01เวลาเปิด เวลาที่ใช้ และมุมถ่ายรูป
ทุกวัน ราว 08:00–17:00
1–2 ชม.
ลานศาลบน — ศาลบนฐานรูปเรือกับทะเล
ฟรี
ไฮไลต์ห้ามพลาด
01
02
03
047 วันข้างหน้า
ไปวันไหนดี
ในสัปดาห์นี้
แตะการ์ดวันที่อยากไป เพื่อดูรายละเอียดอากาศ ฝน ฝุ่น และรายชั่วโมงของวันนั้น
ช่วงที่ควรไป ช่วงดีที่สุด 06:00–17:00 ฝนน้อย · อาจมีละอองฝนบางช่วง
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ช่วงดีที่สุด 06:00–16:00 ฝนน้อย · อาจมีละอองฝนบางช่วง
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน · อาจมีละอองฝนบางช่วง
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ช่วงดีที่สุด 11:00–19:00 ฝนน้อย · อาจมีละอองฝนบางช่วง
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน · อาจมีละอองฝนบางช่วง
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ช่วงดีที่สุด 06:00–14:00 ฝนน้อย · อาจมีละอองฝนบางช่วง
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ช่วงดีที่สุด 06:00–08:00 ฝนน้อย · อาจมีละอองฝนบางช่วง
ช่วงเช้ามีหมอกหนา มองเห็นได้ไม่ถึง 1 กม. เปิดไฟหน้าและขับช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หาดทรายรี
ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ตั้งอยู่ริมหาดทรายรี ห่างตัวเมืองชุมพรราว 20 กม. ตรงจุดที่พลเรือเอก พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ องค์บิดาของทหารเรือไทย สิ้นพระชนม์เมื่อ 19 พฤษภาคม 2466 มีศาลล่างริมหาดตรงที่ประทับเดิม และศาลบนบนเนินเขาที่มีฐานเป็นรูปเรือหันหน้าออกทะเล
ข้างหาดจอดเรือรบหลวงชุมพร เรือตอร์ปิโดที่ต่อในอิตาลี ตั้งไว้เป็นอนุสรณ์ และมีสวนสมุนไพรหมอพรบนเนิน ไม่เสียค่าเข้าชม ช่วงมกราคม–เมษายนตอนเช้าเที่ยวสบายที่สุด
- ไหว้ศาลล่างริมหาด แล้วขึ้นศาลบนชมวิว
- ชมเรือรบหลวงชุมพรและสวนสมุนไพรหมอพร
- อาหารทะเลร้านริมหาดทรายรี
ควรถึง มาก่อน 16:00 เพื่อชมศาลทั้งสองและเรือได้ครบ
- ลานศาลบนศาลบนฐานรูปเรือกับทะเลเช้า
- เนินเขาเหนือหาดหาดทรายรีโค้งยาวเช้า–บ่าย
- เรือรบหลวงชุมพรตัวเรือเต็มลำบ่าย
แกลเลอรี
ภาพจาก Wikimedia Commons และผู้ร่วมเผยแพร่ · เครดิตเต็มดูได้ที่หน้าแบบเดิม
ข้อควรรู้เฉพาะที่นี่
- มาช่วงเช้า แดดยังไม่แรงและคนน้อย
- ไหว้ศาลล่างก่อน แล้วขึ้นศาลบนชมวิวหาด
- แวะสวนสมุนไพรหมอพรบนเนินก่อนถึงศาลบน
- หากมาวันที่ 19 พ.ค. หรือ 19 ธ.ค. คนจะแน่นและที่จอดรถเต็มเร็ว
ผู้ใหญ่ 0 บาท · ใช้เวลาเที่ยว 1–2 ชม.
เสาร์–อาทิตย์ วันหยุดยาว 19 พฤษภาคม และ 19 ธันวาคม
| เข้าชมศาลและชายหาด คนไทย | ฟรี |
| เข้าชมศาลและชายหาด ต่างชาติ | ฟรี |
เงินสดสำหรับดอกไม้ ของไหว้ และร้านค้าริมหาด · ราคาอาจเปลี่ยนตามฤดูกาล ควรเช็กกับสถานที่
- มีเด็ก เหมาะ เด็กชอบชมเรือรบ และเล่นน้ำตื้นริมหาดได้
- ผู้สูงอายุ เหมาะ ศาลล่างอยู่ระดับพื้น ศาลบนมีถนนให้รถขึ้น
- วีลแชร์ บางส่วน ศาลล่างเข้าถึงได้ ศาลบนและตัวเรือมีบันได
- สัตว์เลี้ยง ไม่แนะนำในบริเวณศาล
- ร้านริมหาดทรายรีอาหารทะเลและอาหารตามสั่ง
- ตัวเมืองชุมพรร้านอาหารและตลาดเย็น
- แต่งกายสุภาพเมื่อขึ้นศาล
- ไหว้ด้วยความสงบ ไม่ส่งเสียงดัง
- ไม่ปีนป่ายตัวเรือหรือรูปปั้น
- ไม่ทิ้งขยะบนชายหาด
- แดดจัดบนลานศาลบน
- ทางขึ้นเนินชัน
- ฝนหนักและคลื่นลมช่วง ต.ค.–ธ.ค.
19 พ.ค. วันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ · 19 ธ.ค. วันอาภากร (วันคล้ายวันประสูติ) มีพิธีที่ศาลบน
โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ (ตัวเมือง) · เหตุฉุกเฉิน 1669 · ตำรวจท่องเที่ยว 1155
ไปเดือนไหนดี
แตะแต่ละเดือนบนวงล้อเพื่อดูอากาศ ฝน ฝุ่น และความหนาแน่นของคน จากสถิติย้อนหลัง 10 ปี
ช่วงที่ดีที่สุด · มกราคม–เมษายนฝนน้อย ฟ้าเปิด ทะเลสงบ เดินชมศาลบนเนินและชายหาดได้สบาย ควรมาช่วงเช้าก่อนแดดแรง
ควรระวัง · ตุลาคม–ธันวาคมเป็นช่วงฝนชุกที่สุดของชุมพร มีมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ คลื่นลมแรง ศาลยังเปิดแต่เดินกลางแจ้งไม่สะดวก
24°ม.ค.
25°ก.พ.
25°มี.ค.
26°เม.ย.
26°พ.ค.
26°มิ.ย.
25°ก.ค.
25°ส.ค.
25°ก.ย.
25°ต.ค.
25°พ.ย.
24°ธ.ค.
ต.ค. ตามสถิติ 25–29°C · ฝนเฉลี่ย 244 มม. (27 วันฝนตก) · ฟ้าโปร่ง 1 วัน · PM2.5 เฉลี่ย 5
เรื่องราวของที่นี่
ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ที่หาดทรายรี อำเภอเมืองชุมพร ตั้งอยู่ตรงจุดที่พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 ทหารเรือและชาวบ้านเรียกพระองค์ด้วยความรักว่า "เสด็จเตี่ย" ที่นี่มีศาลสองแห่ง คือศาลล่างริมหาดตรงที่ประทับเดิม และศาลบนบนเนินเขาปลายหาด ซึ่งมีฐานทำเป็นรูปเรือหันหน้าออกทะเล ใกล้กันจอดเรือรบหลวงชุมพรไว้เป็นอนุสรณ์ มีสวนสมุนไพรหมอพรบนเนินเขา
อ่านต่ออีก 24 ย่อหน้า
พระองค์ประสูติเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2423 เป็นพระราชโอรสลำดับที่ 28 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมารดาคือเจ้าจอมมารดาโหมด ธิดาเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ ในตระกูลบุนนาค เพราะพระมารดาไม่ใช่เจ้านาย พระองค์จึงไม่อยู่ในลำดับสืบราชสมบัติ
ปลาย พ.ศ. 2436 ไม่นานหลังสยามเสียดินแดนลาวให้ฝรั่งเศส รัชกาลที่ 5 ทรงส่งพระองค์กับสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ไปศึกษาวิชาทหารที่อังกฤษ พระองค์เข้าโรงเรียนเตรียมนายเรือ The Limes เมษายน พ.ศ. 2440 ทรงฝึกภาคทะเลบนเรือมหาจักรี และพฤศจิกายนปีเดียวกันได้เป็นนักเรียนนายเรือ (midshipman) ในราชนาวีอังกฤษ ประจำเรือ HMS Revenge แล้วย้ายไปอีกหลายลำ แต่กองทัพเรืออังกฤษไม่ให้เรียนวิชายุทธวิธี การปืน และตอร์ปิโด เพราะถือเป็นความลับ
มีเรื่องเล่าว่าเมื่อพระชนมายุราว 18 พรรษา ระหว่างรับราชการในราชนาวีอังกฤษ พระองค์ทรงนำทหารยกพลขึ้นบกปราบจลาจลบนเกาะครีต ซึ่งขณะนั้นอยู่ใต้การปกครองของตุรกี นานราว 3 เดือน เรื่องนี้พระองค์เล่าให้พระยาหาญกลางสมุทร (บุญมี พันธุมนาวิน) ฟัง และนิตยสารศิลปวัฒนธรรมนำมาเล่าต่อ แต่วิกิพีเดียภาษาอังกฤษระบุว่ายังไม่มีหลักฐานยืนยันและอาจเป็นตำนาน ส่วนรัชกาลที่ 5 ทรงประเมินใน พ.ศ. 2440 ว่าพระอัธยาศัยดีขึ้นมาก และเหมาะกับงานทหารมากกว่างานพลเรือน
พ.ศ. 2443 พระองค์เสด็จกลับสยามเพื่อร่วมวางรากฐานราชนาวี ทรงดูแลกรมศึกษาทหารเรือ และระหว่าง พ.ศ. 2446–2453 ทรงเป็นรองผู้บัญชาการทหารเรือ วางแนวทางให้ทหารเรือสยามทันสมัยตามแบบตะวันตก
ช่วงรองผู้บัญชาการทหารเรือ พระองค์ทรงวางระบบการศึกษาของทหารเรือ ใน พ.ศ. 2448 ทรงเป็นเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ และเป็นประธานกรรมการปรับปรุงหลักสูตรโรงเรียนนายเรือ ทรงสอนนักเรียนด้วยพระองค์เอง เป้าหมายคือให้นายทหารไทยเป็นครูและผู้บังคับบัญชาได้เองโดยไม่ต้องพึ่งชาวต่างประเทศ พ.ศ. 2450 ทรงเป็นผู้บังคับการเรือมกุฎราชกุมาร นำนักเรียนนายเรือและนักเรียนช่างกลไปฝึกในต่างประเทศ และให้เปลี่ยนสีเรือจากขาวเป็นสีหมอกที่สิงคโปร์ สมัยนั้นทหารเรือแตกเป็นรุ่นเก่าที่เลื่อนชั้นตามประสบการณ์ ซึ่งมีทั้งเชื้อสายมอญ มุสลิม และจาม กับรุ่นใหม่ที่เรียนตามระบบใหม่และมักดูแคลนรุ่นเก่า พระองค์จึงให้รุ่นใหม่ฝึกเดินเรือภายใต้การควบคุมของรุ่นเก่า ครั้งหนึ่งเรือเกยหินที่ไม่มีในแผนที่ และนายทหารรุ่นเก่าเป็นผู้นำเรือออกมาได้ เป็นบทเรียนว่าความรู้กับความชำนาญไม่เหมือนกัน ที่บางพระ ชลบุรี ทรงให้ทหารได้อาหารเหมือนกันทุกคน และไม่ยอมรับอาหารพิเศษที่จัดถวาย
ต้นรัชกาลที่ 6 พระองค์ทรงออกจากราชการไปเป็นนายทหารกองหนุน ศรัณย์ ทองปาน เสนอว่ามีต้นเหตุจากเหตุวิวาทระหว่างนายทหารเรือที่เมาสุรากับมหาดเล็ก และมีข่าวลือเรื่องคิดการชิงราชสมบัติ ทางการจึงให้ตำรวจติดตามความเคลื่อนไหว ช่วงนี้พระองค์ศึกษาตำรายาไทยและสมุนไพร และรักษาชาวบ้านในนาม "หมอพร" อยู่ราว 6 ปี มีเรื่องเล่าว่าทรงปราบนักเลงย่านนางเลิ้งแล้วรับไว้เป็นลูกน้อง
พระองค์ยังเป็นศิษย์ของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท (พ.ศ. 2390–2466) คนใกล้ชิดประมาณว่าทรงฝากตัวเป็นศิษย์ราว พ.ศ. 2447–2452 เรื่องเล่าว่าเรือพระที่นั่งจอดพักที่ศาลาวัด แล้วทรงเห็นหลวงปู่เสกหัวปลีเป็นกระต่าย จึงทรงสนทนากันนานหลายชั่วโมง เมื่อหลวงปู่เข้ากรุงเทพฯ จะพักที่วังนางเลิ้งซึ่งพระองค์สร้างเรือนไว้ให้ พระองค์เสด็จวัดเกือบทุกปี ทรงเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถ และพระโอรสเคยบรรพชาเป็นสามเณรโดยมีหลวงปู่เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์กลางปี 2466 หลวงปู่ศุขเสียใจมาก เริ่มป่วย และมรณภาพในปลายปีเดียวกัน
เมื่อสยามประกาศสงครามกับเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่ 1 พระองค์กลับเข้ารับราชการเป็นจเรทหารเรือใน พ.ศ. 2460 และปีต่อมาเป็นเสนาธิการทหารเรือ
คำเรียก "เสด็จเตี่ย" มีที่มาที่เล่าต่อกันว่า ใน พ.ศ. 2462 ระหว่างฝึกภาคทะเลบนเรือหลวงพาลีรั้งทวีป พระองค์เห็นนักเรียนนายเรือขัดดาดฟ้าอย่างเงอะงะ จึงลงมือสาธิตเอง ข้อสันนิษฐานนี้มาจากพลเรือโท ศรี ดาวราย
บทความศิลปวัฒนธรรมเล่ารายละเอียดว่า นักเรียนนายเรือรุ่นที่ศรี ดาวราย สอบเข้าได้ เข้าเรียนที่โรงเรียนนายเรือในพระราชวังเดิม ธนบุรี เมื่อ 6 ตุลาคม 2462 แล้วราว 8–11 ตุลาคมขึ้นเรือหลวงพาลีรั้งทวีปและเรือหลวงมรุธวสิตสวัสดิ์ไปฝึกที่สัตหีบ ขณะนั้นพระองค์เป็นเสนาธิการทหารเรือและผู้อำนวยการฝึก นอกจากนี้ในหมู่พระโอรส พระธิดา และทหารใกล้ชิด โปรดให้เรียกว่า "ติ๊ดเตี่ย" และบุญมี พันธุมนาวิน เล่าว่าชาวจีนเรียกพระองค์ว่า "เตี่ย" เพราะทรงรักษาโรคให้โดยไม่คิดเงิน ใน พ.ศ. 2506 นาวาเอกสวัสดิ์ จันทนี ให้เหตุผลในรายการโทรทัศน์ของกองทัพเรือว่าทหารเรือรักพระองค์เพราะทรงยุติธรรม ไม่ถือพระองค์ ไม่รับสินบน และแยกเรื่องราชการกับเรื่องส่วนตัว
พ.ศ. 2463 พระองค์เสด็จไปอังกฤษเพื่อเจรจาซื้อเรือพิฆาต HMS Radiant ซึ่งได้ชื่อใหม่ว่าเรือพระร่วง และทรงเป็นผู้บังคับการเรือนำกลับสยามด้วยพระองค์เอง ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2465 ทรงรักษาการเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ทรงเสนอให้ใช้ที่ดินหลวงที่สัตหีบเป็นที่ตั้งฐานทัพเรือ และ 1 เมษายน 2466 ได้รับแต่งตั้งเป็นเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดของทหารเรือ
เพียงไม่กี่วันหลังรับตำแหน่ง พระองค์กราบบังคมลาออกเพราะพระโรคภายในที่เป็นอยู่เดิม แล้วเสด็จไปพักรักษาพระองค์ที่มณฑลสุราษฎร์ (เดิมชื่อมณฑลชุมพร) โดยสร้างที่พักชั่วคราวเป็นกระท่อมหลังคามุงจากที่หาดทรายรี ซึ่งตอนนั้นห่างตัวเมืองและต้องเดินทางด้วยม้า
ระหว่างประทับที่หาดทรายรี ชาวบ้านจัดหนังตะลุงถวายในคืนที่อากาศหนาวเย็น พระองค์ประชวรหวัดอยู่แล้วแต่ยังประทับเก้าอี้ คลุมผ้าชมจนจบเพื่อไม่ให้ชาวบ้านผิดหวัง หลังตากฝนก็ประชวรด้วยไข้หวัดใหญ่ อาการทรุดลงในเวลาเพียงราว 3 วัน แพทย์จากกรุงเทพฯ ที่มาภายหลังวินิจฉัยว่าเป็นปอดบวม และยาที่ต้องการก็หาในท้องถิ่นไม่ได้
พระองค์สิ้นพระชนม์ที่หาดทรายรีเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 นับตามปฏิทินสากลได้ราว 42 ปี ส่วนแหล่งไทยหลายแห่งระบุพระชันษา 44 ปี เวลาที่สิ้นพระชนม์บันทึกไว้ไม่ตรงกัน วิกิพีเดียภาษาอังกฤษระบุ 11.40 น. ส่วนเรือเอกเจริญ ทุมมานนท์ นายธงคนสุดท้าย เล่าว่าส่งโทรเลขจากชุมพรตอนตีสี่ และหม่อมเจ้าหญิงสุริยนันทนา (ท่านหญิงน้อย) ซึ่งขณะนั้นอายุราว 7–8 ปี เล่าว่าได้ยินเสียงร้องไห้ตอนดึก และเห็นอุกกาบาตตกลงทะเลราวตีห้า
หลังสิ้นพระชนม์ เรือเอกเจริญควบม้าไปส่งโทรเลขที่ไปรษณีย์ชุมพร เรือเจนทะเลรับครอบครัวและพระศพออกจากชุมพร กองทัพเรือส่งเรือพระร่วง ลำเดียวกับที่พระองค์เคยนำกลับจากอังกฤษ มารับพระศพกลางทะเลแถวบางนา การย้ายพระศพทำได้ยากเพราะคลื่นลมแรง จากนั้นอัญเชิญขึ้นที่ท่าวาสุกรีไปยังวังนางเลิ้ง
ใน พ.ศ. 2562 รศ. นพ.เอกชัย โควาวิสารัช วิเคราะห์ผ่านมุมการแพทย์สมัยใหม่ว่าสาเหตุหลักคือไข้หวัดใหญ่ ตามที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงบันทึกไว้ และอาจมีภาวะแทรกซ้อนเป็นปอดอักเสบหรือสมองอักเสบ โดยมีพระพลานามัยที่อ่อนแอจากโรคเดิม และการอยู่กลางอากาศเย็นกับน้ำค้างหนักเป็นปัจจัยเสริม ผู้เขียนเทียบกับการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถใน พ.ศ. 2463 ที่ตากฝนแล้วประชวรหนักในเวลาสั้นคล้ายกัน แต่ข้อวิเคราะห์นี้อาศัยเอกสารย้อนหลัง ไม่ใช่เวชระเบียน
พระประวัติแนวอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ที่แพร่หลายทุกวันนี้มีต้นทางที่สืบได้ ศรัณย์ ทองปาน พบว่ามาจากจดหมายของนาวาตรีหลวงรักษาราชทรัพย์ (รักษ์ เอกะวิภาต) นายทหารใกล้ชิด ที่ส่งถึงนิตยสารนาวิกศาสตร์ของกองทัพเรือใน พ.ศ. 2496 น่าจะพิมพ์รวมเล่มครั้งแรกในหนังสืองานศพของหลวงรักษาราชทรัพย์ พ.ศ. 2499 แล้วกองประวัติศาสตร์ กรมยุทธการทหารเรือ คัดไปพิมพ์ในหนังสือ "อนุสรณ์เปิดกระโจมไฟชุมพรเขตอุดมศักดิ์" พ.ศ. 2503 ซึ่งกลายเป็นต้นแบบของพระประวัติสายปาฏิหาริย์รุ่นหลัง รายละเอียดในจดหมายฉบับนี้ต่างจากเรื่องเล่าของหม่อมเจ้าหญิงจิตรแจรง อาภากร พอสมควร
ประวัติศาลล่างริมหาดมีบันทึกสองทาง ข้อมูลแหล่งศิลปกรรมของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติฯ ระบุว่านายเทียม ทิพย์พนม สร้างศาลแรกถวายใน พ.ศ. 2472 แล้วปรับปรุงเป็นคอนกรีต และนายฮวด สุคนธา สร้างศาลคู่กันใน พ.ศ. 2489 ซึ่งยังเป็นศาลเดิมอยู่ด้านหลังข้างต้นหูกวางที่พระองค์เคยหลบร่มเงา ส่วนนิตยสารสารคดีเล่าว่าศาลไม้หลังแรกสร้างโดยพันเอกแสง จุลละจาริตต์ กับกลุ่มคนรถไฟ ก่อนที่คุณหญิงพันธุ์เครือ ยงใจยุทธ จะริเริ่มสร้างศาลคอนกรีตหลังคาทรงไทยมุงกระเบื้องสีน้ำเงินแทน วางศิลาฤกษ์ 18 กุมภาพันธ์ และเปิด 14 พฤษภาคม 2532 ภายในประดิษฐานพระรูปหล่อสำริดเท่าองค์จริง
ศาลบนเกิดจากดำริของนายชวน พรพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรขณะนั้น ที่เห็นว่าศาลบนพื้นราบดูไม่สง่างาม หม่อมเจ้าหญิงวิภาวดี รังสิต วางศิลาฤกษ์เมื่อ 23 กันยายน 2515 และสร้างเสร็จกรกฎาคม 2516 เป็นอาคารทรงไทยประยุกต์แบบจัตุรมุข (ข้อมูลของ สผ. ระบุว่าเทศบาลตำบลหาดทรายรีสร้างใน พ.ศ. 2517) ต่อมาคุณละเอียด พูลสุวรรณ ผู้ดูแลพระตำหนัก ช่วยหาทุนปรับพื้นที่และตัดถนนขึ้นเขาตั้งแต่ พ.ศ. 2529 และกลางทศวรรษ 2530 มีการสร้างใหม่เป็นทรงปราสาทยอดแหลม ผนังบุหินอ่อน ปรับลานศาลเป็นรูปจำลองเรือพระร่วงหันหน้าสู่ทะเล ศาลบนเป็นที่จัดพิธีวันประสูติ 19 ธันวาคม ส่วนพระตำหนักทรงไทยยอดแหลมบนเนินสร้างระหว่าง พ.ศ. 2513–2516
เรือรบหลวงชุมพรเป็นเรือตอร์ปิโดใหญ่ที่ต่อในอิตาลี ยาว 68 เมตร กว้าง 6.88 เมตร ขึ้นระวางประจำการเมื่อ 5 ตุลาคม 2481 ทำหน้าที่คุ้มกันเรือลำเลียงนาวิกโยธิน ลาดตระเวนชายฝั่ง และกวาดทุ่นระเบิด ตามข้อมูลของ สผ. ปลดระวางเมื่อ 26 พฤศจิกายน 2522 แล้วกองทัพเรือมอบให้จังหวัดชุมพรนำมาจอดเป็นอนุสรณ์ที่หาดทรายรี ส่วน Thai Holiday Guide ระบุว่าปลดระวาง ค.ศ. 1975 และนำมาตั้งที่นี่ ค.ศ. 1980 ตัวเลขปีจึงยังไม่ตรงกัน
เรือหลวงชุมพรเป็นหนึ่งในเรือตอร์ปิโดใหญ่ชั้นตราด 9 ลำที่ไทยสั่งต่อจากอู่ Cantieri Riuniti dell'Adriatico เมืองมอนฟัลโคเน อิตาลี เมื่อ พ.ศ. 2477 หมายเลขเรือ 31 ตามวิกิพีเดียภาษาอังกฤษ วางกระดูกงู 7 กรกฎาคม 2479 ปล่อยลงน้ำ 18 มกราคม 2480 และเข้าประจำการมีนาคม 2480 (ต่างจากข้อมูล สผ. ที่ระบุ 5 ตุลาคม 2481) เรือชั้นนี้ระวางขับน้ำปกติ 318 ตัน มีปืน 76 มม. 3 กระบอก ท่อตอร์ปิโด 450 มม. 6 ท่อ และกำลังพลราว 70 นาย ในยุทธนาวีเกาะช้าง 17 มกราคม 2484 เรือพี่น้องอย่างเรือหลวงชลบุรีและเรือหลวงสงขลาถูกจม ส่วนเรือหลวงตราดเสียหายหนัก แต่เรือหลวงชุมพรไม่ได้อยู่ในการรบครั้งนั้น ปัจจุบันเป็นเรือชั้นนี้ลำที่เปิดให้ชมได้
บนเนินก่อนถึงศาลบนมีสวนสมุนไพรหมอพร ทางเดินผ่านสมุนไพรพื้นบ้านหลายชนิดที่ติดป้ายชื่อและสรรพคุณไว้ ระลึกถึงช่วงที่พระองค์ใช้ความรู้แพทย์แผนไทยรักษาประชาชน
กองทัพเรือประกาศยกย่องพระองค์เป็น "พระบิดาของกองทัพเรือไทย" เมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2536 และแก้เป็น "องค์บิดาของทหารเรือไทย" เมื่อ 19 เมษายน 2544 กองทัพเรือกำหนดวันที่ 19 ธันวาคม วันคล้ายวันประสูติ เป็นวันอาภากร (วิกิพีเดียภาษาอังกฤษระบุ 19 พฤษภาคม) ทั่วประเทศมีศาลและอนุสรณ์ของพระองค์ราว 217 แห่ง แต่ศาลที่หาดทรายรีเป็นที่รู้จักมากที่สุด เพราะเป็นจุดที่พระองค์สิ้นพระชนม์
ทุกวันนี้ผู้คนแวะมากราบไหว้ตลอดทั้งวัน ในบริเวณศาลมีรูปปั้นทหารเรือที่ผู้ศรัทธานำมาถวาย และปืนใหญ่จัดแสดง หาดทรายรียาวราว 2 กม. น้ำตื้นและค่อนข้างสงบ มองเห็นเกาะนอกฝั่งจากเนินศาลบน
- 2423ประสูติ 19 ธันวาคม พระราชโอรสลำดับที่ 28 ในรัชกาลที่ 5
- 2436เสด็จไปศึกษาวิชาทหารที่อังกฤษพร้อมเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ
- 2440เป็นนักเรียนนายเรือในราชนาวีอังกฤษ ประจำเรือ HMS Revenge (พ.ย.)
- 2443เสด็จกลับสยาม ร่วมวางรากฐานราชนาวี
- 2446เป็นรองผู้บัญชาการทหารเรือ (ถึง 2453)
- 2448เป็นเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ ปรับปรุงหลักสูตรโรงเรียนนายเรือ
- 2450ผู้บังคับการเรือมกุฎราชกุมาร นำนักเรียนนายเรือฝึกต่างประเทศ
ดูอีก 21 เหตุการณ์
- 2454ออกจากราชการ ช่วงนี้รักษาชาวบ้านในนาม "หมอพร"
- 2460กลับเข้ารับราชการเป็นจเรทหารเรือ
- 2462เหตุการณ์ขัดดาดฟ้าบนเรือหลวงพาลีรั้งทวีป ที่มาของคำว่า "เสด็จเตี่ย"
- 2463นำเรือพระร่วงกลับจากอังกฤษ
- 2466เป็นเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ 1 เม.ย. ลาออก แล้วสิ้นพระชนม์ที่หาดทรายรี 19 พ.ค.
- 2466หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า อาจารย์ของพระองค์ มรณภาพปลายปี
- 2472นายเทียม ทิพย์พนม สร้างศาลแรกริมหาด (ตามข้อมูล สผ.)
- 2477ไทยสั่งต่อเรือตอร์ปิโดชั้นตราด 9 ลำจากอิตาลี
- 2480ปล่อยเรือหลวงชุมพรลงน้ำ 18 ม.ค.
- 2481เรือหลวงชุมพรขึ้นระวางประจำการ 5 ต.ค.
- 2484ยุทธนาวีเกาะช้าง 17 ม.ค. เรือพี่น้องชลบุรีและสงขลาถูกจม
- 2489นายฮวด สุคนธา สร้างศาลคู่ข้างต้นหูกวาง
- 2496จดหมายหลวงรักษาราชทรัพย์ถึงนาวิกศาสตร์ ต้นทางพระประวัติสายปาฏิหาริย์
- 2503หนังสืออนุสรณ์เปิดกระโจมไฟชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พิมพ์เรื่องเล่าชุดนี้
- 2513เริ่มสร้างพระตำหนักทรงไทยยอดแหลมบนเนิน (เสร็จ 2516)
- 2515วางศิลาฤกษ์ศาลบน 23 ก.ย. (เสร็จ ก.ค. 2516)
- 2522เรือหลวงชุมพรปลดระวาง 26 พ.ย. แล้วนำมาตั้งที่หาดทรายรี
- 2532เปิดศาลล่างหลังใหม่ 14 พ.ค.
- 2536กองทัพเรือยกย่องเป็น "พระบิดาของกองทัพเรือไทย" (11 ก.พ.)
- 2544แก้เป็น "องค์บิดาของทหารเรือไทย" (19 เม.ย.)
- 2562บทวิเคราะห์สาเหตุสิ้นพระชนม์ด้วยมุมการแพทย์สมัยใหม่






เช็คอินและรูปจากนักเที่ยว
ไปถึงแล้วกดเช็คอิน เก็บตราประทับ และบอกคนอื่นว่าตอนนี้ที่นี่เป็นยังไง
ตรวจก่อนว่าคุณอยู่ในระยะเช็คอินไหม จะได้ไม่ต้องกรอกเสียเปล่า
ต้องเปิดตำแหน่งและอยู่ใกล้ที่นี่ไม่เกิน 1.5 กม. · เช็คอินได้วันละ 1 ครั้งต่อสถานที่ · มาหลายวันก็เก็บได้ทุกวัน
ลงรูปได้จากทุกที่ ไม่ต้องอยู่ในระยะเช็คอิน · เลือกได้ครั้งละไม่เกิน 20 รูป · JPG / PNG / WebP · ระบบลบข้อมูลตำแหน่ง GPS ในรูปให้อัตโนมัติ
ไปยังไง
จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนเพชรเกษมลงใต้ผ่านเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ…
กรุงเทพฯ → ถนนเพชรเกษม → ชุมพร → หาดทรายรี
กรุงเทพฯ → ตัวเมืองชุมพร · ตามผู้ให้บริการ
ตัวเมืองชุมพร → หาดทรายรี · ราว 30 บาท (ข้อมูลเก่า ควรสอบถาม)
ถนนเพชรเกษม (ทล.4) → ตัวเมืองชุมพร → ทางไปหาดทรายรี ราว 20 กม.
ลานจอดรถริมหาดใกล้ศาลล่างและเรือรบหลวงชุมพร มีทางรถขึ้นศาลบน
ปั๊มในตัวเมืองชุมพร
สัญญาณดีบริเวณหาดและศาล
ทุกวัน ราว 08:00–17:00
ราว 480 กม. จากกรุงเทพฯ
ศาลกรมหลวงชุมพร หาดทรายรี
0 บาท
ที่พักใกล้ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หาดทรายรี
ราคาโดยประมาณต่อคืน สำหรับ 2 คน (สัปดาห์หน้า) · ราคาจริงขึ้นกับวันที่จอง
ถามบ่อย
ก่อนไปศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หาดทรายรี
รวมคำตอบที่นักเที่ยวอยากรู้ก่อนออกเดินทาง อ่านจบในนาทีเดียว
ศาลกรมหลวงชุมพรที่หาดทรายรีอยู่ที่ไหน
ต.หาดทรายรี อ.เมืองชุมพร ราว 20 กม. จากตัวเมือง
เสียค่าเข้าไหม
ไม่เสียค่าเข้าชมศาลและชายหาด
ทำไมศาลอยู่ที่นี่
เป็นจุดที่กรมหลวงชุมพรฯ ประทับรักษาพระองค์และสิ้นพระชนม์ เมื่อ 19 พ.ค. 2466
ศาลบนกับศาลล่างต่างกันอย่างไร
ศาลล่างอยู่ตรงที่ประทับเดิมริมหาด ศาลบนสร้างบนเนินเขาให้มองเห็นไกล ฐานทำเป็นรูปเรือ

พร้อมออกเดินทางไปศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หาดทรายรีหรือยัง
วันที่ดีที่สุดในสัปดาห์นี้คือ อังคาร 27 ต.ค. · เช็คอินเมื่อไปถึงเพื่อเก็บแสตมป์
