01ช่วงคนน้อย เวลาที่ใช้ และมุมถ่ายรูป
เสาร์–อาทิตย์ช่วงสาย และวันหยุดยาว
30 นาที–1 ชั่วโมงที่สะพาน (เที่ยวทั้งหมู่บ้านครึ่งวัน–1 วัน)
บนสะพานคลองท่าดี — ถ่ายคลองกับเทือกเขาหลวงเป็นฉากหลัง
เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (สะพานสาธารณะ)
ฟรี
ไฮไลต์ห้ามพลาด
01
02
03
04
056 วันข้างหน้า
ไปวันไหนดี
ในสัปดาห์นี้
แตะการ์ดวันที่อยากไป เพื่อดูรายละเอียดอากาศ ฝน ฝุ่น และรายชั่วโมงของวันนั้น
ช่วงที่ควรไป ช่วงดีที่สุด 06:00–13:00 ฝนน้อย · อาจมีละอองฝนบางช่วง
ฝนตกเป็นช่วง ถนนลื่น เผื่อเวลาเดินทาง
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ช่วงดีที่สุด 06:00–11:00 ฝนน้อย
ฝนตกเป็นช่วง ถนนลื่น เผื่อเวลาเดินทาง
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ช่วงดีที่สุด 06:00–12:00 ฝนน้อย · อาจมีละอองฝนบางช่วง
ฝนตกหนัก ราว 61 มม. ระวังน้ำท่วมขังและถนนลื่น
ฝนตกหนักบางช่วง ถนนลื่น เผื่อเวลาเดินทาง
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ช่วงดีที่สุด 06:00–11:00 ฝนน้อย
ฝนตกเป็นช่วง ถนนลื่น เผื่อเวลาเดินทาง
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน · อาจมีละอองฝนบางช่วง
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ช่วงที่ควรไป ช่วงดีที่สุด 06:00–11:00 ฝนน้อย · อาจมีละอองฝนบางช่วง
ไม่มีคำเตือนสำหรับวันนี้ ถนนและสภาพอากาศปกติ
ทีละชั่วโมง
แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน
ดาวเต็มฟ้า
ลุ้นได้แค่ไหน
คะแนนจากเมฆทุกชั้นและแสงจันทร์คืนนี้ ยิ่งฟ้ามืดยิ่งเห็นทางช้างเผือกชัด · แตะคืนอื่นด้านล่างเพื่อดูคะแนน 7 คืนข้างหน้า
สะพานบ้านคีรีวง
สะพานบ้านคีรีวงเป็นสะพานคอนกรีตที่ทอดข้ามคลองท่าดีกลางหมู่บ้านคีรีวง ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช ห่างจากตัวเมืองราว 25–30 กิโลเมตร มีฉากหลังเป็นเทือกเขาหลวง ยอดเขาที่สูงที่สุดในภาคใต้
สะพานนี้สร้างขึ้นหลังมหาอุทกภัยปลาย พ.ศ. 2531 ที่น้ำป่า โคลน และท่อนซุงจากเขาหลวงถล่มหมู่บ้าน ทุกวันนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของคีรีวงและจุดตั้งป้าย "อากาศดีที่สุดในประเทศไทย" ที่ใครมาก็ต้องแวะถ่ายรูป
สะพานเปิดให้เดินชมได้ตลอดเวลาโดยไม่มีค่าเข้า ช่วงเช้าตรู่มักมีหมอกจาง ๆ คลุมภูเขา ใกล้กันมีสะพานแขวน หนานหินท่าหาที่ลงเล่นน้ำได้ ตลาดชุมชน และกลุ่มผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ
- หมอกจาง ๆ เหนือเขาหลวง อากาศเย็น คนน้อย
- แดดแรง คนเยอะ เหมาะไปเล่นน้ำที่หนานหินท่าหา
- แสงเย็นอ่อน ถ่ายสะพานกับภูเขาได้สวย
ควรถึง ก่อน 08:00 ได้หมอกและคนน้อย หรือหลัง 16:00
หมอกจาง ๆ มักลอยเหนือเทือกเขาหลวงช่วงเช้าตรู่ราว 06:00–08:00 น. เห็นชัดสุดช่วงปลายฝนต้นหนาว ต.ค. – ม.ค. หลังคืนที่ฝนตกและเช้าที่ลมสงบ
- บนสะพานคลองท่าดีถ่ายคลองกับเทือกเขาหลวงเป็นฉากหลังเช้าตรู่
- ริมคลองใต้สะพานถ่ายสะพานทั้งเส้นกับภูเขาเย็น
- สะพานแขวนคีรีวงถ่ายลำธาร โขดหิน และป่าสาย
แกลเลอรี
ภาพจาก Wikimedia Commons และผู้ร่วมเผยแพร่ · เครดิตเต็มดูได้ที่หน้าแบบเดิม
ข้อควรรู้เฉพาะที่นี่
คลองท่าดีรับน้ำจากเทือกเขาหลวง ฝนตกบนเขาน้ำขึ้นเร็วแม้ในหมู่บ้านฝนไม่ตก ถ้าน้ำขุ่น ไหลแรง หรือมีเสียงดังผิดปกติให้ขึ้นจากน้ำทันที
หินในลำธารมีตะไคร่ ลื่นมาก ใส่รองเท้ารัดส้นและเดินช้า ๆ
สะพานเป็นทางสัญจรของชาวบ้าน ถ่ายรูปชิดขอบ อย่ายืนขวางรถ
ชุมชนขอให้นำขยะกลับ ไม่ทิ้งลงคลอง
- มาเช้าตรู่ 06:00–08:00 ได้หมอกเหนือเขาหลวงและคนน้อย
- ถ่ายจากริมคลองใต้สะพาน จะได้สะพานทั้งเส้นกับภูเขา
- เตรียมชุดเล่นน้ำและรองเท้ารัดส้น ถ้าจะไปหนานหินท่าหาต่อ
- จอดรถในลานจอดของชุมชน แล้วเดินหรือปั่นจักรยานเที่ยว
- มาช่วง ก.ค.–ก.ย. ได้ชิมมังคุดและผลไม้จากสวนสมรม
ผู้ใหญ่ 0 บาท · ใช้เวลาเที่ยว 30 นาที–1 ชั่วโมงที่สะพาน (เที่ยวทั้งหมู่บ้านครึ่งวัน–1 วัน)
เสาร์–อาทิตย์ช่วงสาย และวันหยุดยาว
| รถสองแถวไม้ นครฯ–คีรีวง จากตลาดยาว ไม่บังคับ | 50 ฿/คน |
| เช่าจักรยานในหมู่บ้าน ไม่บังคับ | 50 ฿/วัน |
| เวิร์กช็อปผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ ไม่บังคับ | 150 ฿/คน |
เงินสดเป็นหลัก ร้านใหญ่รับโอน · ราคาอาจเปลี่ยนตามฤดูกาล ควรเช็กกับสถานที่
- มีเด็ก เด็กเล่นน้ำตื้นที่หนานหินท่าหาได้ ต้องมีผู้ใหญ่ดูตลอด
- ผู้สูงอายุ สะพานอยู่ติดถนน เดินไม่ไกล ไม่มีบันได
- วีลแชร์ ถ่ายรูปบนสะพานได้ แต่ลงริมคลองไม่สะดวก
- สัตว์เลี้ยง พาสัตว์เลี้ยงเดินบนสะพานได้ ใส่สายจูงและเก็บมูลทุกครั้ง
- ตลาดเช้าชุมชนคีรีวงข้าวยำปักษ์ใต้ ขนมจีน ขนมพื้นบ้าน
- ร้านริมหนานหินท่าหาส้มตำ ไก่ย่าง เครื่องดื่มริมน้ำ
- คาเฟ่ริมคลองท่าดีกาแฟและเครื่องดื่มวิวภูเขา
- แต่งกายสุภาพเมื่อเดินในหมู่บ้านและวัด
- จอดรถในลานจอดของชุมชน
- ไม่จอดรถหน้าวัดคีรีวงช่วงวันหยุด
- ไม่ทิ้งขยะลงคลอง และไม่เก็บผลไม้ในสวนชาวบ้าน
- อย่าลงเล่นน้ำเมื่อฝนตกบนเขาหรือน้ำขุ่นแรง
- หินในลำธารลื่น ระวังเด็กและผู้สูงอายุ
- ช่วงวันหยุดรถติดในหมู่บ้าน เผื่อเวลาเดินทาง
ไปเดือนไหนดี
แตะแต่ละเดือนบนวงล้อเพื่อดูอากาศ ฝน ฝุ่น และความหนาแน่นของคน จากสถิติย้อนหลัง 10 ปี
ช่วงที่ดีที่สุด · ก.พ. – เม.ย. ฝนน้อย น้ำในคลองท่าดีใสและไหลไม่แรง เล่นน้ำได้ ส่วน ม.ค. มักมีหมอกเช้า ถ้าอยากได้ภาพสะพานกับหมอกให้มาเช้าตรู่ช่วงนั้น
ควรระวัง · ต.ค. – ธ.ค. เป็นช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำในคลองขึ้นเร็วและเสี่ยงน้ำป่า ห้ามลงเล่นน้ำเมื่อน้ำขุ่นหรือไหลแรง
23°ม.ค.
23°ก.พ.
23°มี.ค.
24°เม.ย.
25°พ.ค.
24°มิ.ย.
24°ก.ค.
24°ส.ค.
24°ก.ย.
24°ต.ค.
23°พ.ย.
23°ธ.ค.
ต.ค. ตามสถิติ 24–30°C · ฝนเฉลี่ย 307 มม. (28 วันฝนตก) · ฟ้าโปร่ง 0 วัน · PM2.5 เฉลี่ย 6
เรื่องราวของที่นี่
สะพานบ้านคีรีวงเป็นสะพานคอนกรีตที่ทอดข้ามคลองท่าดีระหว่างสองฟากของหมู่บ้านคีรีวง ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช ห่างจากตัวเมืองราว 25–30 กิโลเมตร ด้านหลังคือเทือกเขาหลวงที่มียอดสูงราว 1,835 เมตร สูงที่สุดในภาคใต้ ทุกวันนี้สะพานเป็นสัญลักษณ์ของคีรีวงและเป็นจุดตั้งป้าย "อากาศดีที่สุดในประเทศไทย" แต่เรื่องราวของมันผูกอยู่กับประวัติศาสตร์กว่าสองร้อยปีของหมู่บ้านในหุบเขาแห่งนี้ ตั้งแต่การตั้งถิ่นฐานไปจนถึงภัยพิบัติที่เปลี่ยนเส้นทางของลำคลองและชีวิตคนทั้งหมู่บ้าน
อ่านต่ออีก 14 ย่อหน้า
ชาวบ้านเล่าว่าเดิมหมู่บ้านนี้ชื่อ "บ้านขุนน้ำ" เพราะตั้งอยู่ใกล้ต้นน้ำที่ไหลลงจากยอดเขาหลวง ลำน้ำหลายสายเคยไหลผ่าน ปัจจุบันเหลือสามสายหลักคือคลองปง คลองท่าหา และคลองท่าชาย ไหลมาบรรจบกันหน้าหมู่บ้านเป็นลำคลองใหญ่ที่เดิมเรียกว่า "คลองขุนน้ำ" ก่อนไหลลงทะเลที่ปากนครและปากพนัง ภายหลังอุทกภัยปี 2531 กรมชลประทานเปลี่ยนชื่อเป็น "คลองท่าดี" แต่ผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านยังเรียกคลองขุนน้ำอยู่ ส่วนชื่อ "คีรีวง" มาจากคำว่า คีรี (ภูเขา) และ วง (วงล้อม) คือหมู่บ้านที่มีภูเขาโอบรอบด้าน และยังตรงกับชื่อวัดคีรีวงซึ่งเป็นศูนย์กลางของชุมชน
เรื่องเล่าที่แพร่หลายที่สุดคือ บรรพบุรุษกลุ่มแรกเป็นไพร่ที่หนีการเกณฑ์ไปรบที่เมืองไทรบุรีในสมัยรัชกาลที่ 1–2 พวกเขาเดินลัดเลาะตามคลองขุนน้ำขึ้นมาจนพบที่ราบเล็ก ๆ ที่มีภูเขาล้อมทุกด้าน ยากต่อการถูกตามจับ มีน้ำไหลตลอดปี จึงแผ้วถางตั้งบ้านเรือนและปลูกไม้ผลขึ้นไปตามไหล่เขาสามด้าน คือเขาหอยสังข์ เขายอดเพล และเขาหลวง นักวิชาการท้องถิ่นธีรพันธ์ จุฬากาญจน์ (พ.ศ. 2539) บันทึกว่าผู้ตั้งรกรากครั้งแรกมี 7 ตระกูล คือ ตลึงจิตร ตลึงเพชร สุกใส ประพัฒน์ จะระนิล ธวัชกาญจน์ และสุชลจิตร ซึ่งภายหลังแต่งงานเกี่ยวดองกันจนทั้งหมู่บ้านเป็นเครือญาติ
ผู้อาวุโสในหมู่บ้านยังเล่าที่มาอีกหลายสำนวน บ้างว่าหนีการ "สัก" เป็นไพร่ของเจ้านายเมืองนครศรีธรรมราช บ้างว่าชาวบ้านย่านยาวเข้ามาหาเชือกไปทำนบชักปลาแล้วพบเจดีย์เก่า จึงตั้งถิ่นฐานและสร้างวัด บ้างว่าเป็นกลุ่มที่นำพระพุทธสิหิงค์หนีมาซ่อนเมื่อกรุงเทพฯ ขอพระพุทธรูปองค์นี้จากเจ้าพระยานครศรีธรรมราช บ้างว่าเป็นทหารผ่านศึกไทรบุรีที่ได้รับบำเหน็จเป็นที่ดินกว่า 400 ไร่ และบ้างว่าหนีการถูกพม่าสักหน้าเป็นเชลย ส่วนธีรพันธ์ยังชี้ว่ามีการพบเครื่องมือหินและเทวรูปในพื้นที่ ความเชื่อที่หลากหลายเหล่านี้ล้วนบอกว่าผู้คนอยู่ในหุบเขานี้มายาวนาน
ชาวคีรีวงทำ "สวนสมรม" มาแต่บรรพบุรุษ คือปลูกมังคุด ทุเรียน เงาะ ลองกอง ลางสาด จำปาดะ ขนุน สะตอ ลูกเนียง และหมากปะปนกับไม้ป่า จนมองเผิน ๆ แยกไม่ออกว่าเป็นสวนหรือป่า ทั้งยังหาของป่า สมุนไพร จับปลา และล่าสัตว์ ชาวบ้านใช้เปลือกมังคุดสมานแผล และพระในวัดใช้สีจากใบไม้และเปลือกไม้ย้อมจีวร ภูมิปัญญาเหล่านี้คือรากของกลุ่มผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติในเวลาต่อมา
แม้จะอยู่ลึกในหุบเขา ชาวคีรีวงก็ค้าขายกับคนชายฝั่งมาตลอด พวกเขาขุดซุงทั้งต้นทำ "เรือเหนือ" บรรทุกทุเรียน มังคุด สะตอ ลูกเนียง หมาก และพลู ล่องลงไปแลกข้าวสาร เกลือ กะปิ ปลาแห้ง และน้ำมันก๊าดกับชาวปากนคร ปากพนัง เชียรใหญ่ และหัวไทร โดยมักล่องไปพร้อมกันหลายลำเพราะต้องผ่านเกาะแก่งและน้ำเชี่ยว ชาวคีรีวงเรียกตัวเองว่า "พวกเหนือ" และเรียกคนชายฝั่งว่า "พวกนอก" การแลกของกันนานหลายชั่วคนทำให้เกิดคำว่า "เกลอเขา เกลอเล" คือมิตรภาพแบบญาติระหว่างคนภูเขากับคนทะเล ส่วนหน้าวัดคีรีวงในอดีตก็คือ "ท่าน้ำหน้าวัด" ที่เรือเข้าจอด
พ.ศ. 2505 พายุแหลมตะลุมพุกพัดบ้านเรือนและสวนผลไม้เสียหาย หน้าดินพังลงมาจนลำคลองตื้นเขิน การเดินทางทางเรือที่ใช้มาหลายชั่วคนจึงสิ้นสุดลง พ่อท่านเถื่อน สุชาโต เจ้าอาวาสวัดคีรีวงในขณะนั้น นำชาวบ้านช่วยกันบุกเบิกถนนไปทางวัดโคกและทำสะพานไม้ทางเข้าออกหมู่บ้าน เพื่อหาบผลไม้ออกไปขายได้อีกครั้ง ต่อมา พ.ศ. 2518 น้ำป่าพาดินและหินจากภูเขาถล่มเข้าหมู่บ้านอีกครั้ง ชาวบ้านหลายคนเป็นหนี้จนต้องขายที่ดิน จึงรวมตัวตั้ง "กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต" ใน พ.ศ. 2523 เพื่อปลดหนี้นายทุนเงินกู้ ซึ่งภายหลังเติบโตจนมีเงินหมุนเวียนหลายสิบล้านบาท
ในช่วงนั้นชุมชนเข้มแข็งขึ้นมาก พ.ศ. 2528–2529 คีรีวงได้รับคัดเลือกเป็นหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง (อพป.) อันดับ 1 ทั้งระดับจังหวัดและภาค และได้รางวัลชมเชยระดับประเทศ พร้อมรางวัลหมู่บ้านแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง โดยพระครูนิเทศธรรมรักษ์อบรมให้ชาวบ้านลด ละ เลิกอบายมุข ช่วงเดียวกันการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคนำไฟฟ้าเข้าหมู่บ้าน
แล้วภัยครั้งใหญ่ที่สุดก็มาถึง ระหว่างวันที่ 19–24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531 ฝนตกบนเทือกเขาหลวงกว่า 1,050 มิลลิเมตรในหกวัน ดินบนภูเขาที่อิ่มน้ำและถูกเปลี่ยนจากป่าเป็นสวนยางบางส่วนก็ถล่มลงมา วันที่ 21–22 พฤศจิกายน น้ำป่าพาโคลน ทราย และท่อนซุงไหลบ่าเข้าหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว บ้านเรือนนับ 100 หลังถูกพัดหายไป โรงเรียน ตลาดสด และศาลาเสียหายหนัก สวนสมรมกลายเป็นลานทราย และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ชาวบ้านเล่าว่าเหลือเพียงวัดที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ชาวบ้านเรียกเหตุการณ์นี้ว่า "มหาอุทกธรณีภัยปี 31" และเก็บพระอุโบสถกับบ้านที่ประสบภัยไว้เป็นอนุสรณ์จนถึงทุกวันนี้
ภัยครั้งนั้นกินพื้นที่ทั่วนครศรีธรรมราช ข้อมูลของ FAO ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตในจังหวัด 373 คน ความเสียหายรวมกว่า 7,357 ล้านบาท โดยหมู่บ้านกะทูน อำเภอพิปูน อีกฝั่งหนึ่งของเขาหลวง ถูกโคลนและท่อนซุงถล่มรุนแรงที่สุด เหตุการณ์นี้นำไปสู่มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2532 ให้ยกเลิกสัมปทานทำไม้ในป่าบกทั่วประเทศ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของนโยบายป่าไม้ไทย
หลังน้ำลด ทางราชการแนะนำให้ย้ายหมู่บ้านไปที่ปลอดภัย แต่ชาวคีรีวงไม่ยอมทิ้งถิ่นของบรรพบุรุษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระราชทานเงินกว่า 100 ล้านบาทเพื่อแก้ปัญหาภัยน้ำในระยะยาว และมีพระราชดำรัสให้กรมชลประทานขุดลอกคลองและเรียงหินตลิ่งเพื่อให้น้ำระบายได้ทันเมื่อฝนตกหนัก มูลนิธิศุภนิมิตสร้างที่พักชั่วคราวราว 300 หลัง หลังน้ำท่วมลำคลองยังเปลี่ยนทิศ คดเคี้ยวน้อยลงและไหลตัดผ่านกลางหมู่บ้าน แบ่งชุมชนเป็นสองฝั่ง ข้อมูลชุมชนระบุว่ากรมโยธาธิการสร้างสะพานข้ามคลองยาวราว 100 เมตรใน พ.ศ. 2534 สะพานที่เชื่อมสองฟากคลองท่าดีจึงเกิดขึ้นจากการฟื้นฟูครั้งนี้ และกลายเป็นแลนด์มาร์กของหมู่บ้านที่ลุกขึ้นใหม่ ช่วงเดียวกันกระทรวงมหาดไทยแบ่งชุมชนที่หนาแน่นออกเป็น 4 หมู่บ้าน คือ บ้านคีรีวง หมู่ 5 บ้านคีรีทอง หมู่ 8 บ้านขุนคีรี หมู่ 9 และบ้านคีรีธรรม หมู่ 10
บทเรียนครั้งนั้นทำให้ชาวบ้านหันกลับมาดูแลป่า พวกเขาตั้ง "กองทุนเติมสีเขียวใส่เขาหลวง" ซึ่งภายหลังเปลี่ยนเป็น "ชมรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านคีรีวง" ปลูกป่าทดแทนตั้งแต่ที่ราบในหุบเขาขึ้นไปถึงยอดเขาหลวง และปลูกต้นประดู่ตลอดแนวคลองปง คลองท่าหา คลองท่าชาย และคลองท่าดีเพื่อยึดหน้าดิน กลุ่มสตรีรวมตัวกันทำทุเรียนกวน และเกิดกลุ่มอาชีพอีกหลายกลุ่มเพื่อลดการพึ่งพาป่า ทุกปีชาวบ้านจัด "งานพฤศจิการำลึก" ทำบุญอุทิศให้ผู้เสียชีวิต
หลังวิกฤตเศรษฐกิจ พ.ศ. 2540 รัฐบาลส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ คีรีวงซึ่งกลายเป็นชุมชนพึ่งตนเองที่อยู่กับธรรมชาติจึงเป็นที่สนใจ พ.ศ. 2541 ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (Thailand Tourism Awards) ประเภทเมืองและชุมชน และชนะการประกวดหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของ ททท. ชาวบ้านเป็นมัคคุเทศก์พาเดินป่าขึ้นเขาหลวงและเปิดโฮมสเตย์ ต่อมา ททท. สร้างถนนในชุมชนราว 10 กิโลเมตรและป้ายสื่อความหมาย กระทรวงอุตสาหกรรมเลือกเป็นหมู่บ้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 1 ใน 20 แห่งทั่วประเทศ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเลือกเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวโอท็อปต้นแบบ 1 ใน 4 แห่ง
ชื่อ "อากาศดีที่สุดในประเทศไทย" มาจากการตรวจวัดของสำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ ใน พ.ศ. 2552 ซึ่งพบค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) อยู่ระหว่าง 17–49 อยู่ในเกณฑ์ดีมาก ชุมชนตั้งป้ายนี้ไว้ที่สะพาน จนนักท่องเที่ยวต้องมาถ่ายรูปเป็นหลักฐานว่า "มาถึงคีรีวงแล้ว" ร้านค้าถึงกับขาย "อากาศบรรจุกระป๋อง" และพวงกุญแจรูปสะพานเป็นของที่ระลึก นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามา ราว พ.ศ. 2560 มีคนมาวันละ 400–500 คนและเพิ่มเป็นเท่าตัวในวันหยุด จนเกิดปัญหาขยะและรถติด องค์การบริหารส่วนตำบลกำโลนจึงห้ามจอดรถหน้าวัดคีรีวงในวันหยุด ทำลานจอดรถราว 100 คัน และขอให้นักท่องเที่ยวนำขยะกลับ
ข้อมูลปี 2565 ระบุว่าบ้านคีรีวงมี 338 ครัวเรือน ประชากร 902 คน ชาวบ้านยังรักษาประเพณีอย่างบุญเดือนห้า บุญเข้าพรรษา งานบุญเดือนสิบที่นำผลไม้จากสวนจัดหมรับถวายวัด และประเพณีชักพระที่ลากด้วยคานไม้รูปพญานาค พ.ศ. 2568 คีรีวงได้รับรางวัลสุดยอดชุมชนต้นแบบ "เที่ยวชุมชน ยลวิถี" ผู้มาเยือนช่วยรักษาหมู่บ้านที่เคยลุกขึ้นจากลานทรายแห่งนี้ได้ด้วยการจอดรถในที่ที่ชุมชนจัดไว้ ไม่ทิ้งขยะลงคลอง และเคารพวิถีของคนในหุบเขา
- ราว 200 ปีก่อนไพร่หนีการเกณฑ์ทัพไปไทรบุรีตั้งรกรากเชิงเขาหลวง ผู้บุกเบิก 7 ตระกูล
- 2505พายุแหลมตะลุมพุก คลองตื้นเขิน การเดินทางทางเรือสิ้นสุด ชาวบ้านบุกเบิกถนนไปวัดโคก
- 2518น้ำป่าและดินถล่มเข้าหมู่บ้าน ชาวบ้านเป็นหนี้จนต้องขายที่ดิน
- 2523ตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเพื่อปลดหนี้นายทุน
- 2528หมู่บ้าน อพป. อันดับ 1 และรางวัลแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง
- 253121–22 พ.ย. น้ำป่า โคลน และท่อนซุงจากเขาหลวงพัดบ้านนับ 100 หลัง
- 253217 ม.ค. ครม.ยกเลิกสัมปทานป่าบก กรมชลประทานขุดลอกคลองและเรียงหินตลิ่ง
ดูอีก 7 เหตุการณ์
- 2534กรมโยธาธิการสร้างสะพานข้ามคลองยาวราว 100 เมตร
- 2538รางวัลกินรีทองคำจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
- 2541รางวัล Thailand Tourism Awards และหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของ ททท.
- 2543ททท. สร้างถนนในชุมชนราว 10 กม.
- 2552กรมควบคุมมลพิษวัด AQI ได้ 17–49 ที่มาของป้ายอากาศดีที่สุด
- 2560นักท่องเที่ยววันละ 400–500 คน อบต.กำโลนตั้งกติกาจอดรถและขยะ
- 2568สุดยอดชุมชนต้นแบบ "เที่ยวชุมชน ยลวิถี"



เช็คอินและรูปจากนักเที่ยว
ไปถึงแล้วกดเช็คอิน เก็บตราประทับ และบอกคนอื่นว่าตอนนี้ที่นี่เป็นยังไง
ตรวจก่อนว่าคุณอยู่ในระยะเช็คอินไหม จะได้ไม่ต้องกรอกเสียเปล่า
ต้องเปิดตำแหน่งและอยู่ใกล้ที่นี่ไม่เกิน 1.5 กม. · เช็คอินได้วันละ 1 ครั้งต่อสถานที่ · มาหลายวันก็เก็บได้ทุกวัน





ลงรูปได้จากทุกที่ ไม่ต้องอยู่ในระยะเช็คอิน · เลือกได้ครั้งละไม่เกิน 20 รูป · JPG / PNG / WebP · ระบบลบข้อมูลตำแหน่ง GPS ในรูปให้อัตโนมัติ
ไปยังไง
จากตัวเมืองนครศรีธรรมราชใช้ทางหลวงหมายเลข 4015 มุ่งหน้าอำเภอ…
ทางหลวง 4015 นครฯ–ลานสกา แล้วเข้าตามป้ายคีรีวง · ค่าน้ำมันเล็กน้อย
คิวตลาดยาวในตัวเมือง รถออก 07:00–16:00 น. · ราว 50 บาท
สนามบินนครศรีธรรมราช · ค่าเช่ารถ
ถนนลาดยางตลอดสาย ช่วงเข้าหุบเขามีทางโค้ง
ลานจอดรถของชุมชน (ห้ามจอดหน้าวัดคีรีวงช่วงวันหยุด)
ปั๊มน้ำมันริมทางหลวง 4015 ก่อนเข้าหมู่บ้าน
สัญญาณมือถือใช้ได้ในหมู่บ้าน อ่อนลงเมื่อเข้าป่า
เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (สะพานสาธารณะ)
ราว 28 กม. จากตัวเมืองนครศรีธรรมราช
สะพานบ้านคีรีวง คลองท่าดี ลานสกา นครศรีธรรมราช
0 บาท
ที่พักใกล้สะพานบ้านคีรีวง
ราคาโดยประมาณต่อคืน สำหรับ 2 คน (สัปดาห์หน้า) · ราคาจริงขึ้นกับวันที่จอง
ถามบ่อย
ก่อนไปสะพานบ้านคีรีวง
รวมคำตอบที่นักเที่ยวอยากรู้ก่อนออกเดินทาง อ่านจบในนาทีเดียว
สะพานบ้านคีรีวงเสียค่าเข้าไหม
ไม่เสีย เป็นสะพานสาธารณะ เดินชมได้ตลอดเวลา
ไปคีรีวงเดือนไหนดี
ก.พ.–เม.ย. ฝนน้อย น้ำใส ม.ค. มีหมอกเช้า ก.ค.–ก.ย. เป็นฤดูผลไม้
ไม่มีรถไปคีรีวงยังไง
นั่งรถสองแถวไม้จากคิวตลาดยาวในตัวเมือง ราว 50 บาท
ทำไมเรียกว่าอากาศดีที่สุดในประเทศไทย
สื่อหลายแห่งอ้างผลตรวจคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษปี 2552 ชุมชนจึงตั้งป้ายนี้ไว้ที่สะพาน
เล่นน้ำได้ไหม
ได้ที่หนานหินท่าหาใกล้ ๆ แต่ห้ามลงเมื่อน้ำขุ่นหรือไหลแรง
ทำไมคลองชื่อท่าดี
เดิมชื่อคลองขุนน้ำ กรมชลประทานเปลี่ยนเป็นคลองท่าดีหลังอุทกภัยปี 2531 ผู้เฒ่ายังเรียกชื่อเดิม

พร้อมออกเดินทางไปสะพานบ้านคีรีวงหรือยัง
วันที่ดีที่สุดในสัปดาห์นี้คือ อังคาร 27 ต.ค. · เช็คอินเมื่อไปถึงเพื่อเก็บแสตมป์
