ม่อนแจ่ม
จุดชมวิวบนดอยสูงราว 1,350 เมตรในพื้นที่โครงการหลวงหนองหอย อำเภอแม่ริม แปลงดอกไม้และผักเมืองหนาว ไร่สตรอว์เบอร์รี ทะเลหมอกยามเช้าช่วงต้นหนาว และชุมชนชาวม้งที่เปลี่ยนจากปลูกฝิ่นมาทำเกษตรเมืองหนาว
เช็กก่อนไป7 วันข้างหน้า ไปวันไหนดี ดีที่สุดอังคาร 20- อากาศรุนแรงไม่มี
- แผ่นดินไหวไม่มีใน 48 ชม.
- ภัยพิบัติใหญ่ไม่มี
- ประกาศสถานที่ไม่มี
รู้จักที่นี่
ภาพรวม · ไฮไลต์ · เหมาะกับใคร
ม่อนแจ่มเป็นจุดชมวิวบนดอยในพื้นที่บ้านหนองหอย ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ราว 40–50 กิโลเมตร สูงราว 1,350 เมตรจากระดับน้ำทะเล อยู่ในพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ที่ส่งเสริมให้ชาวม้งเปลี่ยนจากการปลูกฝิ่นมาปลูกผัก ผลไม้ และดอกไม้เมืองหนาว
บนดอยมีจุดชมวิวทิวเขาซ้อนชั้น สวนดอกไม้ ไร่สตรอว์เบอร์รี ร้านอาหาร คาเฟ่ และที่พักหลายแบบ ช่วงที่ดีที่สุดคือหน้าหนาว พ.ย. – ก.พ. ถ้าอยากเห็นทะเลหมอกควรค้างคืนแล้วตื่นก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ทางขึ้นเขาชันและโค้งเยอะ ควรขับด้วยเกียร์ต่ำ
ไฮไลต์ห้ามพลาด

จุดชมวิวยอดม่อนแจ่ม
วิวทิวเขาซ้อนกันหลายชั้นจากความสูงราว 1,350 เมตร

แปลงดอกไม้เมืองหนาว
ดอกเวอร์บีน่าและดอกไม้เมืองหนาวบานเต็มเนิน

แปลงเกษตรโครงการหลวง
ผักและผลไม้เมืองหนาวที่ปลูกแทนฝิ่น

ร้านอาหารและคาเฟ่ชมวิว
นั่งจิบกาแฟริมระเบียงมองทิวเขา

ทะเลหมอกยามเช้า
ช่วงต้นหนาวมีโอกาสเห็นหมอกลอยเต็มหุบ
เตรียมตัวก่อนไป
แกลเลอรีภาพ
สำรวจบรรยากาศก่อนเดินทาง · แตะภาพเพื่อขยาย
แปลงดอกไม้กับทิวเขาภาพมุมกว้างแปลงเกษตรและที่พักบนม่อนแจ่ม · ภาพ: Supanut Arunoprayote (CC BY 4.0)
มุมกว้างม่อนแจ่มทิวเขาสลับซับซ้อนมองจากม่อนแจ่ม · ภาพ: Supanut Arunoprayote (CC BY 4.0)
ทิวเขาซ้อนชั้นระเบียงร้านอาหารชมวิวบนม่อนแจ่ม · ภาพ: UT (Panoramio) (CC BY-SA 3.0)
ระเบียงร้านอาหารสวนดอกไม้และจุดชมวิวบนยอดม่อนแจ่ม · ภาพ: UT (Panoramio) (CC BY-SA 3.0)
สวนดอกไม้บนยอดดอกเวอร์บีน่าสีม่วงบนม่อนแจ่ม · ภาพ: UT (Panoramio) (CC BY-SA 3.0)
ดอกเวอร์บีน่าแปลงผักเมืองหนาวของเกษตรกรบนดอย · ภาพ: UT (Panoramio) (CC BY-SA 3.0)
แปลงผักเมืองหนาวเครดิตภาพ7 ภาพ จาก Wikimedia Commons
แปลงดอกไม้บนดอยม่อนแจ่มกับวิวทิวเขาภาพ: UT (Panoramio) CC BY-SA 3.0
ภาพมุมกว้างแปลงเกษตรและที่พักบนม่อนแจ่มภาพ: Supanut Arunoprayote CC BY 4.0
ทิวเขาสลับซับซ้อนมองจากม่อนแจ่มภาพ: Supanut Arunoprayote CC BY 4.0
ระเบียงร้านอาหารชมวิวบนม่อนแจ่มภาพ: UT (Panoramio) CC BY-SA 3.0
สวนดอกไม้และจุดชมวิวบนยอดม่อนแจ่มภาพ: UT (Panoramio) CC BY-SA 3.0
ดอกเวอร์บีน่าสีม่วงบนม่อนแจ่มภาพ: UT (Panoramio) CC BY-SA 3.0
แปลงผักเมืองหนาวของเกษตรกรบนดอยภาพ: UT (Panoramio) CC BY-SA 3.0
เช็กก่อนไป
อากาศ ฝุ่น และความหนาแน่นของคน ก่อนออกเดินทาง
ช่วงเวลาไหนดี — รายชั่วโมง
ดูเพิ่มของที่ควรพก · ค่าใช้จ่าย · คนเยอะไหม · คำเตือนการเดินทาง · อากาศละเอียด
ของที่ควรพก —
ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
ความหนาแน่นของคน — ประมาณการ
คำเตือนการเดินทาง
ไปเดือนไหนดี
แตะเดือนเพื่อดูอากาศ ฝน ฝุ่น และความหนาแน่นของคน
หน้าหนาวอากาศเย็นจัด ดอกไม้เมืองหนาวบาน ไร่สตรอว์เบอร์รีให้ผล (ต.ค. – ก.พ.) และมีโอกาสเห็นทะเลหมอกช่วงเช้าตรู่มากที่สุด ถ้าจะดูหมอกควรค้างคืนบนดอย
ปลาย ก.พ. – เม.ย. มักมีหมอกควันไฟป่า (PM2.5) วิวทิวเขามองไม่ชัด ส่วนหน้าฝนถนนขึ้นดอยชันและลื่น วันหยุดยาวหน้าหนาวรถติดบนทางขึ้นและที่จอดเต็ม
- อากาศ
- ฝน
- ฝุ่นควัน
- คนแน่น
ดูสถิติอากาศจริงย้อนหลัง 10 ปีอุณหภูมิ วันฝนตก วันฟ้าโปร่ง และฝุ่น รายเดือน
สภาพอากาศจริงย้อนหลัง
เช็คอินและรูปจากนักเที่ยว
ต้องเปิดตำแหน่งและอยู่ใกล้ที่นี่ไม่เกิน 2 กม. · มาหลายรอบก็เช็คอินได้ทุกรอบ
ประวัติและเรื่องเล่า
ตำนาน · ประวัติศาสตร์ · สถาปัตยกรรม
ม่อนแจ่มเป็นจุดชมวิวบนดอยสูงราว 1,350 เมตรจากระดับน้ำทะเล ในพื้นที่บ้านหนองหอย ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ราว 40–50 กิโลเมตร ก่อนจะเป็นที่รู้จักในชื่อม่อนแจ่ม ชาวบ้านเรียกบริเวณนี้ว่า "กิ่วเสือ"
ชาวม้งกลุ่มแรกเข้ามาตั้งรกรากที่หมู่บ้านหนองหอยเก่าตั้งแต่ พ.ศ. 2447 และมีผู้ใหญ่บ้านคนแรกอย่างเป็นทางการใน พ.ศ. 2484 ชุมชนอยู่ในพื้นที่มาก่อนที่บริเวณนี้จะถูกประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติใน พ.ศ. 2507 ในอดีตชาวบ้านทำไร่หมุนเวียนและปลูกฝิ่น ภูเขาหลายส่วนจึงเหลือป่าปกคลุมน้อย
ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรบ้านหนองหอยครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2512 เพื่อทอดพระเนตรปัญหาด้วยพระองค์เอง ทั้งการปลูกฝิ่น การตัดไม้ทำไร่ และแหล่งต้นน้ำลำธารที่ถูกทำลาย หมู่บ้านอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่ จึงเป็นทั้งปัญหายาเสพติดและความมั่นคง พระองค์เสด็จมาอีกหลายครั้ง และชาวม้งหนองหอยยังเรียกพระองค์ด้วยความผูกพันว่า "พ่อเจ้าหลวง" มาจนทุกวันนี้
แปลงผักเมืองหนาวที่ปลูกแทนฝิ่นตามแนวทางโครงการหลวง · ภาพ: UT (Panoramio)อ่านประวัติต่ออีก 11 ย่อหน้า
อีกครั้งใน พ.ศ. 2527 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เสด็จฯ บ้านหนองหอย และทรงพบว่าชาวบ้านยังปลูกฝิ่นและมีฐานะยากจน หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี จึงตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอยขึ้น ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมถึงชาวม้งเปลี่ยนมาปลูกผัก ผลไม้ และดอกไม้เมืองหนาวแทนฝิ่น ควบคู่กับการฟื้นฟูป่าและคุณภาพชีวิต
พื้นที่โครงการหลวงหนองหอยอยู่ระหว่างความสูง 850–1,460 เมตร อุณหภูมิเฉลี่ยราว 21°C เหมาะกับพืชเมืองหนาว ทุกวันนี้มีทั้งสตรอว์เบอร์รี อาร์ติโชก พลัม องุ่นไร้เมล็ด มะเขือเทศ และสมุนไพรอย่างเลมอนไทม์ มินต์ คาโมมายล์ และโรสแมรี่ นักท่องเที่ยวเดินชมแปลงเกษตรและชิมผลผลิตสดได้
ที่พักและแปลงเกษตรบนม่อนแจ่มในปัจจุบัน · ภาพ: Supanut Arunoprayoteราว พ.ศ. 2540–2541 โครงการหลวงหนองหอยขอใช้พื้นที่ในป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ริมให้ชาวบ้านทำการเกษตร ป่าผืนนี้เป็นป่าต้นน้ำลุ่มน้ำชั้น 1A กว้างกว่า 140,000 ไร่ ส่วนที่ขอใช้ทำกินมีราว 2,000 ไร่ ให้ชาวบ้านกว่า 600 คนบนที่ดินกว่า 900 แปลง วันที่ 30 มิถุนายน 2541 กลายเป็นเกณฑ์สำคัญในการพิสูจน์สิทธิทำกิน และมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 11 พฤษภาคม 2542 เรื่องแก้ปัญหาที่ดินทำกินในภาคเหนือ ก็เป็นข้อที่ชาวบ้านยังยกขึ้นอ้างจนถึงปัจจุบัน
การท่องเที่ยวเริ่มเข้ามาเมื่อ พ.ศ. 2545 ที่โครงการหลวงส่งเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของพื้นที่ เกิดโฮมสเตย์และการท่องเที่ยวเชิงเกษตรตามมา ปลาย พ.ศ. 2552 โครงการหลวงพัฒนาพื้นที่กิ่วเสือเป็นจุดท่องเที่ยว นำโดยหลานของหม่อมเจ้าภีศเดช และตั้งชื่อว่า "ม่อนแจ่ม" เพราะฟังไพเราะและเข้ากับชื่อดอยม่อนล่องที่อยู่ใกล้กัน ต่อมาใน พ.ศ. 2557 ชุมชนได้จดทะเบียนเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน
ใกล้กันคือดอยม่อนล่อง สูงราว 1,450–1,460 เมตร เป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในอำเภอแม่ริม ตำนานท้องถิ่นเล่าว่าที่นี่เป็นที่ฝังศพขุนหลวงวิลังคะ กษัตริย์ในตำนานของชาวลัวะ ชื่อ "ม่อนคว่ำโลง" มาจากเรื่องเล่าว่าโลงศพของพระองค์คว่ำลงระหว่างแห่ขึ้นดอย
ความนิยมพุ่งขึ้นเรื่อย ๆ ช่วงไฮซีซันตุลาคม 2562–มกราคม 2563 ผู้ประกอบการประเมินว่ามีนักท่องเที่ยวค้างคืนวันละ 2,000–3,000 คน เงินสะพัดราววันละ 1.5 ล้านบาท ที่ดินในโครงการเริ่มถูกซื้อขายเปลี่ยนมือ และโฮมสเตย์ ลานกางเต็นท์ และร้านกาแฟขยายจนเต็มสันเขา ลามไปถึงตำบลแม่แรมและโป่งแยง
การท่องเที่ยวที่เติบโตเร็วทำให้เกิดคำถามเรื่องการถางป่า ขยะ และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ได้รับอนุญาต เดือนมกราคม 2563 อธิบดีกรมป่าไม้ออกประกาศตามมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ให้หยุดก่อสร้างที่พักและรีสอร์ตในเขตป่าสงวน การสำรวจรอบแรกพบผู้ประกอบการ 53 รายใช้ที่ดินรวมราว 229 ไร่ ในจำนวนนี้ 38 รายมีสิทธิทำกิน 12 รายมีสิทธิแต่ทำเกินพื้นที่ และ 3 รายเปลี่ยนมือให้คนนอกโครงการจนถูกดำเนินคดี ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2563 เจ้าหน้าที่รายงานว่ามีผู้ประกอบการรีสอร์ตและที่พัก 113 รายใช้ที่ดินไม่ตรงวัตถุประสงค์ของโครงการหลวง 30 รายถูกดำเนินการทางกฎหมายเข้มข้น และเริ่มรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบางแห่ง
เดือนพฤศจิกายน 2563 ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินลงพื้นที่ติดตามปัญหา สรุปว่าแปลงที่กลายเป็นรีสอร์ตและที่พักมีราว 113 แปลง ถูกดำเนินคดีแล้ว 31 ราย อีก 82 รายเป็นผู้ถือครองเดิมที่นำที่ดินไปทำธุรกิจ ซึ่งต้องพิสูจน์สิทธิด้วยภาพถ่ายทางอากาศปี 2545 และแนวสำรวจปี 2552 และควรกลับไปทำเกษตรบนที่สูงตามกรอบกฎหมาย ผู้ตรวจการฯ เสนอให้จังหวัด หน่วยงาน และชาวบ้านร่วมกันทำแผนแม่บทม่อนแจ่ม และตั้งวิสาหกิจชุมชนด้านเกษตรและท่องเที่ยวเชิงเกษตร ส่วนชาวบ้านที่ทำกินในแนวเขตเดิมและไม่ได้ขยายพื้นที่จะไม่ได้รับผลกระทบ
วันที่ 29 สิงหาคม 2565 ชาวม้งในม่อนแจ่มกว่า 500 คนรวมตัวปิดทางเข้าพื้นที่ หลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้กว่า 100 นายเตรียมรื้อบ้านเรือนและโฮมสเตย์ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 ขณะที่ชาวบ้านยืนยันว่าเป็นชุมชนดั้งเดิมที่อยู่มากว่าร้อยปี
สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ตรวจที่พัก 122 แห่ง พบ 36 แห่งเปลี่ยนชื่อผู้ถือครอง มีลักษณะนอมินี หรือโอนให้นายทุน ถึงตอนนั้นดำเนินคดีและรื้อถอนไปแล้ว 10 ราย รื้อเอง 5 ราย และเจ้าหน้าที่รื้อให้ 5 ราย วันที่ 31 สิงหาคม 2565 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีหนังสือขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชะลอการรื้อถอน วันที่ 4 กันยายน เจ้าหน้าที่พยายามรื้อถอนทั้งวันแต่ไม่สำเร็จเพราะชาวบ้านคัดค้าน และวันที่ 6 กันยายน ตัวแทนชาวบ้านเดินทางไปยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ที่กรุงเทพฯ ชาวบ้านราว 3,800 คนถือครองที่ดินรวมราว 2,500 ไร่ เฉลี่ยไม่ถึงคนละไร่ ฝ่ายรัฐยืนยันว่าดอยม่อนแจ่มไม่ใช่ที่ดินเอกชน ซื้อขายเปลี่ยนมือไม่ได้ และจะดำเนินคดีเฉพาะผู้ไม่มีสิทธิ
ปัจจุบันวิสาหกิจชุมชนพยายามวางกติกาให้การท่องเที่ยวยั่งยืน ผู้มาเยือนช่วยได้ด้วยการพักกับผู้ประกอบการที่ถูกกฎหมายและเก็บขยะกลับลงดอย
ตำแหน่งและการเดินทาง
แผนที่ · วิธีเดินทาง · ค่าใช้จ่าย
ปุ่มนำทางคำนวณเวลาเดินทางตามสภาพจราจรตอนนี้
- เวลาเดินทางประมาณ 1–1.5 ชม. จากตัวเมืองเชียงใหม่
- ถนนทางขึ้นเขาชันและคดเคี้ยวช่วงหลังแยกโป่งแยง
- ที่จอดรถลานจอดหลายจุดบนดอย วันหยุดหน้าหนาวเต็มเร็ว
- ปั๊มน้ำมันปั๊มน้ำมันในอำเภอแม่ริม ก่อนขึ้นเขา
เส้นทางแนะนำ
จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ถนนเชียงใหม่–ฝาง (ทางหลวงหมายเลข 107) ไปอำเภอแม่ริม แล้วเลี้ยวเข้าถนนแม่ริม–สะเมิง (ทางหลวงหมายเลข 1096) ผ่านสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ถึงแยกโป่งแยงแล้วเลี้ยวขึ้นเขาไปบ้านหนองหอย ระยะทางรวมราว 40–50 กม.
ช่วงหลังแยกโป่งแยงเป็นทางขึ้นเขาชันและโค้งเยอะ รถเล็กควรใช้เกียร์ต่ำทั้งขาขึ้นและขาลง หน้าฝนถนนลื่น
ถ้าไม่มีรถ เหมารถสองแถวจากตลาดแม่ริมหรือจากในเมืองเชียงใหม่ หรือซื้อทัวร์แม่ริม–ม่อนแจ่มแบบครึ่งวัน
เดินทางไปได้ 4 วิธี
ทางหลวง 107 → 1096 ถึงแยกโป่งแยงแล้วขึ้นเขา ทางชันและโค้งเยอะ ใช้เกียร์ต่ำ
ต้องเป็นรถที่แรงพอและผู้ขับชำนาญทางเขา หน้าหนาวลมเย็นจัด
เหมาจากตลาดแม่ริมหรือในเมืองเชียงใหม่ ตกลงราคาและเวลารอให้ชัด
ทัวร์แม่ริม–ม่อนแจ่ม มักรวมสวนพฤกษศาสตร์และไร่สตรอว์เบอร์รี
ราคาและเวลาเป็นค่าประมาณ อาจเปลี่ยนตามฤดูกาลและการจราจร
กินอะไรใกล้ ๆ
ร้านยอดนิยมใกล้ ๆ ในรัศมี 5–10 กม.
ไปต่อใกล้ ๆ
แวะต่อได้ในเส้นทางเดียวกัน