ข้ามไปเนื้อหา
พ. 14 ต.ค. 2569 13:47 น.
เข้าสู่ระบบ
วันนี้ไปได้ แต่ระวัง6/10
MAE HONG SON · BAMBOO BRIDGE

สะพานซูตองเป้

สะพานไม้ไผ่ยาวราว 500 เมตรข้ามทุ่งนาบ้านกุงไม้สัก เชื่อมวัดภูสมณารามกับหมู่บ้านชาวไทใหญ่ ชื่อแปลว่า "อธิษฐานสำเร็จ" เช้าตรู่มีพระเดินบิณฑบาตบนสะพาน ทุ่งนาเขียวช่วงฝนและเหลืองทองช่วงข้าวออกรวง

  • ที่เที่ยว/พิพิธภัณฑ์
เช็กก่อนไป7 วันข้างหน้า ไปวันไหนดี ดีที่สุดจันทร์ 19
อัปเดต 12:58 น.
สภาพอากาศ · วันนี้พยากรณ์ 7 วัน →
โอกาสฝน–%
อุณหภูมิ–°C
ฝุ่น PM2.5–µg/m³
พระอาทิตย์ขึ้น–
ตรวจความปลอดภัยวันนี้
  • น้ำในแม่น้ำปกติ · 1.1×
  • อากาศรุนแรงไม่มี
  • แผ่นดินไหวไม่มีใน 48 ชม.
  • ภัยพิบัติใหญ่ไม่มี
  • ประกาศสถานที่มีประกาศ
A LITTLE INTRODUCTION

รู้จักที่นี่

ภาพรวม · ไฮไลต์ · เหมาะกับใคร

สะพานซูตองเป้เป็นสะพานไม้ไผ่ยาวราว 500 เมตร ทอดข้ามทุ่งนาและลำน้ำแม่สะงา เชื่อมวัดภูสมณาราม (สวนธรรมภูสมะ) บนเนินเขากับบ้านกุงไม้สัก หมู่บ้านชาวไทใหญ่ในตำบลปางหมู อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ห่างจากตัวเมืองราว 8–10 กิโลเมตร

สะพานนี้สร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธาของพระสงฆ์และชาวบ้าน เพื่อให้พระเณรเดินบิณฑบาตเข้าหมู่บ้านได้โดยไม่ต้องลุยทุ่งนา คำว่า "ซูตองเป้" เป็นภาษาไทใหญ่ แปลว่า "อธิษฐานสำเร็จ" ทุกเช้าราว 06:00 น. ยังมีพระเณรเดินบิณฑบาตบนสะพาน และเป็นช่วงที่สวยที่สุดของวัน

ทุ่งนารอบสะพานเปลี่ยนสีตามฤดู เขียวขจีช่วงฝน เหลืองทองช่วงข้าวออกรวงราว ต.ค. – พ.ย. และเป็นซังข้าวหลังเก็บเกี่ยว ส่วนหน้าหนาวมักมีหมอกยามเช้าลอยเหนือทุ่ง

ไฮไลต์ห้ามพลาด

สะพานไม้ไผ่กลางทุ่ง

สะพานไม้ไผ่กลางทุ่ง

ทางเดินไม้ไผ่สานยาวราว 500 เมตรข้ามทุ่งนาและลำน้ำแม่สะงา

พระบิณฑบาตบนสะพาน

พระบิณฑบาตบนสะพาน

พระเณรเดินรับบาตรจากชาวบ้านราว 06:00 น. ทุกเช้า

วัดภูสมณาราม

วัดภูสมณาราม

สวนธรรมบนเนินเขาปลายสะพาน มองเห็นทุ่งทั้งหุบ

ทุ่งนาเปลี่ยนสีตามฤดู

ทุ่งนาเปลี่ยนสีตามฤดู

เขียวขจีหน้าฝน เหลืองทองช่วงข้าวออกรวง

งานไม้ไผ่สานมือ

งานไม้ไผ่สานมือ

พื้นสะพานสานจากไม้ไผ่ในท้องถิ่นโดยชาวบ้าน

เตรียมตัวก่อนไป

เดินทางได้ด้วย
เหมาะกับ
สิ่งอำนวยความสะดวก
BEFORE YOU GO

เช็กก่อนไป

อากาศ ฝุ่น และความหนาแน่นของคน ก่อนออกเดินทาง

พยากรณ์สดอัปเดต 12:58 น.
ลุ้นทะเลหมอก
ฟ้าใส / วิวชัด

ช่วงเวลาไหนดี — รายชั่วโมง

แท่ง = โอกาสฝน %ช่วงที่แนะนำตัวเลขบน = อุณหภูมิ °C
ดูเพิ่มของที่ควรพก · ค่าใช้จ่าย · คนเยอะไหม · คำเตือนการเดินทาง · อากาศละเอียด

ของที่ควรพก —

ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

2 คน

    ความหนาแน่นของคน — ประมาณการ

    คำเตือนการเดินทาง

    WHEN TO GO

    ไปเดือนไหนดี

    แตะเดือนเพื่อดูอากาศ ฝน ฝุ่น และความหนาแน่นของคน

    ดีมากพอได้ควรเลี่ยง
    ช่วงที่ดีที่สุดต.ค. – ม.ค.

    ต.ค. – ต้น พ.ย. ข้าวออกรวงเหลืองทองรอบสะพาน ส่วน ธ.ค. – ม.ค. อากาศเย็น มีหมอกยามเช้าลอยเหนือทุ่ง ควรมาให้ทันพระเดินบิณฑบาตราว 06:00 น.

    ควรระวัง

    ก.พ. – เม.ย. หมอกควันไฟป่าหนัก (แม่ฮ่องสอนมักมีค่า PM2.5 สูงสุดช่วง มี.ค.) และทุ่งนาแห้งโล่ง ส่วน ส.ค. – ก.ย. ฝนหนัก เคยเกิดน้ำป่าซัดสะพานเสียหาย ควรเช็กสถานะก่อนไป

    อากาศ
    ฝน
    ฝุ่นควัน
    คนแน่น

    ดูสถิติอากาศจริงย้อนหลัง 10 ปีอุณหภูมิ วันฝนตก วันฟ้าโปร่ง และฝุ่น รายเดือน
    STORIES & HISTORY

    ประวัติและเรื่องเล่า

    ตำนาน · ประวัติศาสตร์ · สถาปัตยกรรม

    13 ช่วงเวลาสำคัญ

    ก่อนจะมีเมืองแม่ฮ่องสอน หุบเขาริมแม่น้ำปายเชื่อกันว่าเป็นถิ่นของชาวลัวะ ราว พ.ศ. 2374 เจ้าแก้วเมืองมา ได้รับมอบหมายจากเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ให้นำไพร่พลข้ามภูเขามาทางตะวันตกเพื่อจับช้างป่า เมื่อพบทำเลเหมาะจึงตั้งปางช้างขึ้น ชื่อเดิม "แม่ร่องสอน" เล่ากันว่าหมายถึงร่องน้ำที่ใช้ฝึกช้าง ก่อนจะเพี้ยนเป็นแม่ฮ่องสอน ราว พ.ศ. 2399 ความไม่สงบฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสาละวินทำให้ชาวไทใหญ่จากรัฐฉานอพยพเข้ามาจำนวนมาก จน พ.ศ. 2417 บ้านแม่ฮ่องสอนได้รับการยกขึ้นเป็นเมือง มีชานกะเล ผู้นำชาวไทใหญ่ เป็นเจ้าเมืองคนแรกในราชทินนาม พญาสิงหนาทราชา และเป็นจังหวัดใน พ.ศ. 2453

    บ้านกุงไม้สักเกิดขึ้นในยุคเดียวกันนั้น ราว พ.ศ. 2374 ชาวไทใหญ่จากฝั่งเมียนมานำโดยนายซื้อและนายจะกาน ย้ายมาอยู่กับญาติพี่น้องบนที่ราบริมแม่น้ำปาย (บ้านปางหมูในปัจจุบัน) ก่อนขึ้นไปบุกเบิกที่ราบเชิงเนินเขาทางตะวันตกเฉียงเหนือที่มีน้ำอุดมสมบูรณ์ เริ่มจากราว 20 หลังคาเรือน คำว่า "กุง" ในภาษาไทใหญ่หมายถึงเนินเขาที่ไม่ชันนัก ส่วน "ไม้สัก" มาจากป่าสักที่เคยขึ้นหนาแน่น ในยุคแรกไม้สักเป็นสินค้าสำคัญของแม่ฮ่องสอนที่ค้าขายกับบริษัทอังกฤษ

    ทุกวันนี้บ้านกุงไม้สักมีประชากรราว 700 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวไทใหญ่ พูดภาษาไทใหญ่และคำเมือง ทำนาปีละครั้ง ปลูกกระเทียมหลังเก็บเกี่ยวข้าว และรับจ้างทั่วไป ชีวิตยังผูกกับวัดและประเพณีไทใหญ่ตลอดปี เช่น ปอยส่างลอง (บวชลูกแก้ว) ช่วงหน้าร้อน และปอยเหลินสิบเอ็ดช่วงออกพรรษา

    สะพานมุ่งหน้าสู่วัดภูสมณาราม (สวนธรรมภูสมะ) บนเนินเขาสะพานมุ่งหน้าสู่วัดภูสมณาราม (สวนธรรมภูสมะ) บนเนินเขา · ภาพ: paularps
    สะพานมุ่งหน้าสู่วัดภูสมณาราม (สวนธรรมภูสมะ) บนเนินเขาภาพ: paularps · CC BY 2.0
    อ่านประวัติต่ออีก 11 ย่อหน้า

    บนเนินเขาเตี้ย ๆ กลางทุ่งนาเหนือหมู่บ้าน พระปลัดจิตตพัฒน์ อคฺคปัญโญ ก่อตั้งสวนธรรมภูสมะขึ้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2551 บนพื้นที่ราว 6 ไร่ เพื่อเป็นที่ปฏิบัติธรรม อบรมธรรมะให้ชาวบ้านและนักเรียนนักศึกษา และเป็นที่พำนักของพระเณร ต่อมาขยายเป็นราว 26 ไร่ และเป็นวัดภูสมณาราม อาคารส่วนใหญ่ใช้วัสดุท้องถิ่นในแบบผสมไทใหญ่–พม่า เช่น "เรือนเพาะธรรม" ศาลามุงใบตองตึงที่ออกแบบตามแนวคิดของเจ้าอาวาส บนเนินประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่องปางมารวิชัยแบบพม่า ชาวบ้านเรียกว่า "พระเจ้าพาราซูตองเป้" หรือหลวงพ่อซูตองเป้ ภายหลังได้รับพระนามว่า "พระพุทธสามัคคีอธิษฐานมหาจักรพรรดิ"

    ระหว่างวัดกับหมู่บ้านมีทั้งลำน้ำแม่สะงาและผืนนากั้นอยู่ ทุกเช้าพระเณรที่ออกบิณฑบาตต้องเดินลุยคันนาที่เป็นโคลน บางครั้งต้องเหยียบต้นกล้าของชาวบ้าน เจ้าอาวาสจึงริเริ่มสร้างสะพานข้ามทุ่งให้พระเดินบิณฑบาตและให้ชาวบ้านไปมาหาวัดได้สะดวก

    เสาไม้และพื้นไม้ไผ่สานที่พระและชาวบ้านช่วยกันสร้างเสาไม้และพื้นไม้ไผ่สานที่พระและชาวบ้านช่วยกันสร้าง · ภาพ: paularps
    เสาไม้และพื้นไม้ไผ่สานที่พระและชาวบ้านช่วยกันสร้างภาพ: paularps · CC BY 2.0

    การก่อสร้างอาศัยแรงศรัทธาล้วน ๆ เจ้าของที่นาอุทิศที่ดินให้วัด ชาวบ้านบริจาคเสาไม้ซึ่งหลายต้นเป็นเสาเก่าที่เหลือจากการรื้อบ้าน รวมถึงไม้ไผ่ แรงงาน และเงินทำบุญ โดยไม่ใช้งบประมาณของทางราชการ ประกาศของวัดระบุว่าเริ่มสร้างเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2555 ใช้เวลาราวสองเดือนครึ่ง และเปิดใช้วันที่ 5 สิงหาคม 2555 (บางแหล่งระบุเป็นปี 2554) ค่าใช้จ่ายรวมราว 800,000 บาท ตัวสะพานกว้างราว 2 เมตร ยาวราว 500 เมตรไม่รวมทางขึ้นวัด ใช้เสาและคานไม้ ปูพื้นด้วยไม้ไผ่สานขัดแตะ และได้ชื่อว่าเป็นสะพานไม้ไผ่ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย

    ชื่อ "ซูตองเป้" เป็นภาษาไทใหญ่ แปลว่า "อธิษฐานสำเร็จ" ตามคำเล่าขาน เจ้าอาวาสตั้งจิตอธิษฐานว่าจะสร้างพระพุทธรูปบนเนินเขาและสร้างสะพานให้สำเร็จ เมื่อทุกอย่างสำเร็จตามที่ตั้งใจจึงตั้งชื่อนี้ทั้งให้พระพุทธรูปและสะพาน ผู้คนจึงเชื่อกันว่าใครมาอธิษฐานหรือทำบุญบนสะพานจะสมหวัง บางคนเรียกที่นี่ว่า "สะพานบุญแห่งความสำเร็จ"

    สะพานเป็นที่รู้จักในวงกว้างหลังภาพยนตร์ส่งเสริมการท่องเที่ยวภาคเหนือตอนบนเรื่อง "ซูตองเป้ มิตรภาพ อธิษฐาน กาลเวลา" ของบัณฑิต ทองดี ใน พ.ศ. 2558 จนเกิดกระแสสร้างสะพานไม้ไผ่กลางทุ่งนาตามที่ต่าง ๆ ตามมา บางคนเทียบกับสะพานไม้สักอูเบ็งที่อมรปุระในเมียนมาซึ่งยาวกว่า 1,200 เมตร แต่ความนิยมก็นำปัญหามาด้วย ทั้งนักท่องเที่ยวที่กระโดดหรือวิ่งบนสะพานจนพื้นไม้ไผ่ชำรุดเร็ว และช่างภาพที่ไล่ถ่ายพระระหว่างบิณฑบาต ขวางทาง หรือขอให้พระเดินช้า ๆ เพื่อถ่ายภาพ ขณะที่วัดยังคงความเป็นสวนธรรม ไม่ตั้งกล่องเรี่ยไรหรือเปิดเสียงเชิญชวนทำบุญ

    สะพานไม้ไผ่ต้องซ่อมกันแทบทุกปี ใน พ.ศ. 2558 สะพานบางส่วนพังลงเพราะรับน้ำหนักมากเกินไป และสร้างใหม่ใน พ.ศ. 2559 ด้วยงบจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอนและเงินผ้าป่า

    คืนวันที่ 8 ต่อเช้าวันที่ 9 กันยายน 2566 ราว 02:40 น. ฝนหนักทำให้น้ำแม่สะงาหลาก สะพานขาดเป็นช่วงและโครงสร้างทั้งหมดได้รับผลกระทบ วันที่ 15 กันยายน หน่วยงานรัฐ เอกชน กรรมการวัด และชาวบ้านประชุมกันที่วัด ตกลงซ่อมให้คงรูปแบบเดิมคือไม้ผสมไม้ไผ่ขัดแตะแต่เสริมความแข็งแรง เริ่มรื้อและซ่อมตั้งแต่ 18 กันยายน และทอดผ้าป่าหาทุนวันที่ 24 กันยายน ชาวบ้านกับทหารช่วยกันจนเสร็จในเดือนตุลาคม ทันงานบุญออกพรรษา วัดจัดสวดมนต์จุดประทีป 1,000 ดวงในคืนวันที่ 13 ตุลาคม ตักบาตรในวันรุ่งขึ้น ตามด้วยแห่จองพารา ประเพณีออกพรรษา ตักบาตรเทโว และทอดกฐินระหว่างวันที่ 28–31 ตุลาคม 2566

    ปัญหาน้ำหลากที่ถี่ขึ้นมีเรื่องทางน้ำเข้ามาเกี่ยวข้อง ราวปี 2566 ตลิ่งแม่สะงาพังจนทางน้ำเปลี่ยน และมีฝายทดน้ำที่สร้างขึ้นเมื่อราว 4–5 ปีก่อนปี 2569 ชาวบ้านเจ้าของนาใต้สะพานเล่าว่าฝายสูงกว่าระดับนาและมีตะกอนทับถมหน้าฝาย เมื่อน้ำมาก็ระบายไม่ทัน น้ำจึงขังในนานานกว่าหนึ่งสัปดาห์ ทั้งที่เมื่อก่อนน้ำลดหมดภายในสองวัน ชาวบ้านสองหมู่บ้านคือปางหมูและกุงไม้สักจึงประชุมกันและเสนอให้ปรับระดับฝาย

    สะพานกับทิวเขารอบหุบแม่ฮ่องสอนสะพานกับทิวเขารอบหุบแม่ฮ่องสอน · ภาพ: paularps
    สะพานกับทิวเขารอบหุบแม่ฮ่องสอนภาพ: paularps · CC BY 2.0

    ปี 2569 สะพานเจอน้ำป่าถึงสองระลอก ฝนหนักในป่าต้นน้ำแม่สะงาและแม่สะงีทำให้น้ำหลากในคืนวันที่ 2 สิงหาคม เช้าวันที่ 3 สิงหาคม ขอนไม้และเศษไม้ที่ลอยมาติดหัวสะพานทำให้คอสะพานช่วงข้ามแม่น้ำแม่สะงาเอียง พระเณรต้องรื้อบางส่วนออกและปิดการเดินข้าม มีเจ้าหน้าที่ อบต.ปางหมู และกองบินตำรวจมาช่วยเก็บกู้ น้ำป่าระลอกที่สองเมื่อวันที่ 13 สิงหาคมทำให้สะพานขาดยาวกว่า 20 เมตร ระหว่างนั้นฝั่งที่ข้ามทุ่งนายังเปิดให้เดินชมวิวได้แต่ข้ามไปวัดไม่ได้

    กลางเดือนกันยายน พระเณร ชาวบ้านกุงไม้สัก ทหาร และอาสารักษาดินแดนช่วยกันรื้อพื้นไม้ไผ่ที่ผุ สานแผงไม้ไผ่ใหม่ และปูส่วนที่ซ่อมได้ก่อน ขณะที่วัดขอรับบริจาคน้ำดื่ม อาหาร ปูน และทราย วันที่ 21 กันยายน 2569 การซ่อมใหญ่เริ่มขึ้น ใช้คานเหล็กเสริมความแข็งแรงแล้วปูพื้นไม้ไผ่ตามแบบเดิม ตั้งเป้าให้ทันเทศกาลออกพรรษาและฤดูท่องเที่ยว ส่วนการตอกเสาใหม่ต้องรอให้น้ำลดก่อน

    สะพานซูตองเป้ยังเป็นพื้นที่บุญของชุมชน ทุกเช้าราว 06:00 น. พระเณรจากวัดภูสมณารามเดินบิณฑบาตบนสะพานไปจนถึงหมู่บ้าน และในวันสำคัญมีการตักบาตรใหญ่บนสะพาน เช่น เช้าวันที่ 1 มกราคม 2564 ชาวไทใหญ่และนักท่องเที่ยวร่วมตักบาตรพระเณร 29 รูปท่ามกลางหมอกหนา วันเข้าพรรษา 14 กรกฎาคม 2565 มีพระเณร 35 รูป และวันเข้าพรรษา 30 กรกฎาคม 2569 มีพระเณร 70 รูปเดินรับบาตร ช่วงออกพรรษาชาวไทใหญ่ยังตั้ง "จองพารา" ปราสาทไม้ไผ่ประดับกระดาษ เพื่อรับเสด็จพระพุทธเจ้าที่เสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ผู้มาเยือนช่วยรักษาสะพานได้ด้วยการเดินช้า ๆ ไม่กระโดด และเว้นระยะให้พระ

    GETTING THERE

    ตำแหน่งและการเดินทาง

    แผนที่ · วิธีเดินทาง · ค่าใช้จ่าย

    นำทางจากตำแหน่งของฉัน ↗เปิดตำแหน่งใน Google Maps ↗

    ปุ่มนำทางคำนวณเวลาเดินทางตามสภาพจราจรตอนนี้

    • เวลาเดินทางประมาณ 15–20 นาทีจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน
    • ถนนถนนลาดยางตลอด ช่วงท้ายเป็นถนนในหมู่บ้าน
    • ที่จอดรถลานจอดใกล้หัวสะพานฝั่งหมู่บ้าน
    • ปั๊มน้ำมันปั๊มน้ำมันในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน

    เส้นทางแนะนำ

    จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนขับขึ้นเหนือตามทางหลวงหมายเลข 1095 (แม่ฮ่องสอน–ปาย) ผ่านเขตตำบลปางหมู แล้วเลี้ยวซ้ายตามป้ายบ้านกุงไม้สัก / สะพานซูตองเป้ ระยะทางราว 8–10 กม. ใช้เวลาราว 15–20 นาที ถนนลาดยางตลอดและเป็นทางราบ

    ลานจอดอยู่ใกล้หัวสะพานฝั่งหมู่บ้าน เดินขึ้นสะพานได้เลย อีกฝั่งของสะพานคือวัดภูสมณารามบนเนินเขา

    ถ้าไม่มีรถ เช่ามอเตอร์ไซค์ในตัวเมือง หรือเหมารถสองแถว/ตุ๊กตุ๊กไป-กลับ หลายทัวร์รอบเมืองแม่ฮ่องสอนก็แวะที่นี่

    เดินทางไปได้ 4 วิธี

    รถยนต์ส่วนตัว
    15–20 นาทีค่าน้ำมันราว 50–80 บาทไป-กลับ

    ทางหลวง 1095 จากตัวเมืองขึ้นเหนือ แล้วเลี้ยวตามป้ายบ้านกุงไม้สัก ถนนลาดยางตลอด

    มอเตอร์ไซค์เช่า
    15–20 นาทีเช่าวันละราว 200–300 บาท

    เช่าในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ทางราบ ขับง่าย

    เหมารถสองแถว/ตุ๊กตุ๊ก
    15–20 นาทีราคาตามตกลง

    เหมาจากตัวเมือง ตกลงราคาและเวลารอให้ชัด

    ทัวร์รอบเมืองแม่ฮ่องสอน
    ครึ่งวัน–เต็มวันตามผู้ให้บริการ

    มักรวมกับจุดอื่นรอบเมืองในวันเดียว

    ราคาและเวลาเป็นค่าประมาณ อาจเปลี่ยนตามฤดูกาลและการจราจร

    EAT NEARBY

    กินอะไรใกล้ ๆ

    ร้านยอดนิยมใกล้ ๆ ในรัศมี 5–10 กม.

    ร้านยอดนิยมในรัศมี 5 กม.ดึงข้อมูลสดจาก Google Maps เมื่อกดปุ่ม