารอาวุโสอังกฤษว่าร่วมมือกับญี่ปุ่น ทูซีย์ไม่อยากออกมาเรียกร้องความสนใจ แต่ในที่สุดก็เขียนจดหมายถึงหนังสือพิมพ์ Daily Telegraph จนอดีตเชลยศึกคนอื่นกล้าออกมาพูดตาม เมื่อสงครามจบเขามีน้ำหนักเหลือราว 47 กิโลกรัม ต่อมาได้เป็นประธานสหพันธ์อดีตเชลยศึกตะวันออกไกลแห่งชาติ ได้รับบรรดาศักดิ์อัศวินใน พ.ศ. 2517 และถึงแก่กรรมเมื่อ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2518
ทุกปีจังหวัดกาญจนบุรีจัด “งานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว” ช่วงปลายพฤศจิกายนถึงต้นธันวาคม เดิมมักจัดราววันที่ 25 พฤศจิกายน–6 ธันวาคม มีนิทรรศการประวัติศาสตร์ การแสดงพื้นบ้าน การออกร้าน และการแสดงแสง สี เสียงที่จำลองเหตุการณ์ทิ้งระเบิดสะพาน
เคยมีการเสนอให้ทางรถไฟสายนี้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกใน พ.ศ. 2561 แต่ต้องชะลอไว้ เนื่องจากความกังวลด้านความสัมพันธ์ไทย–ญี่ปุ่น โดยเฉพาะการใช้คำว่า “ทางรถไฟสายมรณะ” ใน พ.ศ. 2568–2569 มีการผลักดันประเด็นนี้อีกครั้ง ขณะที่พิพิธภัณฑ์สงครามบางแห่งในกาญจนบุรีต้องปิดตัวเพราะขาดงบประมาณ
ปัจจุบันเดินข้ามสะพานได้ฟรีตลอดวัน และรถไฟสายกาญจนบุรี–น้ำตกยังวิ่งผ่านหลายเที่ยวต่อวัน บนสะพานมีช่องหลบให้คนเดินถอยเข้าไปเมื่อรถไฟมา ข้อมูลท่องเที่ยวระบุว่ามีขบวนจากสถานีธนบุรีวันละ 2 เที่ยว เวลา 07.45 และ 13.55 น. ชาวต่างชาติจ่ายค่าโดยสารเหมา 100 บาท เส้นทางผ่านสะพานไม้ถ้ำกระแซ ไปสิ้นสุดที่สถานีน้ำตกใกล้น้ำตกไทรโยคน้อย
รอบสะพานมีสถานที่ที่ช่วยให้เข้าใจประวัติศาสตร์มากขึ้น ได้แก่ สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก ห่างราว 2.6 กิโลเมตร ศูนย์รถไฟไทย–พม่า ห่างราว 2.5 กิโลเมตร พิพิธภัณฑ์สงคราม JEATH และช่องเขาขาด (Hellfire Pass) ห่างออกไปราว 72 กิโลเมตร ริมน้ำฝั่งเมืองยังมีร้านอาหารและเรือนแพที่เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตก
สะพานข้ามแม่น้ำแควเป็นอนุสรณ์ของผู้เสียชีวิตหลายหมื่นคน ผู้มาเยือนควรเคารพสถานที่ ระวังตัวเมื่อรถไฟกำลังจะผ่าน เพราะสะพานไม่มีราวกั้นระหว่างทางเดินกับแม่น้ำ ดูแลเด็กเล็กให้ใกล้ตัว และไม่ยืนค้างกลางสะพานเมื่อใกล้เวลารถไฟ
- 248420 ธ.ค. ญี่ปุ่นเริ่มเจรจาขอสร้างทางรถไฟทหารผ่านไทย
- 2485มิ.ย. ญี่ปุ่นสำรวจเส้นทาง เชลยศึกอังกฤษกลุ่มแรกจากสิงคโปร์มาถึงไทย
- 248519 ส.ค. ไทย–ญี่ปุ่นหารือ ญี่ปุ่นขอครอบครองทางรถไฟจนสิ้นสงคราม
- 248526 ต.ค. เชลยศึกอังกฤษมาถึงท่ามะขาม ตั้งค่าย Tamarkan
- 2485พ.ย. เริ่มก่อสร้างทั้งฝั่งไทยและพม่า (ตามศิลปวัฒนธรรม)
- 2486ต้นปี เชลยศึกดัตช์ราว 1,000 คนมาถึงท่ามะขาม (แหล่งข้อมูลระบุ ม.ค. หรือ ก.พ.)
- 2486ก.พ.–มี.ค. สะพานไม้ใช้งานได้ รถไฟขบวนแรกข้าม
ดูอีก 19 เหตุการณ์
- 2486พ.ค.–มิ.ย. สะพานเหล็ก 11 ช่วงเสร็จ ท่ามะขามเริ่มเป็นค่ายโรงพยาบาล
- 248617 ต.ค. เปิดใช้ทางรถไฟไทย–พม่า 415 กม.
- 2486ปลายปี เปลี่ยนเป็นค่ายพักฟื้น ทูซีย์ย้ายไปหนองปลาดุกใน ธ.ค.
- 248721 มี.ค. เปิดอนุสรณ์ผู้เสียชีวิตใกล้ค่ายท่ามะขาม
- 248723 พ.ค. แจกพัสดุกาชาดครั้งแรก
- 248729 พ.ย. ระเบิดตกในค่าย เชลยศึกเสียชีวิต 18 คน
- 2487ธ.ค. สะพานไม้ถูกทำลาย เชลยศึกถูกบังคับให้ซ่อม
- 2488กลาง ก.พ. ช่วงสะพานเหล็กถูกทำลาย 1 ช่วง
- 248824 มิ.ย. เครื่องบิน RAF ทำลายช่วงสะพานเหล็ก 2 ช่วง
- 24888 ก.ย. ผู้แทนไทยลงนามรับข้อบังคับฝ่ายสัมพันธมิตรที่แคนดี
- 2488ต.ค. ค่ายท่ามะขามถูกรื้อหมด ย้ายร่างผู้เสียชีวิตไปสุสานดอนรักและช่องไก่
- 2489ซ่อมสะพานใช้งานได้อีกครั้ง ไทยซื้อทางรถไฟจากอังกฤษ 1,250,000 ปอนด์
- 2500ภาพยนตร์ The Bridge on the River Kwai ออกฉาย
- 2503เปลี่ยนชื่อลำน้ำช่วงนี้เป็นแม่น้ำแควใหญ่
- 2517ฟิลิป ทูซีย์ได้รับบรรดาศักดิ์อัศวิน
- 251822 ธ.ค. ทูซีย์ถึงแก่กรรม
- 252529 ม.ค. บุญผ่อง ศิริเวชชพันธุ์ถึงแก่กรรม
- 2561เสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลกแต่ชะลอไว้
- 2568พบโครงกระดูกแรงงานชาวทมิฬกว่า 100 ร่างในกาญจนบุรี







เช็คอินและรูปจากนักเที่ยว
ไปถึงแล้วกดเช็คอิน เก็บตราประทับ และบอกคนอื่นว่าตอนนี้ที่นี่เป็นยังไง
ตรวจก่อนว่าคุณอยู่ในระยะเช็คอินไหม จะได้ไม่ต้องกรอกเสียเปล่า
ต้องเปิดตำแหน่งและอยู่ใกล้ที่นี่ไม่เกิน 1.5 กม. · เช็คอินได้วันละ 1 ครั้งต่อสถานที่ · มาหลายวันก็เก็บได้ทุกวัน
ลงรูปได้จากทุกที่ ไม่ต้องอยู่ในระยะเช็คอิน · เลือกได้ครั้งละไม่เกิน 20 รูป · JPG / PNG / WebP · ระบบลบข้อมูลตำแหน่ง GPS ในรูปให้อัตโนมัติ
ไปยังไง
จากตัวเมืองกาญจนบุรีใช้ทางหลวง 323 ไปทางเหนือราว 4 กม. แยกซ้…
ทางหลวง 323
สายน้ำตก ลงสถานีสะพานแควใหญ่ · ต่างชาติ 100 บาท
จากตัวเมืองกาญจนบุรีใช้ทางหลวง 323 ไปทางเหนือราว 4 กม. แล้วแยกซ้ายราว 400 ม. ถึงสะพาน
ลานจอดรถเอกชนและร้านค้ารอบสะพาน (มีค่าบริการบางจุด)
ปั๊มน้ำมันในตัวเมืองกาญจนบุรีและริมทางหลวง 323
สัญญาณมือถือดี
เดินข้ามสะพานได้ตลอด 24 ชม.
ราว 4 กม. จากตัวเมืองกาญจนบุรี
สะพานข้ามแม่น้ำแคว
0 บาท
ที่พักใกล้สะพานข้ามแม่น้ำแคว
ราคาโดยประมาณต่อคืน สำหรับ 2 คน (สัปดาห์หน้า) · ราคาจริงขึ้นกับวันที่จอง
ถามบ่อย
ก่อนไปสะพานข้ามแม่น้ำแคว
รวมคำตอบที่นักเที่ยวอยากรู้ก่อนออกเดินทาง อ่านจบในนาทีเดียว
สะพานข้ามแม่น้ำแควสร้างเมื่อไหร่
สะพานไม้ชั่วคราวเสร็จราว ก.พ. 2486 และสะพานเหล็กเสร็จราว มิ.ย. 2486
เดินข้ามสะพานเสียเงินไหม
ไม่เสีย เดินได้ตลอดวัน แต่ต้องระวังรถไฟ
ทำไมเรียกทางรถไฟสายมรณะ
เพราะเชลยศึกและแรงงานเอเชียเสียชีวิตหลายหมื่นถึงกว่าแสนคนระหว่างก่อสร้าง
ช่วงไหนของสะพานเป็นของเดิม
ช่วงโครงเหล็กโค้งเป็นของเดิม ส่วนช่วงกลางทรงสี่เหลี่ยม 2 ช่วงทำใหม่หลังถูกทิ้งระเบิด
งานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแควจัดเมื่อไหร่
ช่วงปลายพฤศจิกายนถึงต้นธันวาคมของทุกปี

พร้อมออกเดินทางไปสะพานข้ามแม่น้ำแควหรือยัง
วันที่ดีที่สุดในสัปดาห์นี้คือ พฤหัส 29 ต.ค. · เช็คอินเมื่อไปถึงเพื่อเก็บแสตมป์
