ศ. 23 ต.ค. 2569 01:00 น.
เข้าสู่ระบบ
อุทยานค่ายบางระจัน
สิงห์บุรี · ค่ายบางระจัน14 ม.11 ภาพประวัติศาสตร์/โบราณสถานเปิดปกติ

SING BURI · KHAI BANG RACHAN

อุทยานค่ายบางระจัน

อนุสรณ์สถานศึกบางระจัน พ.ศ. 2308–2309 อนุสาวรีย์วีรชน 11 คน ค่ายจำลอง ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์ และวัดโพธิ์เก้าต้น

สดวันนี้ · ศุกร์ 23 ต.ค.01:00 น.
7.5จาก 10
ไปได้

อากาศร้อน ช่วงบ่าย รู้สึกเหมือน 42°C · วันหยุด / มีงาน คนแน่น

9เช้า
7.5สาย
6.9บ่าย
8.2เย็น
ขึ้น 06:11
ร้อนจัด รู้สึกเหมือน 42°C เลี่ยงกลางแจ้งช่วงเที่ยง ดื่มน้ำบ่อย ๆ
วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า
ฝน 25% · อาจมีละอองฝนบางช่วง ไม่ถึงกับเปียก
ค่าเข้าฟรี
เหตุการณ์ศึกบางระจัน พ.ศ. 2308–2309
ไฮไลต์อนุสาวรีย์วีรชน 11 คน ค่ายจำลอง
ใกล้กันวัดโพธิ์เก้าต้น ตลาดย้อนยุค
เดินทางจากตัวเมืองสิงห์บุรีราว 20 นาที
ช่วงที่ดีที่สุดพ.ย. – ก.พ.
ก่อนเที่ยวโบราณสถาน

เวลาเปิด เวลาที่ใช้ และมุมถ่ายรูป

เวลาเปิด

อุทยานและศูนย์ศึกษาราว 08:00–17:00 · ตลาดย้อนยุค ส.–อา. 08:30–17:00

ใช้เวลาเที่ยว

1–2 ชั่วโมง

มุมถ่ายรูป

ลานอนุสาวรีย์ — รูปหล่อ 11 วีรชนกับท้องฟ้า

ค่าเข้า

ฟรี

ไฮไลต์ห้ามพลาด

อนุสาวรีย์วีรชน01
อนุสาวรีย์วีรชนรูปหล่อผู้นำ 11 คน เปิดปี 2519
ค่ายจำลอง02
ค่ายจำลองประตูค่ายไม้และกำแพงระเนียด
วัดโพธิ์เก้าต้น03
วัดโพธิ์เก้าต้นที่ตั้งค่ายเดิมและมณฑปหลวงปู่ธรรมโชติ
สระน้ำเก่า04
สระน้ำเก่าขุดแต่งโดยกรมศิลปากร
เช็กก่อนไป

7 วันข้างหน้า
ไปวันไหนดี

7/7วันที่ไปได้
ในสัปดาห์นี้
ความปลอดภัยวันนี้ · มี 1 เรื่องต้องระวัง
อากาศรุนแรงควรระวัง · ร้อนจัดแผ่นดินไหวไม่มีใน 48 ชม.ภัยพิบัติใหญ่ไม่มีประกาศสถานที่ไม่มี

แตะการ์ดวันที่อยากไป เพื่อดูรายละเอียดอากาศ ฝน ฝุ่น และรายชั่วโมงของวันนั้น

รายละเอียดรายวันศุกร์ 23 ต.ค.
ไปได้ · 7.5/10

ช่วงที่ควรไป ไปได้ทั้งวัน ฝนน้อยตลอดช่วงกลางวัน

คะแนนรายช่วง
เช้า 05–099
สาย 09–127.5ร้อน รู้สึก 40°
บ่าย 12–166.9ร้อน รู้สึก 42°
เย็น 16–198.2ร้อน รู้สึก 38°

ร้อนจัด รู้สึกเหมือน 42°C เลี่ยงกลางแจ้งช่วงเที่ยง ดื่มน้ำบ่อย ๆ

วันหยุด รถติดช่วงทางขึ้นและที่จอดเต็มเร็ว ควรออกเช้า

ท้องฟ้าและวิว
ฟ้าใส / วิวชัด8/10
ทัศนวิสัย14 กม.
เมฆปกคลุม28%
ฝนและพายุ
โอกาสฝน25%
ปริมาณฝน0.6 มม.
ความชื้น69%
ฟ้าผ่าไม่มีสัญญาณ
ร่างกายและอากาศ
รู้สึกเหมือน42°C
ดัชนี UV8
ลมกระโชก~15 กม./ชม.
ฝุ่น PM2.513 µg/m³
เวลาและผู้คน
พระอาทิตย์ขึ้น06:11
พระอาทิตย์ตก17:54
คนแน่นคนแน่นมาก (วันหยุดนักขัตฤกษ์)

ทีละชั่วโมง

อุณหภูมิโอกาสฝนช่วงที่คิดคะแนน
พระอาทิตย์ขึ้น 06:11พระอาทิตย์ตก 17:5406:00 ฝน 0%07:00 ฝน 0%08:00 ฝน 0%09:00 ฝน 0%10:00 ฝน 0%11:00 ฝน 13%12:00 ฝน 25%13:00 ฝน 25%14:00 ฝน 15%15:00 ฝน 25%16:00 ฝน 25%17:00 ฝน 15%18:00 ฝน 15%19:00 ฝน 15%20:00 ฝน 15%25°0626°0728°0830°0931°1032°1113%32°1225%33°1325%33°1415%33°1525%32°1625%32°1715%31°1815%29°1915%29°2015%
เวลาอุณหภูมิโอกาสฝน
25°0%
26°0%
28°0%
30°0%
31°0%
32°13%
32°25%
33°25%
33°15%
33°25%
32°25%
32°15%
31°15%
29°15%
29°15%

แถบสีเขียว = ช่วงเวลาที่ใช้คิดคะแนน

ทำความรู้จัก

อุทยานค่ายบางระจัน

อุทยานค่ายบางระจัน อำเภอค่ายบางระจัน สิงห์บุรี เป็นอนุสรณ์สถานของชาวบ้านที่รวมตัวต้านทัพพม่าใน พ.ศ. 2308–2309 ก่อนกรุงศรีอยุธยาแตกไม่ถึงปี

ภายในมีอนุสาวรีย์วีรชน 11 คนที่รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ทรงเปิดเมื่อ พ.ศ. 2519 ค่ายจำลอง ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์ และอยู่ตรงข้ามวัดโพธิ์เก้าต้น

จังหวะเที่ยวใน 1 วัน
  1. ชมอนุสาวรีย์และค่ายจำลอง อากาศเย็น
  2. ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์และวัดโพธิ์เก้าต้น
  3. แสงเย็นที่อนุสาวรีย์

ควรถึง มาช่วงเช้าก่อน 10:00 แดดยังไม่แรง

มุมถ่ายรูปเด็ด
  • ลานอนุสาวรีย์รูปหล่อ 11 วีรชนกับท้องฟ้าเช้า
  • ประตูค่ายจำลองทางเดินผ่านประตูไม้สาย
  • วัดโพธิ์เก้าต้นมณฑปและสระน้ำเก่าบ่าย

ก่อนออกเดินทาง

ข้อควรรู้เฉพาะที่นี่

แดด

ลานอนุสาวรีย์โล่ง พกหมวกและน้ำ

แต่งกาย

แต่งกายสุภาพเมื่อเข้าวัดโพธิ์เก้าต้น

อนุสาวรีย์

ไม่ปีนป่ายรูปปั้นและค่ายจำลอง

ตลาด

ตลาดย้อนยุคเปิดเฉพาะเสาร์–อาทิตย์และวันหยุดต่อเนื่อง

เช็กลิสต์ของที่ควรพก
ทิปจากคนเคยไป
  1. เริ่มที่ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์ก่อน แล้วค่อยชมอนุสาวรีย์
  2. ข้ามไปไหว้หลวงปู่ธรรมโชติที่วัดโพธิ์เก้าต้น
  3. มาเสาร์–อาทิตย์แวะตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน
  4. พกหมวกและน้ำ ลานกว้างแดดแรง
ค่าเข้า

ผู้ใหญ่ 0 บาท · รถยนต์ 0 บาท · ใช้เวลาเที่ยว 1–2 ชั่วโมง

คนแน่นช่วงไหน

เสาร์–อาทิตย์ (ตลาดย้อนยุค) และวันหยุดยาว

ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
เข้าอุทยานและศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์ฟรี
ทำบุญที่วัดโพธิ์เก้าต้น ไม่บังคับตามสะดวก

เงินสดเป็นหลัก · ราคาอาจเปลี่ยนตามฤดูกาล ควรเช็กกับสถานที่

เหมาะกับใคร
  • มีเด็ก เหมาะกับเด็ก ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ พื้นที่กว้าง
  • ผู้สูงอายุ ทางเดินเรียบ มีศาลาพัก
  • วีลแชร์ ลานอนุสาวรีย์และทางเดินส่วนใหญ่เรียบ
  • สัตว์เลี้ยง ไม่ควรนำสัตว์เลี้ยงเข้าเขตวัด
กินอะไรดี
  • ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจันอาหารพื้นบ้าน ขนมไทย (ส.–อา.)
  • ร้านอาหารในตัวเมืองสิงห์บุรีปลาช่อนแม่ลา
มารยาทที่นี่
  • แต่งกายสุภาพเมื่อเข้าวัด
  • สำรวมบริเวณอนุสาวรีย์
  • ไม่ปีนรูปปั้นหรือค่ายจำลอง
  • ไม่ทิ้งขยะในสระและลำน้ำ
ข้อควรระวังเพิ่มเติม
  • แดดแรงช่วงเที่ยง
  • ตลาดเปิดเฉพาะวันหยุด
  • ระวังเด็กเล็กใกล้สระน้ำ
ช่วงเวลาที่เหมาะ

ไปเดือนไหนดี

แตะแต่ละเดือนบนวงล้อเพื่อดูอากาศ ฝน ฝุ่น และความหนาแน่นของคน จากสถิติย้อนหลัง 10 ปี

ม.ค.ก.พ.มี.ค.เม.ย.พ.ค.มิ.ย.ก.ค.ส.ค.ก.ย.ต.ค.พ.ย.ธ.ค.
ตุลาคมดีมากอุ่น ราว 23–32°C
ฝนปานกลาง
ฝุ่นควันต่ำ
คนแน่นปานกลาง
สถานะดีมาก
ปลายฝน

ช่วงที่ดีที่สุด · พ.ย. – ก.พ. อากาศเย็นสบาย เดินชมอุทยานและวัดได้นาน มาเสาร์–อาทิตย์จะได้แวะตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน

ควรระวัง · มี.ค. – พ.ค. ร้อนจัด ลานอนุสาวรีย์โล่งแดดแรง ควรมาเช้าหรือบ่ายแก่

สถิติอากาศจริงย้อนหลัง 2016–2025
ปริมาณฝน (มม.)วันฟ้าโปร่ง
มกราคมอุณหภูมิ21–32°Cฝนเฉลี่ย13 มม.วันฝนตก3 วันฟ้าโปร่ง15 วันPM2.523 · ปานกลาง32°
21°
ม.ค.
กุมภาพันธ์อุณหภูมิ23–33°Cฝนเฉลี่ย28 มม.วันฝนตก4 วันฟ้าโปร่ง18 วันPM2.530 · ปานกลาง33°
23°
ก.พ.
มีนาคมอุณหภูมิ25–36°Cฝนเฉลี่ย42 มม.วันฝนตก6 วันฟ้าโปร่ง16 วันPM2.533 · ปานกลาง36°
25°
มี.ค.
เมษายนอุณหภูมิ27–37°Cฝนเฉลี่ย82 มม.วันฝนตก10 วันฟ้าโปร่ง11 วันPM2.533 · ปานกลาง37°
27°
เม.ย.
พฤษภาคมอุณหภูมิ26–35°Cฝนเฉลี่ย177 มม.วันฝนตก21 วันฟ้าโปร่ง3 วันPM2.525 · ปานกลาง35°
26°
พ.ค.
มิถุนายนอุณหภูมิ26–35°Cฝนเฉลี่ย145 มม.วันฝนตก22 วันฟ้าโปร่ง1 วันPM2.59 · ดีมาก35°
26°
มิ.ย.
กรกฎาคมอุณหภูมิ26–33°Cฝนเฉลี่ย199 มม.วันฝนตก23 วันฟ้าโปร่ง0 วันPM2.59 · ดีมาก33°
26°
ก.ค.
สิงหาคมอุณหภูมิ25–33°Cฝนเฉลี่ย227 มม.วันฝนตก25 วันฟ้าโปร่ง0 วันPM2.58 · ดีมาก33°
25°
ส.ค.
กันยายนอุณหภูมิ25–32°Cฝนเฉลี่ย295 มม.วันฝนตก26 วันฟ้าโปร่ง1 วันPM2.513 · ดีมาก32°
25°
ก.ย.
ตุลาคมอุณหภูมิ24–31°Cฝนเฉลี่ย218 มม.วันฝนตก20 วันฟ้าโปร่ง3 วันPM2.515 · ดีมาก31°
24°
ต.ค.
พฤศจิกายนอุณหภูมิ24–32°Cฝนเฉลี่ย53 มม.วันฝนตก7 วันฟ้าโปร่ง8 วันPM2.514 · ดีมาก32°
24°
พ.ย.
ธันวาคมอุณหภูมิ22–31°Cฝนเฉลี่ย11 มม.วันฝนตก2 วันฟ้าโปร่ง13 วันPM2.512 · ดีมาก31°
22°
ธ.ค.

ต.ค. ตามสถิติ 24–31°C · ฝนเฉลี่ย 218 มม. (20 วันฝนตก) · ฟ้าโปร่ง 3 วัน · PM2.5 เฉลี่ย 15

เรื่องเล่าและประวัติ

เรื่องราวของที่นี่

อุทยานค่ายบางระจันตั้งอยู่ที่ตำบลบางระจัน อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี ห่างตัวเมืองสิงห์บุรีราว 15 กิโลเมตรตามทางหลวงหมายเลข 3032 มีพื้นที่ราว 115 ไร่ เป็นที่ตั้งอนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน ค่ายจำลอง และศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์ อยู่ตรงข้ามวัดโพธิ์เก้าต้นหรือวัดไม้แดง ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่ตั้งค่ายของชาวบ้านในอดีต

อ่านต่ออีก 21 ย่อหน้า

ศึกบางระจันเกิดในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ ช่วงที่กองทัพพม่ายกมาตีกรุงศรีอยุธยาก่อนเสียกรุงครั้งที่ 2 ชาวบ้านจากเมืองสิงห์บุรี วิเศษชัยชาญ สรรคบุรี และพื้นที่ใกล้เคียงรวมตัวกันที่ “บ้านระจัน” ซึ่งขรรค์ชัย บุนปาน และสุจิตต์ วงษ์เทศ ระบุว่าเป็นชื่อเดิมของบางระจัน เพื่อป้องกันตนเองจากทัพพม่าที่ผ่านมาหาเสบียงในเขตที่อุดมสมบูรณ์

ศ.ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์ อธิบายบริบทสงคราม พ.ศ. 2309–2310 ในศิลปวัฒนธรรมว่า พม่ายกมา 2 ทาง ทัพทวายของมังมหานรธาเข้าทางมะริดและตะนาวศรี ขึ้นมาตั้งค่ายทางใต้ของอยุธยาที่บางไทรและสีกุก ส่วนทัพเชียงใหม่ของเนเมียวสีหบดีเป็นทัพใหญ่ ไม่ใช่กองโจร ประชุมพลที่พิษณุโลกแล้วตีหัวเมืองตอนเหนือ เช่น พิจิตร นครสวรรค์ และอ่างทอง ท่านประเมินว่ากำลังพม่ามีมากกว่า 70,000 นายเฉพาะทหารราบ ชาวบางระจันจึงไม่น่าจะชะลอทัพใหญ่ได้ และบางระจันน่าจะเป็นค่ายใหญ่ที่ไม่ได้อยู่บนเส้นทางเดินทัพหลัก

ผู้นำทางใจของค่ายคือพระอาจารย์ธรรมโชติ ไทยรบพม่าของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ระบุว่าท่านเป็นพระจากวัดเขานางบวช แขวงเมืองสุพรรณบุรี ได้รับนิมนต์มาปลุกขวัญชาวบ้าน แจกตะกรุดและประกอบพิธีทางไสยศาสตร์ ข้อมูลท่องเที่ยวยังเล่าว่าท่านเลือกที่ดอนซึ่งมีลำน้ำไหลผ่านเป็นที่ตั้งค่าย ทำให้มีน้ำใช้และมีแนวป้องกันตามธรรมชาติ

พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพระราชหัตถเลขา ซึ่งบรรยายเรื่องบางระจันละเอียดที่สุด ระบุผู้นำ 11 คน ได้แก่ พระอาจารย์ธรรมโชติ นายแท่น นายโชติ นายอิน นายเมือง นายดอก นายทองแก้ว พันเรือง นายทองเหม็น นายจันหนวดเขี้ยว และขุนสรรค์ ขณะที่รายชื่อบนอนุสาวรีย์และสื่อท่องเที่ยวบางแห่งต่างออกไปเล็กน้อย เช่น มีนายทองแสงใหญ่ หรือเรียกนายจันหนวดเขี้ยวว่านายจันเขียว

ฉบับพระราชหัตถเลขาบันทึกว่าพม่ายกมาตีค่าย 8 ครั้ง โดยมีนายทัพพม่า 8 คน เช่น งาจุนหวุ่น เยกิหวุ่น ติงจาโบ่ สุรินทจอข่อง แยจออากา จิแก อากาปันญี และพระนายกอง การรบครั้งที่ 4 ถือเป็นครั้งสำคัญ ฝ่ายไทยมีนายแท่นเป็นนายทัพ นายทองเหม็นเป็นปีกขวา พันเรืองเป็นปีกซ้าย และสุรินทจอข่องนายทัพพม่าถูกฟันศีรษะตายในที่รบ พงศาวดารบันทึกว่าพม่า “กลัวฝีมือไทยค่ายบ้านระจันนัก”

หนึ่งในเรื่องที่ถูกเล่าขานมากที่สุดคือนายทองเหม็น ฉบับพระราชหัตถเลขาเล่าว่าเป็นนักรบที่กล้าหาญและชอบดื่มสุรา วันหนึ่งเมาแล้วขี่กระบือเผือกบุกเข้าค่ายพม่าเพียงลำพัง จนถูกจับและทุบตาย ภาพนี้ต่อมากลายเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญในวรรณกรรมและภาพยนตร์

เมื่อศึกยืดเยื้อ ชาวค่ายขอปืนใหญ่และดินดำจากกรุงศรีอยุธยา แต่ทางกรุงไม่ให้ เพราะเกรงว่าหากค่ายแตกปืนจะตกเป็นของพม่าและถูกใช้ตีพระนคร พงศาวดารเล่าว่าพระยารัตนาธิเบศหล่อปืนใหญ่ให้ 2 กระบอก แต่ใช้สู้พม่าไม่ได้ ส่วนลิลิตดั้นสดุดีฯ ระบุว่าปืนที่ชาวบ้านหล่อเองร้าวใช้การไม่ได้ ในการรบครั้งสุดท้าย แม่ทัพพม่าที่ไทยรบพม่าเรียกว่า “สุกี้” และฉบับพระราชหัตถเลขาเรียกว่า “พระนายกอง” ใช้กลล่อให้ชาวบ้านออกรบนอกค่ายจนล้มตายจำนวนมาก แล้วค่ายก็แตก

ข้อมูลของ สผ. ระบุว่าเหตุการณ์เริ่มใน พ.ศ. 2308 ชาวบ้านต้านทานพม่าได้ราว 5 เดือน ก่อนค่ายแตกใน พ.ศ. 2309 จากนั้นไม่ถึงปี กรุงศรีอยุธยาก็เสียแก่พม่าใน พ.ศ. 2310 ส่วนพระอาจารย์ธรรมโชติ ไทยรบพม่าระบุเพียงว่าหายไปหลังค่ายแตก

หลักฐานเรื่องบางระจันยังเป็นที่ถกเถียง พระราชพงศาวดารฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) ซึ่งเขียนใน พ.ศ. 2317 และใกล้เหตุการณ์ที่สุด เอ่ยชื่อเพียง 2 คน คือนายจันเขี้ยวกับพระอาจารย์วัดเขานางบวช ส่วนรายชื่ออื่นปรากฏในเอกสารสมัยรัชกาลที่ 4 พงศาวดารฉบับอื่น เช่น ฉบับบริติชมิวเซียม และฉบับหมอบรัดเลย์ กล่าวถึงเพียงไม่กี่บรรทัด และนักประวัติศาสตร์ระบุว่าฝั่งพม่าไม่มีหลักฐานกล่าวถึงค่ายบางระจันเลย

ในอีกด้าน ศ.ดร.สุเนตรชี้ว่าบางระจันปรากฏในหลักฐานฝ่ายไทยเกือบทุกชิ้น ทั้งพระราชพงศาวดาร คำให้การ คำให้การกรมหลวงนรินทรเทวี และปูมโหร และคำให้การขุนหลวงหาวัดระบุว่า “ค่ายบ้านระจัน” เป็นหนึ่งใน 18 ค่ายที่พม่าตั้งล้อมกรุงศรีอยุธยา แสดงว่าเมื่อพม่ายึดได้ ก็ไม่ได้เผาทิ้ง แต่ใช้เป็นฐานตีพระนคร ท่านยังมองว่าการรวมตัวของชาวบ้านจากแขวงวิเศษชัยชาญ สุพรรณบุรี สิงห์บุรี และสรรคบุรี ซึ่งเป็นแหล่งข้าวและกำลังคนสำคัญ น่าจะเพื่อป้องกันการปล้นสะดมทั้งจากพม่าและจากโจรในยามข้าวยากหมากแพง การรวมกลุ่มเช่นนี้ผิดกฎหมายในยามปกติแต่เกิดได้ทั่วไปในยามศึก และเมื่อพระยารัตนาธิเบศออกไปเรี่ยไรทองหล่อปืนใหญ่ 2 กระบอกที่บ้านระจัน ก็แสดงว่ารัฐอยุธยาเข้ามาเสริมให้ค่ายเป็นที่มั่นในแนวป้องกันพระนคร

การตีความก็หลากหลาย อาจารย์สมฤทธิ์ ลือชัย เสนอว่าชาวบ้านรวมตัวเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของตนเอง เพราะแนวคิดเรื่อง “ชาติ” เพิ่งเกิดในสมัยรัชกาลที่ 4–5 และถูกเน้นในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งเรื่องบางระจันถูกใช้หล่อหลอมความคิดชาตินิยม ส่วนขรรค์ชัยและสุจิตต์มองว่าชาวบ้านสู้เพื่อ “มาตุภูมิ” หรือบ้านเกิด และน่าจะใช้คูเมืองเก่าเป็นที่กำบังเพราะสร้างค่ายใหม่ไม่ทัน

งานวิชาการรุ่นหลังศึกษาบางระจันในฐานะเรื่องเล่า บทความของอาทรี วณิชตระกูล (มหาวิทยาลัยบูรพา, พ.ศ. 2558) วิเคราะห์ทั้งพงศาวดารและนวนิยายของไม้ เมืองเดิม และพบว่าการบันทึกวีรกรรมของชาวบ้านมีความสัมพันธ์เชิงอำนาจแฝงอยู่ พร้อมอุดมการณ์รักชาติที่ถูกผลิตซ้ำผ่านแบบเรียนและสื่อสมัยใหม่ ส่วนบทความของศุภกาณฑ์ นานรัมย์ (มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา, พ.ศ. 2560) มองว่าเหตุการณ์นี้แสดงว่าการป้องกันบ้านเมืองไม่ได้เป็นหน้าที่ของชนชั้นปกครองเท่านั้น และเรื่องบางระจันยังถูกถ่ายทอดซ้ำทั้งในวรรณกรรม ภาพยนตร์ ละคร และเพลง

เรื่องบางระจันกลายเป็นวรรณกรรมสำคัญผ่าน “ลิลิตดั้นสดุดีบ้านบางระจัน” ของพระยาอุปกิตศิลปสาร แต่งเสร็จใน พ.ศ. 2465 สมัยรัชกาลที่ 6 และพิมพ์ใน พ.ศ. 2472 นับเป็นวรรณกรรมสดุดีสามัญชนเรื่องแรกของไทย แทนที่จะสดุดีกษัตริย์ตามขนบ ผู้แต่งตีความการต่อสู้เป็นการรบเพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และกระทรวงศึกษาธิการเคยใช้เป็นแบบเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

ต่อมาเรื่องนี้ถูกเล่าผ่านนวนิยาย “บางระจัน” ของไม้ เมืองเดิม และภาพยนตร์ “บางระจัน” ใน พ.ศ. 2543 ซึ่งบท “อ้ายทองเหม็น” ทำให้บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ทำให้เรื่องบางระจันเป็นที่รู้จักกว้างขวางขึ้นอีกครั้ง

ชะตากรรมของพระอาจารย์ธรรมโชติหลังค่ายแตกมีหลายเรื่องเล่า เมื่อ พ.ศ. 2519 คณะกรรมการอนุรักษ์โบราณสถานสุพรรณบุรีได้ฟังคำบอกเล่าของทายกวัดเขานางบวชว่าท่านกลับไปจำพรรษาที่วัดเดิม และหายเข้าไปในอุโมงค์ใต้วิหาร อีกเรื่องหนึ่งอ้างถึงจารึกในถ้ำที่ดงพญาไฟ ทั้งหมดเป็นเรื่องเล่าท้องถิ่นที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน

การพัฒนาพื้นที่เป็นอนุสรณ์สถานเริ่มเมื่อ พ.ศ. 2493 ทางราชการตั้งคณะกรรมการบูรณะฟื้นฟู และให้กรมศิลปากรขุดแต่งตัวค่ายและสระ ต่อมา พ.ศ. 2513 คณะกรรมการดำริให้สร้างค่ายจำลองแทนค่ายไม้เดิม ประกอบด้วยป้อมใหญ่ 2 ป้อม ป้อมเล็ก 3 ป้อม และกำแพงระเนียด

ความทรงจำเรื่องบางระจันยังกลายเป็นชื่ออำเภอ วิกิพีเดียภาษาอังกฤษระบุว่าเมื่อ พ.ศ. 2509 รัฐบาลบูรณะค่ายและตกลงตั้งอำเภอใหม่เพื่อรำลึกถึงการรบ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515 จึงแยกพื้นที่ออกจากอำเภอบางระจันตั้งเป็นกิ่งอำเภอค่ายบางระจัน มี 5 ตำบล ยกฐานะเป็นอำเภอใน พ.ศ. 2519 และตั้งตำบลหนองกระทุ่มเป็นตำบลที่ 6 ใน พ.ศ. 2523 อำเภอมีพื้นที่ราว 88.4 ตารางกิโลเมตร ประชากรราว 28,000 คน (พ.ศ. 2557)

อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจันออกแบบและสร้างโดยกรมศิลปากร เป็นประติมากรรมรูปหล่อผู้นำชาวค่าย 11 คน ในท่าทางฮึกเหิม ถืออาวุธที่ดัดแปลงจากเครื่องมือทำกิน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จฯ ทรงเปิดเมื่อ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2519

วัดโพธิ์เก้าต้นที่อยู่ตรงข้ามอุทยาน ชาวบ้านเรียกว่าวัดไม้แดงตามต้นไม้แดงในวัด กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อ พ.ศ. 2498 ภายในมีมณฑปประดิษฐานรูปเหมือนหลวงปู่ธรรมโชติที่ชาวสิงห์บุรีเคารพมาก พระครูวิชิตวุฒิคุณ เจ้าอาวาส ริเริ่ม “ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน” ซึ่งเปิดเสาร์–อาทิตย์และวันหยุดต่อเนื่อง 08.30–17.00 น. ผู้ค้าแต่งกายย้อนยุค และมีการสาธิตการตีดาบ

ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์วีรชนค่ายบางระจันมีห้องนิทรรศการ 3 ห้อง ได้แก่ เรื่องค่ายบางระจันและโบราณวัตถุ มรดกเมืองสิงห์บุรี และวิถีชีวิตชาวสิงห์บุรี อุทยานและพิพิธภัณฑ์เข้าชมฟรี

อุทยานค่ายบางระจันเป็นพื้นที่รำลึกถึงผู้เสียชีวิตในสงคราม ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ โดยเฉพาะเมื่อเข้าวัดโพธิ์เก้าต้น สำรวมกิริยาบริเวณอนุสาวรีย์ และไม่ปีนป่ายรูปปั้นหรือค่ายจำลอง

  1. 2308ชาวบ้านรวมตัวตั้งค่ายบ้านระจัน เริ่มรับศึกพม่า
  2. 2309ค่ายแตกหลังต้านทานได้ราว 5 เดือน (พงศาวดารว่าพม่าตี 8 ครั้ง)
  3. 2310กรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า
  4. 2317พงศาวดารฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) บันทึกเรื่องบางระจันสั้น ๆ
  5. สมัยรัชกาลที่ 4เอกสารที่ให้รายชื่อผู้นำครบปรากฏ (ฉบับพระราชหัตถเลขา)
  6. 2465พระยาอุปกิตศิลปสารแต่งลิลิตดั้นสดุดีบ้านบางระจัน
  7. 2472ลิลิตดั้นสดุดีฯ ตีพิมพ์ครั้งแรก
ดูอีก 9 เหตุการณ์
  1. 2493ตั้งคณะกรรมการบูรณะ กรมศิลปากรขุดแต่งค่ายและสระ
  2. 2498วัดโพธิ์เก้าต้นขึ้นทะเบียนโบราณสถาน
  3. 2509รัฐบาลบูรณะค่ายและตกลงตั้งอำเภอใหม่ (ตามวิกิพีเดียภาษาอังกฤษ)
  4. 2513ดำริสร้างค่ายจำลอง ป้อมใหญ่ 2 ป้อมเล็ก 3
  5. 25151 ก.พ. ตั้งกิ่งอำเภอค่ายบางระจัน 5 ตำบล
  6. 251929 ก.ค. รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ทรงเปิดอนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน
  7. 2519ยกฐานะกิ่งอำเภอค่ายบางระจันเป็นอำเภอ
  8. 2523ตั้งตำบลหนองกระทุ่ม ตำบลที่ 6
  9. 2543ภาพยนตร์ “บางระจัน” ออกฉาย
รูปเหมือนพระภิกษุปิดทองในวัดโพธิ์เก้าต้น
รูปเหมือนพระภิกษุปิดทองในวัดโพธิ์เก้าต้นรูปเหมือนพระภิกษุปิดทองในวัดโพธิ์เก้าต้น — ภาพ: กสิณธร ราชโอรส / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
ประตูค่ายไม้จำลองในเขตวัดโพธิ์เก้าต้น
ประตูค่ายไม้จำลองในเขตวัดโพธิ์เก้าต้นประตูค่ายไม้จำลองในเขตวัดโพธิ์เก้าต้น — ภาพ: กสิณธร ราชโอรส / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
สระน้ำเก่าในวัดโพธิ์เก้าต้น
สระน้ำเก่าในวัดโพธิ์เก้าต้นสระน้ำเก่าในวัดโพธิ์เก้าต้น — ภาพ: กสิณธร ราชโอรส / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
ประติมากรรมวีรชนค่ายบางระจัน 11 คน
ประติมากรรมวีรชนค่ายบางระจัน 11 คนประติมากรรมวีรชนค่ายบางระจัน 11 คน — ภาพ: Chainwit. / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
มณฑปในวัดโพธิ์เก้าต้น
มณฑปในวัดโพธิ์เก้าต้นมณฑปในวัดโพธิ์เก้าต้น — ภาพ: กสิณธร ราชโอรส / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
นักเที่ยวที่มาแล้ว

เช็คอินและรูปจากนักเที่ยว

ไปถึงแล้วกดเช็คอิน เก็บตราประทับ และบอกคนอื่นว่าตอนนี้ที่นี่เป็นยังไง

0 คนเช็คอินที่นี่แล้ว
    เข้าสู่ระบบเพื่อเช็คอิน

    ต้องเปิดตำแหน่งและอยู่ใกล้ที่นี่ไม่เกิน 0.2 กม. · เช็คอินได้วันละ 1 ครั้งต่อสถานที่ · มาหลายวันก็เก็บได้ทุกวัน

    เข้าสู่ระบบเพื่อลงรูป
    การเดินทาง

    ไปยังไง

    จากตัวเมืองสิงห์บุรีใช้ทางหลวง 3032 ขับราว 15 กม. ถึงอุทยานค…

    เปิดในแอป Google Maps
    รถยนต์จากตัวเมืองสิงห์บุรีราว 20 นาที

    ทางหลวง 3032

    รถยนต์จากกรุงเทพฯราว 2–2.5 ชั่วโมง

    ทางหลวง 1 / 32 → 3032

    ถนน

    จากตัวเมืองสิงห์บุรีใช้ทางหลวง 3032 ราว 15 กม. ถึงอุทยานค่ายบางระจัน

    ที่จอดรถ

    ลานจอดรถในอุทยานและวัดโพธิ์เก้าต้น

    ปั๊มน้ำมัน

    ปั๊มน้ำมันในตัวเมืองสิงห์บุรีและริมทางหลวง

    สัญญาณมือถือ

    สัญญาณมือถือดี

    เวลาเปิด

    อุทยานและศูนย์ศึกษาราว 08:00–17:00 · ตลาดย้อนยุค ส.–อา. 08:30–17:00

    ระยะทาง

    ราว 15 กม. จากตัวเมืองสิงห์บุรี

    ค้นใน Google Maps ด้วยชื่อ

    อุทยานค่ายบางระจัน

    ค่าเข้าชาวต่างชาติ

    0 บาท

    คำถามที่พบบ่อย

    ถามบ่อย
    ก่อนไปอุทยานค่ายบางระจัน

    รวมคำตอบที่นักเที่ยวอยากรู้ก่อนออกเดินทาง อ่านจบในนาทีเดียว

    01

    ศึกบางระจันเกิดขึ้นเมื่อไหร่

    ราว พ.ศ. 2308–2309 ก่อนกรุงศรีอยุธยาแตกใน พ.ศ. 2310

    02

    ผู้นำค่ายบางระจันมีใครบ้าง

    ตามพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขามี 11 คน รวมพระอาจารย์ธรรมโชติ นายแท่น นายทองเหม็น และนายจันหนวดเขี้ยว

    03

    อุทยานค่ายบางระจันเสียค่าเข้าไหม

    ไม่เสียค่าเข้า ทั้งอุทยานและศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์

    04

    อนุสาวรีย์เปิดเมื่อไหร่

    รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ทรงเปิดเมื่อ 29 กรกฎาคม 2519

    05

    วัดโพธิ์เก้าต้นอยู่ที่ไหน

    อยู่ฝั่งตรงข้ามอุทยาน เชื่อว่าเป็นที่ตั้งค่ายเดิม และมีรูปเหมือนหลวงปู่ธรรมโชติ

    พร้อมออกเดินทางไปอุทยานค่ายบางระจันหรือยัง

    วันที่ดีที่สุดในสัปดาห์นี้คือ พุธ 28 ต.ค. · เช็คอินเมื่อไปถึงเพื่อเก็บแสตมป์

    เช็คอินนำทาง